“กระทิง” KBTG เตือนปีหน้าธุรกิจเข้าสู่ “The End Game” ดิสรัปต์ชั่นลามหนัก!

ประธาน KBTG เตือนปีหน้าเข้าสู่ “The End Game” ดิสรัปต์ชั่นลุกลามธุรกิจหนักหน่วง ชี้อีก 5 ปีข้างหน้าไม่เร่งปรับตัวยิ่งอยู่ยาก เผยแบงก์กสิกรทุ่มลงทุนอัพเกรดเทคโนโลยีเป็นพันล้านบาทต่อปี ชูปล่อยกู้ “ดิจิทัล” ธงนำปีหน้า หลังนำร่องปล่อยผ่าน K plus แล้ว 1 หมื่นล้านบาท

นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) กล่าวในงานสัมมนาประชาชาติธุรกิจ “THAILAND 2020 ก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจ” ในหัวข้อ “Fast Forward in Digital Era” ว่า ตอนนี้เราอยู่ในยุคดิสรัปต์ชั่น ซึ่งในปี 2563 จะเปรียบเหมือนกำลังเข้าสู่สงครามสุดท้าย หรือ “We Are Entering The End Game” จากดิสรัปต์ชั่นที่ลุกลามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจท่องเที่ยว มีเดีย (สื่อ) ไฟแนนซ์ (การเงิน) ธุรกิจด้านสุขภาพ ค้าปลีก ฯลฯ

“ตอนนี้ดิสรัปต์ชั่นลามไปทั่ว ซึ่งเราจะเห็นดิสรัปเตอร์มีการดิสรัปต์กันเองมากขึ้นด้วย อย่างด้านการท่องเที่ยว เราเห็นแอปพลิเคชั่นอย่าง AirbNb ตอนนี้ก็มี OYO ที่จะมาดิสรัปต์อีกที ส่วนในธุรกิจมีเดียก็จะเห็นสงครามโลกสตรีมมิ่งเกิดขึ้น ล่าสุดยูทูปก็มีการออกยูทูปพรีเมี่ยมที่ไม่มีโฆษณา หรือด้านเฮลท์แคร์ก็ไปสู่ดิจิทัลเฮลฟ์แคร์ ส่วนธุรกิจค้าปลีกก็ยังมีหายนะต่อไป เราได้เห็น Amazon ซื้อห้างสรรพสินค้า อะลีบาบาก็เช่นเดียวกัน” นายเรืองโรจน์กล่าว

นายเรืองโรจน์ กล่าวอีกว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี2563-2568) การทำธุรกิจจะยิ่งเหนื่อยขึ้น และหากใครทำธุรกิจแบบเดิม ๆ จะยิ่งอยู่ลำบากขึ้นจากการที่โลกและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปทุกขณะ ฉะนั้นคนทำธุรกิจจะต้องลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนตัวเอง โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม

อย่างไรก็ดี มองว่าใจกลางดิสรัปต์ชั่นประเทศไทยก็ยังมีโอกาส โดยภาคธุรกิจการเงิน สำหรับธนาคารกสิกรไทยทางทีมยุทธศาสตร์ของแบงก์เปลี่ยนตัวเองจากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นธนาคารเพียงอย่างเดียว ก็ได้มุ่งลงทุนด้าน DATA Analytic เป็นพันล้านบาทต่อปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโครงสร้างเทคโนโลยีมารองรับ

ขณะเดียวกันแบงก์กสิกรก็มีการพัฒนาแอปพลิเคชั่น K-Plus ขณะนี้มีผู้ใช้งานประมาณ 12 ล้านคน ถือเป็นแอปอันดับ 1 ในประเทศไทย และได้ขยาย K-Plus Market เพื่อให้คนขายของออนไลน์ ตอนนี้มีจำนวนผู้ใช้งานประมาณ 2 ล้านคน และมีปริมาณธุรกรรมประมาณ 1 หมื่นล้านทรานแซกชั่นต่อปี

ขณะที่การปล่อยสินเชื่อช่องทางดิจิทัล (Digital Lending) ได้ปล่อยไปแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หลังจากเปิดตัวแอป K-Plus มาได้ 1 ปี ซึ่งดิจิทัลเลนดิ้งจะเป็นธงนำของกสิกรไทยในปีหน้า โดยกสิกรได้ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆอย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้เราได้ร่วมทุนกับ LINE ทำ Social Banking ลงทุนใน Grab และ ปตท. ทำวอลเล็ต รวมถึงปล่อยกู้ใน Shopee นอกจากนี้ ยังลงทุนพัฒนาด้านบล็อคเชนวิจัยกับมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด” นายเรืองโรจน์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ