หนุนดีอี ออกกฎหมายพิเศษ โดนหลอกออนไลน์ ได้เงินคืนทันที
สำนักงาน ก.ล.ต. ยกระดับคำเตือน หลังพบมิจฉาชีพเปลี่ยนกลยุทธ์ นำชื่อบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่ที่ประชาชนรู้จักดีมาบังหน้า ชักชวนลงทุนผ่านโซเชียลมีเดีย อ้างผลตอบแทนสูงหวังกระตุ้นความโลภ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันขบวนการมิจฉาชีพทางการเงินมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงให้มีความแนบเนียนยิ่งขึ้น โดยล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกประกาศเตือนกรณีการแอบอ้างชื่อบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มาใช้ในการชักชวนให้ประชาชนร่วมลงทุน
“ความคุ้นเคย” จุดอ่อนที่มิจฉาชีพใช้ล่าเหยื่อ
จากภาพรวมการหลอกลวงที่เกิดขึ้น มิจฉาชีพมักใช้ “ความน่าเชื่อถือ” ของบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ หรือบริษัทที่อยู่ในกระแสข่าวมาเป็นเครื่องมือ โดยมีพฤติกรรมบ่งชี้ที่น่าสงสัยดังนี้:
-
โฆษณาผ่าน Social Media: ใช้ภาพตัดต่อที่มีโลโก้บริษัทชื่อดัง หรือภาพผู้บริหารเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
-
ผลตอบแทนที่เร้าใจ: การันตีเงินปันผลสูง เช่น ลงทุน 1,000 บาท รับปันผล 320 บาท ต่อวัน/สัปดาห์ ซึ่งเป็นอัตราที่ผิดปกติและเป็นไปไม่ได้ในธุรกิจจริง
-
อ้างหุ้น IPO/หุ้นนอกกระแส: ใช้คำโปรยว่า “หุ้นใหม่มาแรง” หรือ “สิทธิพิเศษเฉพาะกลุ่ม” เพื่อเร่งรัดให้ผู้ลงทุนตัดสินใจโอนเงิน
ก.ล.ต. ย้ำ “อย่าหลงเชื่อแม้เป็นชื่อที่รู้จัก”
ทาง ก.ล.ต. ระบุว่า แม้บริษัทที่ถูกนำมาอ้างชื่อจะเป็นบริษัทที่มีตัวตนอยู่จริงและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่การชักชวนดังกล่าวอาจเป็นการสวมรอยโดยที่บริษัทเหล่านั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้น ผู้ลงทุนต้องตระหนักเสมอว่า:
-
บริษัทจดทะเบียนไม่มีนโยบายระดมทุนผ่านบัญชีส่วนบุคคล
-
การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงในระยะเวลาอันสั้น มักแฝงไปด้วยความเสี่ยงหรือเป็นการหลอกลวง
เปิด Check List ป้องกันเงินในกระเป๋า
ก่อนตัดสินใจโอนเงินลงทุนทุกครั้ง ก.ล.ต. แนะนำให้ดำเนินการดังนี้
-
เช็กให้ชัวร์: ตรวจสอบว่าผู้ที่ชักชวนได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่ ผ่านแอปพลิเคชัน SEC Check First
-
สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน: หากพบเบาะแสหรือข้อสงสัย โทรสอบถามที่ 1207 กด 22 (สายด่วนแจ้งหลอกลงทุนโดยเฉพาะ)
-
ติดต่อบริษัทโดยตรง: หากมีการอ้างชื่อบริษัทใด ให้โทรสอบถามไปยังแผนก Investor Relations (IR) ของบริษัทนั้นๆ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง