สำนักงบฯ เผยคำของบประมาณรายจ่ายปี’63 แตะ 5 ล้านล้านบาท ชี้หากรัฐบาลใหม่ไม่รื้อมากอาจช้าแค่ 1 ไตรมาส

เดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา
นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 นั้น หากผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แล้ว เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระ 1 แล้ว หลังจากนั้นคาดว่าจะต้องใช้เวลาพิจารณาอีก 125 วัน คือ ในขั้นกรรมาธิการไม่เกิน 105 วัน และ ขั้น ส.ว.อีกไม่เกิน 20 วัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เต็มที่

“หากต้นเดือน ก.ค. มี ครม. แล้ว หลังจากนั้นก็จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แล้วแต่ละกระทรวงก็ต้องรับนโยบายมา จัดทำแผนงาน แผนเงิน จากนั้นปลายเดือน ก.ค. สำนักงบฯ ก็จะส่งทีมงานไปหารือกับรัฐมนตรีทุกกระทรวง โดยภายในเดือน ส.ค. จะพยายามทำงบฯ ให้เสร็จ เพื่อเสนอ ครม. ให้ทันในปลายเดือน ส.ค. เพื่อพิจารณากรอบวงเงินงบประมาณปี 2563” นายเดชาภิวัฒน์กล่าว

โดยภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่าย 3.2 ล้านล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา ทุกกระทรวงได้ส่งคำขอรับการจัดสรรเข้ามารวมกันราว 5 ล้านล้านบาท ดังนั้นก็จะต้องพิจารณาจัดสรรให้อยู่ในกรอบ


“งบฯ ที่ทำเตรียมไว้ได้ ก็จะเป็นพวกรายจ่ายที่เป็นเงินเดือน หรือรายการผูกพันตามกฎหมาย เช่น งบฯ ลงทุนตามสัญญาที่ต้องจ่าย ซึ่งตรงนี้มีรวม ๆกว่า 2 ล้านล้านบาท เกือบ 3 ล้านล้านบาท ก็เหลือประมาณ 1 แสนล้านบาท ที่ให้รัฐบาลใหม่สามารถปรับเพิ่มได้ แต่ถ้ารื้อทั้งหมด ก็จะช้า” นายเดชาภิวัฒน์กล่าว

ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ กล่าวอีกว่า งบประมาณรายจ่ายปี 2563 คาดว่าจะล่าช้าราว 1 ไตรมาส โดยน่าจะเริ่มใช้ได้ในเดือน ม.ค.2563 อย่างไรก็ดี เชื่อว่าผลกระทบไม่ได้มาก เพราะดูจากสถิติแล้ว ในช่วงไตรมาสแรก หรือช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. ทุกปี งบฯ ที่เบิกส่วนใหญ่จะเป็นงบฯ ประจำ ส่วนงบฯ ลงทุนโครงการใหม่ ๆ กว่าจะก่อหนี้ กว่าจะเบิกจ่ายเข้าระบบก็ประมาณเดือน มิ.ย.-ส.ค.

“ผลกระทบเชิงลบคงมี แต่ไม่ใหญ่โต แล้วงบฯ ภาครัฐมีสัดส่วนในจีดีพีแค่ 17% ตัวหลักอยู่ที่ภาคเอกชนมากกว่า รวมถึงการท่องเที่ยว และ การอุปโภคบริโภค ซึ่งถ้าการเมืองนิ่ง ทุกอย่างก็จะกลับมา” ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ