หลังน้ำท่วม เคลมประกันอย่างไร ? 4 ขั้นตอนสำคัญ บ้าน-รถ ต้องทำอะไรบ้าง
คปภ. แนะผู้เอาประกันหลังน้ำท่วมคลี่คลาย ตรวจสอบความคุ้มครอง เก็บหลักฐาน ติดต่อบริษัทประกัน และเตรียมเอกสารก่อนเคลม พร้อมเปิด 5 ระดับความเสียหายรถยนต์ ตั้งแต่ท่วมถึงพรมจนถึงจมน้ำทั้งคัน รวมถึงมาตรการจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น ผ่อนผันชำระเบี้ย และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
หลังจากสถานการณ์น้ำท่วม เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว นอกจากการฟื้นฟูพื้นที่และความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว อีกส่วนสำคัญคือ การเคลมประกัน ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญที่ต้องสำรวจและเก็บข้อมูล เพื่อให้การเคลมสินไหมตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ทำไว้เป็นไปตามเงื่อนไขและเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมคำแนะนำสำคัญจาก สำนักงาน คปภ. ในการเคลมประกัน จากสถานการณ์น้ำท่วม ดังนี้
4 ขั้นตอนสำคัญ ก่อนเคลมประกันบ้าน-รถ
เมื่อสถานการณ์คลี่คลายจนสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว ควรตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย พร้อมเก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
สำหรับบ้านเรือนและรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สำนักงาน คปภ. ขอแนะนำประชาชนผู้เอาประกันภัยให้ดำเนินการตาม 4 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1. ตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย
ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวงเงินความคุ้มครองและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยได้ผ่าน LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้” ของสำนักงาน คปภ. ในเมนู “กรมธรรม์ของฉัน (My Policy)” เพื่อดูรายละเอียดความคุ้มครองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ทั้งนี้ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าได้ซื้อความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่ ส่วนประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบว่ากรมธรรม์ระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติไว้ด้วยหรือไม่
2. เก็บหลักฐานความเสียหายให้ครบถ้วน
ผู้เอาประกันภัยควรถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอความเสียหายทั้งภาพรวมและรายละเอียดของทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ เช่น
กรณีบ้านเรือน ถ่ายภาพทรัพย์สินที่เสียหายแบบเจาะจงทีละชิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
กรณีรถยนต์ ถ่ายภาพให้เห็นสภาพรถทั้งภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง รวมถึงบันทึกระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำไว้เป็นหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
3. ติดต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็ว
ผู้เอาประกันภัยควรแจ้งเหตุแก่บริษัทประกันภัยทันทีที่สามารถดำเนินการได้ พร้อมเตรียมข้อมูลที่จำเป็น เช่น เลขที่กรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ ตลอดจนรายละเอียดความเสียหาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน และเก็บเลขที่ใบเคลม (Claim No.) ไว้สำหรับติดตามสถานะ
4. เตรียมเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
ผู้เอาประกันภัยควรจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ภาพถ่ายความเสียหาย สำเนาทะเบียนรถ สำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาโฉนดที่ดิน และเอกสารประกอบอื่นๆ กรณีบริษัทประกันวินาศภัยมีการร้องขอ

แบ่งความเสียหายรถ 5 ระดับ
ขณะที่การเคลมประกันรถยนต์ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สำนักงาน คปภ. ได้กำหนดแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินความเสียหายและการซ่อมแซม โดยแบ่งระดับความเสียหายออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่
ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000-10,000 บาท
ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ค่าซ่อมประมาณ 15,000-20,000 บาท
ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 25,000-30,000 บาท
ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
ระดับ E รถยนต์จมน้ำทั้งคัน บริษัทประกันภัยจะพิจารณาความเสียหายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย
ทั้งนี้ หากเข้าข่ายเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

เปิดแนวทาง ช่วยผู้เอาประกันที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ขณะเดียวกัน วันนี้ (28 ก.ย. 2569) สำนักงาน คปภ. ได้มีการประชุมร่วมกับ สมาคมประกันวินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์ความเสียหายด้านการประกันภัยและเตรียมมาตรการรองรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ
โดยในการประชุม มีรายละเอียดสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ดังนี้
การจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น (จ่ายด่วนไม่ต้องรอประเมินทั้งหมด)
ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัด (ไมโครอินชัวรันส์) : จ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเต็มวงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติ 10,000 บาท
ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไป : จ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภัยธรรมชาติเต็มวงเงิน 20,000 บาท และหากซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม จะได้รับจ่ายเพิ่มเบื้องต้นอีก 10,000 บาท (รวมเป็น 30,000 บาท)
ร้านค้าที่ทำประกันอัคคีภัย หรือประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) ที่ซื้อภัยน้ำท่วมเพิ่ม : จ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 30,000 บาท
หลักฐานที่ใช้เคลมเบื้องต้น : ใช้เอกสารยืนยันตัวตน และหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือรายการทรัพย์สินที่เสียหาย (หากมีความเสียหายจริงเกินกว่าวงเงินเบื้องต้น สามารถยื่นหลักฐานเพิ่มเติมภายหลังได้)
กรอบเวลาและขั้นตอนการจ่ายเงินสินไหมทดแทน
จ่ายเงินภายในไม่เกิน 7 วัน : สำหรับกรณีที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน
กรณีความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) : บริษัทประกันภัยจะรวบรวมเอกสารควบคู่กับการประเมินเพื่อจ่ายสินไหมอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
รถยนต์ที่ติดสัญญาเช่าซื้อ/ไฟแนนซ์ : คปภ. ประสานความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยเพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการส่งต่อเอกสาร
การประเมินความเสียหายและการดูแลรถยนต์น้ำท่วม
รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป : ประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานความเสียหาย 5 ระดับ (A–E) ของ คปภ.
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) : ประเมินมูลค่าความเสียหายของตัวรถร่วมกับแบตเตอรี่ โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่ถูกน้ำท่วมจะตรวจสอบความปลอดภัยในการฟื้นฟูก่อนพิจารณาว่าเป็น Total Loss
บริการช่วยเหลือเชิงรุก : จัดเตรียมรถยก/รถลากช่วยเคลื่อนย้ายรถยนต์ และบริษัทประกันภัยจะติดต่อลูกค้านัดหมายล่วงหน้าผ่าน โทรศัพท์, LINE หรือช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องรอให้ผู้เอาประกันติดต่อเข้ามาฝ่ายเดียว
มาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย
ประกันชีวิต : ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยออกไปอีก 60 วัน นับจากวันครบระยะเวลาผ่อนผันเดิม
ประกันภัยรถยนต์ : ผ่อนผันการเก็บ/รับเบี้ยประกันภัยได้สูงสุด 180 วัน นับแต่วันที่สัญญาเริ่มมีผลคุ้มครอง (ยกเว้นรถยนต์กลุ่ม 1 และกลุ่ม 2)
ประกันภัยประเภทอื่น : ขยายระยะเวลาการเก็บเบี้ยประกันภัยออกไป 90 วัน
ประกันสุขภาพ/โรคร้ายแรง : หากกรมธรรม์ขาดส่งเบี้ยเนื่องจากอุทกภัย บริษัทอาจงดเว้นการตรวจสุขภาพเมื่อยื่นขอต่ออายุกรมธรรม์
การผ่อนผันสำหรับตัวแทนและนายหน้าประกันภัย
ตัวแทนและนายหน้าประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดาที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป สามารถยื่นขอขยายเวลาต่ออายุใบอนุญาตได้ภายใน 15 วัน หลังอุทกภัยสิ้นสุด (ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2569)