เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติวิจัย “ไม่แข่ง-ยิ่งแพ้” เมื่อบริษัทใหญ่ 5% ครองรายได้ 85%

02 ต.ค. 2562 | 10:40น.

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดสัมมนาวิชาการประจำปี “BOT Symposium 2019” ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมเศรษฐกิจ พิชิตการแข่งขัน Competitive Thailand” เมื่อวันที่ 30 ก.ย.-1 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยในงานมีการนำเสนอผลงานวิชาการทั้งจากสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับธีม “การแข่งขัน” ซึ่งเป็นประเด็นหลักของงานสัมมนาวิชาการของ ธปท.ประจำปีนี้

การแข่งขันส่งผลดีระยะยาวต่อธุรกิจ

ในช่วงกล่าวเปิดงาน BOT Symposium 2019 “วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวถึงการแข่งขันว่าเป็นกลไกสำคัญในการสร้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ การแข่งขันผลักดันให้ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ต้องพัฒนาความสามารถของตนให้สูงขึ้น นำไปสู่ต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคและสังคมโดยรวม และการแข่งขันจะส่งผลดีระยะยาวต่อธุรกิจ

“โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ถ้าระบบเศรษฐกิจในประเทศไม่มีการแข่งขันที่มากพอแล้ว ผู้ประกอบการอาจชะล่าใจ ไม่พัฒนาตนเองมากเท่าที่ควร ระบบนิเวศของการทำธุรกิจจะเฉื่อยชาและมีต้นทุนสูง ผู้ประกอบการจะขาดทักษะในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงวันหนึ่งที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันซึ่งมาจากภายนอก หรือจากรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ผู้ประกอบการก็จะตั้งตัวไม่ทัน” วิรไทกล่าว

ผู้ว่าการ ธปท.ชี้ว่า การแข่งขันที่ดีจะต้องเป็นการแข่งขันที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยปฏิเสธไม่ได้ว่าในหลายธุรกิจมีต้นทุนในการเข้าสู่ตลาดสูง ผู้ที่อยู่รอดมักเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความได้เปรียบในด้านต่าง ๆ ในขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยหรือผู้ประกอบการรายใหม่ไม่สามารถเข้ามาแข่งได้ พร้อมชี้ว่า “ภาครัฐ” ในฐานะผู้กำหนดนโยบาย เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและออกแบบให้เกิดการแข่งขันของธุรกิจอย่างเปิดกว้างและเป็นธรรม

ทุนใหญ่ 5% ครองรายได้เกือบทั้งระบบ

งานสัมมนาช่วงที่ 1 เป็นการนำเสนอผลงานวิชาการ “ไม่แข่ง ยิ่งแพ้ : อำนาจตลาดกับการยกระดับศักยภาพของธุรกิจ” ของ 4 นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ทศพล อภัยทาน, ชานนทร์ บรรเทิงหรรษา, อาชว์ ปวีณวัฒน์ และกฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ เป็นการฉายภาพโครงสร้างภาคธุรกิจและการแข่งขัน ที่มีนัยต่อระบบเศรษฐกิจผ่านข้อมูลงบการเงินบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในประเทศ ระหว่างปี 2549-2559 ทั้งที่เป็นบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด จำนวนกว่า 750,000 ราย ซึ่งพบว่า ภาคธุรกิจมีการกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มทุนไม่กี่ราย เนื่องจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 5% แรกของประเทศมีสัดส่วนรายรับสะสมสูงถึง 85% ของรายรับทั้งหมด โดยรูปแบบการกระจุกตัวดังกล่าวเกิดขึ้นมานานกว่า 10 ปีแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มทุนใหญ่สูงสุด 5% มีส่วนแบ่งยอดขายอยู่ที่ 46% และสัดส่วนกำไร 60% จากทั้งหมดอีกด้วย

พบว่าอายุเฉลี่ยของบริษัทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดของบริษัทใหม่ และการตายของบริษัทที่มีอยู่เดิมมีแนวโน้มลดลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่จากข้อมูลที่พบว่าธุรกิจไทยมีการกระจุกตัวสูง และมีพลวัตที่ลดลง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าปรากฏการณ์เหล่านี้ส่งผลให้การแข่งขันของภาคธุรกิจในไทยลดลงด้วยหรือไม่ จึงทำให้อายุเฉลี่ยของบริษัทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ธุรกิจไทยกระจุกตัวในทุกมิติ

นอกจากนี้ ข้อมูลส่งออกระหว่างปี 2549-2559 พบว่ามีมูลค่าถึง 70% ของจีดีพีประเทศไทย แต่มีเพียง 6% ของบริษัททั้งหมดที่ทำการส่งออก หมายความถึงความมั่งคั่งทางธุรกิจที่กระจุกตัวอยู่กับบริษัท 6% เท่านั้น ขณะเดียวกันพบว่า ผู้ส่งออกไทยส่วนใหญ่ส่งออกสินค้าที่มีความซับซ้อนต่ำ และมีเพียง 15% เท่านั้นที่ส่งออกสินค้าที่มีความซับซ้อนสูง

โดยสรุปภาคธุรกิจไทยที่ยึดครองและมีอำนาจตลาดกระจุกตัวสูงทั้งในมิติการผลิต การถือหุ้น การส่งออก ซึ่งหากการกระจุกตัวเกิดขึ้นจากที่บริษัทมีผลิตภาพสูง มีความสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดโดยไม่มีการกีดกันคู่แข่งก็ถือว่าเป็นการกระจุกตัวที่ดี (superstar firms) แต่หากการมีอำนาจเหนือตลาดสูง มีส่วนแบ่งตลาดมาจากการกีดกันผู้เล่นใหม่ ๆ จะยิ่งทำให้โครงสร้างธุรกิจไทยมีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ธุรกิจมีอำนาจตลาดสูง-แข่งขันต่ำ

นักวิจัยระบุว่า การกระจุกตัวของธุรกิจในอุตสาหกรรมอาจไม่สะท้อนว่าอุตฯนั้นขาดการแข่งขันเสมอไป เช่น อุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมน้ำอัดลม เป็นต้น ที่แม้จะมีการกระจุกตัวสูง จำนวนผู้ประกอบการไม่มาก แต่การแข่งขันก็สูงเช่นกัน โดยงานวิจัยชิ้นนี้ใช้วิธีการวัด “อำนาจตลาด” จากความสามารถในการตั้งราคาสินค้า และความสามารถในการกดราคาวัตถุดิบให้ต่ำเข้ามาประกอบ ซึ่งพบว่าอุตสาหกรรมที่มีอำนาจตลาดสูงสุดของไทยอยู่ในกลุ่มค้าปลีก ค้าส่ง ร้านอาหาร โรงแรม และผลิตอาหาร ตามลำดับ

นอกจากนี้ พบว่าอำนาจตลาดของธุรกิจไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังปี 2554 เป็นต้นมา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการที่บริษัทขยายกิจการเพิ่มขึ้น และพบว่าบริษัทที่มีอำนาจตลาดสูงจะยิ่งหนุนให้มีอำนาจตลาดเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มบริษัทที่มีอำนาจตลาดสูง มีอำนาจตลาดมากกว่าเท่าตัว ของกลุ่มบริษัทที่มีอำนาจตลาดกลาง และบริษัทที่มีอายุมากมีแนวโน้มจะมีอำนาจตลาดมากกว่าบริษัทที่มีอายุน้อย

น่าห่วงว่าบริษัทที่มีอำนาจตลาดสูง กลับมีอัตราการเติบโตของผลิตภาพที่ต่ำกว่าบริษัทที่มีอำนาจตลาดน้อย เนื่องจากบริษัทที่มีอำนาจตลาดต่ำจะมีแรงจูงใจพัฒนาตนเองให้มีผลิตภาพสูงขึ้น ขณะที่ในบริษัทมีอำนาจตลาดสูงเกินไปขาดแรงจูงใจพัฒนาตนเอง เนื่องจากไม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขัน

TDRI ชี้ฐานข้อมูลไม่ถึงธุรกิจนอกระบบ

อย่างไรก็ตาม “สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้แสดงความเห็นต่องานวิจัยดังกล่าวว่า บทความเน้นกล่าวถึงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ เรื่องการกระจุกตัวของธุรกิจและอำนาจตลาด มีการพิจารณาในส่วนพฤติกรรมภาคธุรกิจน้อยมาก และไม่ได้กล่าวถึงนโยบายรัฐที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ยังละเลยที่จะพิจารณาถึงการแข่งขันจากผู้นำเข้า เช่น ธุรกิจเสื้อผ้าที่การผลิตอาจกระจุกตัวสูง แต่เมื่อต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้า บทบาทของการผูดขาดก็อาจมีไม่มากหรือไม่น่ากังวลนัก

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ที่ใช้ฐานข้อมูลของบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อาจไม่ครอบคลุมผู้ประกอบการที่อยู่นอกระบบ เช่น หากพิจารณาว่าธุรกิจโรงแรมมีการกระจุกตัวของอำนาจตลาดที่สูงจากฐานข้อมูลที่ใช้ ก็จะไม่สามารถนำธุรกิจนอกระบบอย่าง Airbnb เข้ามาวิเคราะห์ได้ เป็นต้น

“ผมคิดว่าการศึกษานี้ยังมีช่องว่างหลายตัว เช่น ที่ยังไม่มีคำอธิบายว่าทำไมบางธุรกิจจึงมีการกระจุกตัวมาก ทำไมบางธุรกิจจึงมีอำนาจตลาดมาก ทำไมงานวิจัยไม่พบปัญหาที่อาจทำให้คนชนชั้นกลางหมดเนื้อหมดตัว ซึ่งอย่างน้อยมี 2 ตัว คือ เรื่องการหาโรงเรียนดี ๆ ให้ลูก ซึ่งต้องแยกโรงเรียนรัฐ โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนอินเตอร์ ที่ยังชาร์จค่าเทอมแพงมหาศาล  แต่การวิจัยนี้ไม่พบธุรกิจเหล่านี้ เพราะเอาตลาดโรงเรียนรวมเข้าด้วยกัน ตัวที่สอง ตลาดโรงพยาบาลพรีเมี่ยม ที่หากชนชั้นกลางเข้าใช้บริการสามารถหมดเนื้อหมดตัวได้ ก็ไม่พบรายงานการกระจุกตัวของธุรกิจเหล่านี้ในงานวิจัย” สมเกียรติกล่าว