กัลฟ์ ชี้แจงปม ครม. มีมติไฟเขียว ‘ดีอี’ ฟ้อง ‘GULF-THCOM’ เรียก 1,250 ล้าน ลั่นพร้อมสู้คดีตามกฎหมาย
บมจ.กัลฟ์ ดีเวลอปเมนท์ ชี้แจงกรณีมีข่าว ครม.มีมติให้ “กระทรวงดีอี” ดำเนินคดี “GULF-THCOM” อ้างส่งมอบทรัพย์สินไม่ครบถ้วนหลังสิ้นสุดสัมปทานดาวเทียม ส่อเรียกค่าปรับ 1,250 ล้าน ยันส่งมอบทรัพย์สินคืน “ดีอี” ครบถ้วนแล้วตั้งแต่ 11 ก.ย. 64 ลั่นหากเริ่มต้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการ พร้อมใช้สิทธิสู้คดีตามกรอบกฎหมาย
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เช้านี้ (7 ก.ย.) ว่าตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และ GULF ในประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานสำหรับการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ โดยมีการระบุในข่าวว่า THCOM มิได้ส่งมอบทรัพย์สินให้ครบถ้วนภายหลังสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทาน และอาจมีค่าปรับเป็นเงินจำนวนประมาณ 1,250 ล้านบาท นั้น
บริษัทขอชี้แจงว่า บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH (เดิมชื่อ บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนต์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน)) และบริษัท ไทยคม (เดิมชื่อ บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)) ร่วมกันเป็นคู่สัญญากับกระทรวงดีอี ในสัญญาสัมปทานเพื่อดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ
โดยมีบริษัท ไทยคม ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) กิจการดาวเทียมตามสัญญาสัมปทานดังกล่าวในนามของบริษัท อินทัช และต่อมาสัญญาสัมปทานดังกล่าวได้สิ้นสุดลง ตามกำหนดระยะเวลา 30 ปี โดยบริษัท ไทยคม ปฏิบัติตามสัญญาและส่งมอบทรัพย์สินภายใต้สัญญาสัมปทานคืนให้แก่กระทระทรวงดีอี โดยครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564
ต่อมา ในวันที่ 1 เมษายน 2568 บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการควบบริษัทกับบริษัท อินทัช เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย เกิดเป็นบริษัท “บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” ซึ่งเป็นนิติบุคคลใหม่ที่รับโอนไปทั้งทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดขอบของบริษัท อินทัช โดยผลของกฎหมาย อันมีผลให้ GULF เข้าสวมสิทธิเป็นคู่สัญญา หรือคู่ความในกรณีพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานดังกล่าวแทนที่ บริษัท อินทัช ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ หากมีการเริ่มต้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการ บริษัทจะใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกรอบกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัท ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ณ วันที่มีหนังสือฉบับนี้ บริษัทยังไม่มีภาระผูกพันหรือหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการตามที่ปรากฎเป็นข่าว และยังไม่มีภาระผูกพันในการชำระเงินจำนวนประมาณ 1,250 ล้านบาทให้แก่กระทรวงดีอีแต่อย่างใด