เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.เห็นชอบ ยุทธศาสตร์ Big Data ใช้ข้อมูลเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับไทยติดท็อป 25 โลก
Politics ครม.เห็นชอบ ยุทธศาสตร์ Big Data ใช้ข้อมูลเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับไทยติดท็อป 25 โลก
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 65,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 65,900 บาท
เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
Economic เกษตรฯ รับมือฝนปลาย ก.ค. คุมเข้มบริหารน้ำ เตือน 33 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ครม.เคาะยืดเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 20 ก.ย. ใช้สิทธิรอบใหม่ 1 ต.ค.
Politics ครม.เคาะยืดเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 20 ก.ย. ใช้สิทธิรอบใหม่ 1 ต.ค.
Jurassic World ครบ 1 ปี คนชมทะลุ 6 แสน สะท้อนแข่งขันขาย “ประสบการณ์”
Biz Movement Jurassic World ครบ 1 ปี คนชมทะลุ 6 แสน สะท้อนแข่งขันขาย “ประสบการณ์”
คต.เตือนผู้ส่งออกเร่งปรับตัว รับกฎ EU ห้ามสินค้าใช้แรงงานบังคับ มีผลปลายปี 2570
Economic คต.เตือนผู้ส่งออกเร่งปรับตัว รับกฎ EU ห้ามสินค้าใช้แรงงานบังคับ มีผลปลายปี 2570
หมอ สรณ ยืนยันไม่ยอมรับมติ “สละสิทธิ์” ประธานกสทช. หลังประชุมบอร์ดล่ม
Tech หมอ สรณ ยืนยันไม่ยอมรับมติ “สละสิทธิ์” ประธานกสทช. หลังประชุมบอร์ดล่ม
TEAMG ลุยรับงาน Data Center ต่อยอดที่ปรึกษาวิศวกรรมครบวงจร
Business TEAMG ลุยรับงาน Data Center ต่อยอดที่ปรึกษาวิศวกรรมครบวงจร
ครม.ไฟเขียวขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 70 พยุงค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ
Politics ครม.ไฟเขียวขยายเวลา VAT 7% อีก 1 ปี ถึง 30 ก.ย. 70 พยุงค่าครองชีพ-เศรษฐกิจ
นายกฯ รอมติ สว. ก่อนทูลเกล้าฯ ชื่อ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช.
Politics นายกฯ รอมติ สว. ก่อนทูลเกล้าฯ ชื่อ ‘นพ.สรณ’ พ้นประธาน กสทช.
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติเปิดผลประชุมกนง.–กนส. ห่วงสินเชื่อรถยนต์เร่งหนี้ครัวเรือน

10 ก.ค. 2562 | 15:03น.

แบงก์ชาติเผยผลประชุมระหว่างกนง.–กนส. ชี้สัญญาณหนี้ครัวเรือนเร่งโดยเฉพาะหมวดสินเชื่อรถ ฟากแบงก์–นอนแบงก์พิจารณาปล่อยกู้รายย่อยหย่อนลง จับตาพฤติกรรม search for yield กลุ่มประกันภัยหันไปลงทุนบอนด์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น–term funds ลงทุนกระจุกตัวสูงในบางประเทศและผู้ออกตราสารบางราย

ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยผลการประชุมร่วมกันระหว่าง กนง. และ กนส. วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 เพื่อติดตามและประเมินเสถียรภาพระบบการเงินไทย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ที่ประชุมเห็นว่าระบบการเงินไทยโดยรวมมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) และธุรกิจประกันภัยมีเงินกองทุนในระดับสูง ขณะที่เสถียรภาพด้านต่างประเทศเข้มแข็ง ซึ่งมีส่วนช่วยรองรับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงด้านต่างประเทศโดยเฉพาะการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมไม่ได้ลดลงและบางจุดมีการสะสมความเปราะบางเพิ่มขึ้น โดยที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับ 4 ประเด็นหลัก ดังนี้

1) สถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังน่ากังวลโดยเฉพาะในครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง การก่อหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงและมีสัญญาณกลับมาเร่งขึ้นโดยเฉพาะจากสินเชื่อหมวดรถยนต์ รวมทั้งพบว่า ธพ. และผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่มิใช่ธนาคาร (non-banks) แข่งขันกันรุนแรงขึ้นในตลาดสินเชื่อรายย่อย มีมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อ (underwriting standard) ที่หย่อนลง และมีการให้สินเชื่อที่กระตุ้นการก่อหนี้เกินจำเป็น ซึ่งอาจเพิ่มความเปราะบางทางการเงินให้กับภาคครัวเรือนได้ ที่ประชุมจึงเห็นว่า ธพ. และ non-banks ควรปล่อยสินเชื่อโดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้มากขึ้นโดยเฉพาะผู้กู้กลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มรายได้น้อย กลุ่มเริ่มทำงาน (first jobbers) และกลุ่มวัยเกษียณ ซึ่งมีแนวโน้มก่อหนี้สูงเกินตัวและอาจมีเงินเหลือไม่พอต่อการยังชีพ

ที่ประชุมเห็นว่าหนี้ครัวเรือนเป็นประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อระบบการเงินไทย หากไม่เร่งดูแลโดยเร็วจะก่อตัวเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นในอนาคตได้ การดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและดำเนินการในหลายมิติพร้อมกัน ทั้งการดูแลการปล่อยสินเชื่อของ ธพ. และ non-banks ให้รัดกุมและคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้มากขึ้น การปรับโครงสร้างหนี้เดิมที่มีปัญหา รวมถึงการให้ความรู้ทางการเงินแก่ภาคครัวเรือนและส่งเสริมการประกันภัยรายย่อย (microinsurance) โดยเฉพาะการประกันภัยภาคเกษตรกรรม ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมมือกับ ธพ. กำหนดมาตรฐานกลางในการคำนวณภาระผ่อนชำระหนี้เทียบกับรายได้ (debt service ratio: DSR) เพื่อให้มีข้อมูล DSR ที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการติดตาม underwriting standard โดยรวมของระบบ ธพ. และการพิจารณาออกมาตรการดูแลหนี้ครัวเรือนหากจำเป็นในอนาคต นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นว่าการดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนยังต้องระมัดระวังผลกระทบจากการกำกับดูแลที่เข้มงวดไม่เท่ากัน (regulatory arbitrage) การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลให้กิจกรรมการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงย้ายออกไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่อยู่นอกการกำกับดูแลมากขึ้น จึงเห็นควรให้พิจารณาแนวนโยบายที่ดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนได้อย่างครอบคลุมโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงดังกล่าว

2) ตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในช่วง 5 เดือนแรกของปียังขยายตัวได้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่จะเริ่มชะลอลงหลังจากที่เร่งตัวไปในช่วงก่อนหน้า ด้านการปรับตัวในตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ loan to value: LTV) มีผลบังคับใช้ พบว่าโดยรวมเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ กล่าวคือ (1) จำนวนบัญชีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ที่ปรับลดลงมาจากกลุ่มที่ผ่อนที่อยู่อาศัยพร้อมกัน 2 หลังเป็นต้นไปโดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวสูง สะท้อนภาวะการเก็งกำไรที่ชะลอลง ในขณะที่สินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับผู้ที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก (ผ่อนสัญญาเดียว) ยังขยายตัวใกล้เคียงกับปีก่อน (2) ธพ. มี underwriting standard ที่รัดกุมขึ้น สะท้อนจากสัดส่วนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มี LTV สูงที่ลดลง รวมถึงสัดส่วนสินเชื่อต่อรายได้ผู้กู้ (loan to income: LTI) และระยะเวลาผ่อนชำระที่ลดลงเช่นกัน และ (3) ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการและปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดมากขึ้น สำหรับความเสี่ยงจากอุปทานคงค้างยังคงมีอยู่ อุปสงค์ต่างชาติจากหลายประเทศโดยเฉพาะจีนมีสัญญาณชะลอลงตั้งแต่ช่วงต้นปี ขณะที่อุปทานคงค้างในตลาดอาคารชุดอยู่ในระดับสูง สะท้อนผ่านอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าที่โน้มลดลง ที่ประชุมจึงเห็นควรให้ติดตามผลของมาตรการ LTV การปรับตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาวะอุปทานคงค้างในระยะต่อไป

3) สหกรณ์ออมทรัพย์มีสินทรัพย์ที่ขยายตัวต่อเนื่องและมีนัยต่อเสถียรภาพระบบการเงินมากขึ้นในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องเร่งยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับความสำคัญเชิงระบบที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ทั้งนี้ แม้พระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ที่ประชุมเห็นว่าการออกกฎกระทรวงประกอบพระราชบัญญัติสหกรณ์ยังมีความล่าช้า หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งผลักดันให้หลักเกณฑ์ส่วนที่สำคัญโดยเฉพาะด้านเครดิต สภาพคล่อง และการก่อหนี้ของลูกหนี้ครัวเรือน ออกบังคับใช้ได้โดยเร็วเพื่อดูแลความเสี่ยงในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นควรให้ติดตามพฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (search for yield) ของสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ยังมีอยู่ รวมถึงความเชื่อมโยงภายในระบบสหกรณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการปล่อยกู้ระหว่างกัน ซึ่งอาจเป็นช่องทางสำคัญในการส่งผ่านความเสี่ยงด้านสภาพคล่องภายในระบบสหกรณ์

4) พฤติกรรม search for yield ยังมีต่อเนื่องในหลายภาคส่วน ซึ่งอาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร (underpricing of risks) ธุรกิจประกันภัยลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น กองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีกำหนดอายุโครงการ (term funds) ยังลงทุนกระจุกตัวสูงในบางประเทศและผู้ออกตราสารบางราย ขณะที่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ขยายการลงทุนออกจากธุรกิจหลักดั้งเดิมและมีโครงสร้างกลุ่มธุรกิจที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้การประเมินความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ทำได้ยากขึ้น กอปรกับเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อตลาดสินเชื่อและตลาดตราสารหนี้ การดูแลความเสี่ยงในส่วนนี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ด้านภาคครัวเรือนมีแนวโน้มลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยยังต้องติดตามปัญหาการหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนในแชร์ลูกโซ่และเงินดิจิทัลปลอมโดยจูงใจด้วยผลตอบแทนที่สูงเกินจริง

ในระยะข้างหน้า ที่ประชุมประเมินว่าความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินจะยังอยู่ในระดับสูงต่อไป ธนาคารกลางของประเทศอุตสาหกรรมหลักมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ซึ่งจะสนับสนุนให้ภาวะการเงินโลกผ่อนคลายมากขึ้นและเอื้อต่อการสะสมความเสี่ยงในระบบการเงินโลก กอปรกับยังมีความไม่แน่นอนสูงจากสภาวะการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risks) สำหรับความเสี่ยงจากปัจจัยภายในประเทศ ที่ประชุมเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการในประเด็นความเสี่ยงหลักทั้ง 4 ประเด็นข้างต้น รวมถึงติดตามผลของมาตรการที่ได้ดำเนินการไปแล้วและศึกษามาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติมเพื่อดูแลความเสี่ยงเชิงระบบที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจะร่วมกันประเมินและติดตามความเสี่ยงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงปรับปรุงและบังคับใช้กฎเกณฑ์การกำกับดูแลให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่อาจกระทบกับเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ