ค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่า ขานรับข่าวดีข้อตกลงการค้าเฟสแรก จีน-สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/12) ที่ระดับ 30.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (13/12) ที่ระดับ 30.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังสหรัฐกับจีนประกาศการทำข้อตกลงการค้าขั้นแรก ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐปรับลดภาษีนำเข้าบางรายการที่เรียกเก็บจากสินค้าจีน และส่งผลให้สหรัฐระงับแผนการเริ่มเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าจีนมูลค่า 1.60 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ สหรัฐก็ตกลงที่จะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าลงครึ่งหนึ่งจากเดิม 15% สู่ 7.5% สำหรับสินค้าจีนมูลค่า 1.20 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 62 ขณะที่จีนตกลงในประเด็นการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มขึ้นโดยคาดกันว่าผู้เจรจาต่อรองหลักทั้งสองประเทศจะลงนามในข้อตกลงนี้ที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์แรกของเดือน ม.ค. ปี 63 และสำหรับการเจรจาต่อรองขั้นสอง รัฐบาลจีนระบุว่าจะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลงขั้นแรกก่อน ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐก็ได้รับแรงกดดันจากตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐที่อ่อนแอในเดือน พ.ย. และปัญหาการเมืองในประเทศ โดยยอดค้าปลีกเบื้องต้นของสหรัฐขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือน พ.ย.เมื่อเทียบเป็นรายเดือนจากที่ขยายตัว 0.4% ในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 0.5% ส่วนปัจจัยทางการเมือง ตลาดจับตาสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในการลงมติอนุมัติ 2 ข้อหาในการชี้มูลความผิดเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งก็คาดว่าสภาผู้แทนจะทำการอนุมัติข้อหาดังกล่าว สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจับตาดูการประชุมนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันพุธนี้ (18/12) ซึ่งคาดว่่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามเดิมที่ 1.25% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.19-30.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (16/12) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1125/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/12) ที่ระดับ 1.1175/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังนายบอริส จอห์นสัน พรรคอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้งในอังกฤษด้วยคะแนนเสียงล้นหลาม ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่นายจอห์นสันจะสามารถผลักดันให้สหราชอาณาจักรแยกตัวจากสหภาพยุโรปแบบมีข้อตกลงไดสำเร็จในเดือน ม.ค. 63 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1123-1.1150 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1132/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (16/12) เปิดตลาดที่ระดับ 109.37/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/12) ที่ระดับ 109.62/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเินเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นรับข่าวดีเรื่องข้อตกลงการค้าขั้นแรก ทั้งนี้ในการประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันพฤหัสบดีนี้ (19/12) นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า BOJ1 จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินใด ๆ โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.26-109.49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ธ.ค. จากมาร์กิต (16/12), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน พ.ย. (17/12), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. (17/12), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ต.ค. (17/12), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (18/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (19/12), ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 3/2562 (19/12), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคค (PCE) เดือน พ.ย. (20/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 (ประมาณการครั้งสุดท้าย (20/12), ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (20/12)



สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.45/-2.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.6/+0.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ