วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 11 ก.ย. 2562

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 11 ก.ย. 2562 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ

ปัจจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 13.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก รวมไปถึงทัศนะเชิงบวกเกี่ยวกับสงครามทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ เป็นปัจจัยหลักที่กดดันสินทรัพย์ปลอดภัยในวงกว้าง ทั้งเยน, ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ นั่นเป็นปัจจัยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีให้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์จนเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม ประกอบกับวานนี้สกุลเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าจากการร่วงลงของค่าเงินยูโรอันเนื่องมาจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB หรือ DEPOSIT RATE และอาจประกาศรือฟื้นมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีกครั้งในการประชุมที่กำลังจะเสร็จสิ้นลงในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโรส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ดี เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงก็มักจะมีแรงช้อนซื้อสลับเข้ามา ส่วนหนึ่งเพราะนักลงทุนบางส่วนยังคงไม่แน่ใจนักว่า ท้ายที่สุดแล้วการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนหน้าจะมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมใดๆหรือไม่ ทำให้ราคาทองคำยังคงทรงตัวในกรอบ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในภาคการผลิต

ปัจจัยทางเทคนิก

หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นได้ระยะสั้น

กลยุทธ์การลงทุน

เน้นการลงทุนระยะสั้นโดยเปิดสถานะขายหากราคาดีดตัวขึ้นทดสอบโซน 1,502 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ อาจทยอยซื้อคืนเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำอ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับ 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ถือสถานะซื้อจำเป็นต้องลดสถานะลงหากราคาหลุด 1,479 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Previous articleอิทธิพลจากร่องมรสุม เตือน’เหนือ-อีสาน-ตอ.’ฝนตกหนัก ‘กทม.’วันนี้มีฝน60%ของพื้นที่
Next articleยูนิเซฟ ร่วมกับ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ เปิดตัวแคมเปญ “เด็กทุกคนอ่านได้ – Every Child Can Read”