เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
Politics ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 66,700 บาท
รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ
Politics รัฐบาลคาดปีนี้ ออกกฎหมายลูก ‘ตั๋วร่วม’ ครบ 20 ฉบับ
กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
Economic กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
Politics ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
อนุทิน สั่งรับมือฝุ่น PM 2.5 จี้ ‘ศุภจี’ จัดการแปรรูปขยะพิษเด็ดขาด
Politics อนุทิน สั่งรับมือฝุ่น PM 2.5 จี้ ‘ศุภจี’ จัดการแปรรูปขยะพิษเด็ดขาด
‘เบทาโกร’ เข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจ Foodservice อีคอมเมิร์ซครบวงจร
Biz Movement ‘เบทาโกร’ เข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจ Foodservice อีคอมเมิร์ซครบวงจร
งามจับใจ โอปอล-สุชาตา พาชุดไทยอวดโฉมกลางปารีส
Biz Movement งามจับใจ โอปอล-สุชาตา พาชุดไทยอวดโฉมกลางปารีส
นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
Politics นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
“ไทยแอร์เอเชีย” ดึง ลำไย ไหทองคำ-F.HERO จุดกระแสเที่ยวปลายปีทั่วไทยด้วย 134 เที่ยวบินต่อวัน
Business “ไทยแอร์เอเชีย” ดึง ลำไย ไหทองคำ-F.HERO จุดกระแสเที่ยวปลายปีทั่วไทยด้วย 134 เที่ยวบินต่อวัน
ดูทั้งหมด

เหลียวหลังแลหน้า เงินลงทุนจากต่างชาติ ในตลาดตราสารหนี้ไทย ฉบับปี 2562

03 ม.ค. 2563 | 11:18น.

คอลัมน์ สถานีลงทุน
โดย นิธิพงศ์ ทวีสิทธิ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

ปี 2562 มีเหตุการณ์สำคัญที่น่าตื่นเต้นและสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดตลอดทั้งปี ซึ่งมีผลกระทบกับเงินลงทุนของต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยผันผวนไปมาแค่ไหน? มาติดตามพร้อมคาดการณ์ถึงประเด็นที่ต้องจับตาในปี 2563 กัน

หลังจาก กนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทิ้งทวนไปเมื่อปลายปี 2561 ทำให้เกิดแรงขายของนักลงทุนต่างชาติทั้งในตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะยาว ตลอด 2 สัปดาห์สุดท้ายของปี รวมขายสุทธิกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และแม้จะเปลี่ยนปีปฏิทินเข้าสู่ปี 2562 แล้ว แต่ควันหลงแรงขายในตราสารหนี้ไทยระยะสั้นยังคงดำเนินอยู่เพื่อรับรู้ผลกำไร

ต่อมาในเดือน ก.พ. และ มี.ค. การตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและจีน สงครามการค้ามีความตึงเครียดมากขึ้น นักลงทุนต่างชาติจึงระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ส่งผลให้ในไตรมาส 1 มีกระแสเงินทุนไหลออกจากตราสารหนี้ไทยสุทธิ 41,854 ล้านบาท หลังจากมีข่าวดีที่จะบรรลุข้อตกลงกันได้สลับเข้ามาในเดือน เม.ย. พอเริ่มเข้าสู่เดือน พ.ค. ประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและจีนกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง ทั้ง 2 ประเทศต่างแสดงท่าทีจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างกัน เป็นเหตุให้ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกต้องสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง เช่น ธนาคารกลางของนิวซีแลนด์ ไอซ์แลนด์ รวมถึงมาเลเซีย หรือแม้กระทั่งธนาคารกลางของจีนก็ปรับลดสัดส่วนเงินกันสำรองลง (reserve requirement ratio) ขณะที่เฟดยังคงตรึงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมถึง 2 รอบติดต่อกัน ถึงแม้จะได้รับแรงกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์ผ่านการทวีตข้อความให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลงก็ตาม

ผลจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับมูลค่าการส่งออกที่ลดลงอย่างชัดเจน กดให้จีดีพีไตรมาส 1 ปี 2562 เติบโตต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส ส่งผลให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ถึงโอกาสที่ กนง.จะลดดอกเบี้ยลงในอนาคตอันใกล้ พร้อม ๆ กันกับกระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าซื้อตราสารหนี้ไทยช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. รวมสุทธิถึง 66,940 ล้านบาท ผลจากการไหลเข้าของเงินลงทุนถูกมองเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ทำสถิติแข็งค่าสูงสุดในรอบ 6 ปี ธปท.จึงประกาศใช้มาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ทำให้นักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตการลงทุนโดยทยอยขายตราสารหนี้ระยะสั้น เกิดเป็นกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 25,726 ล้านบาท ในเดือน ก.ค.

เข้าสู่เดือน ส.ค. ดอกเบี้ยทั่วโลกพร้อมใจกันปรับตัวลดลง เริ่มจากเฟดที่ลดดอกเบี้ยลงครั้งแรกในรอบ 10 กว่าปี เมื่อวันที่ 1 ส.ค. รวมถึง กนง. ที่สัปดาห์ถัดมามีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลหลายประเทศเริ่มปรับลงจนกลายเป็นติดลบ เช่น เบลเยียม และไอร์แลนด์ บางประเทศทำสถิติต่ำสุดรอบใหม่ เช่น สหราชอาณาจักร บางประเทศพันธบัตรรุ่นอายุยาวต่ำกว่าอายุสั้น จนเกิดสภาวะ inverted yield curve เช่น สหรัฐ ส่วนประเทศไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี ได้ทำสถิติแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.34% และ 1.43% ตามลำดับ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. จากอัตราผลตอบแทนที่ต่ำลง นักลงทุนต่างชาติจึงขายตราสารหนี้ไทย เพื่อรับรู้ผลกำไรรวมสุทธิ 78,902 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 3

เข้าปลายปี แม้ลมหนาวจะมาเยือนไทย แต่ดูเหมือนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังร้อนระอุไร้วี่แววจะยุติ รวมถึงความยืดเยื้อของ Brexit และการประท้วงในฮ่องกง ที่ลุกลามขึ้น ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเป็นลูกโซ่ต่อมายังเศรษฐกิจไทย จน กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้ง เมื่อวันที่ 6 พ.ย. มาอยู่ที่ 1.25% ซึ่งต่ำสุดในประวัติศาสตร์เมื่อครั้งวิกฤตซับไพรม์

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติไม่ได้เร่งปรับพอร์ตมากเหมือนช่วงก่อนหน้า แต่นักลงทุนต่างชาติชะลอการขายตราสารหนี้ไทยลงในไตรมาส 4 มีมูลค่าการขายสุทธิที่ 1,733 ล้านบาท (ณ 20 ธ.ค. 62) คาดว่าเป็นเพราะดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับต่ำมากแล้วจึงช่วยจำกัดมุมมองขาลง สุดท้ายแล้วเงินลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยปีนี้จะจบลงที่เท่าไร ควรรู้กันแล้วพร้อม ๆ กับข่าวดีเรื่องสงครามการค้าที่มาสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนส่งท้ายปี หลังสหรัฐระงับการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน รวมถึงจะลดอัตราภาษีลงถึง 50% ของภาษีที่เรียกเก็บก่อนหน้านี้

สำหรับปี 2563 มีหลายปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ชัดเจนขึ้น บทสรุปของ Brexit การประท้วงในฮ่องกง และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงปัจจัยภายในประเทศของไทยเอง ทั้งในเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจ ทิศทางนโยบายการเงินภายใต้เงื่อนไขที่ถูกกำจัดมากขึ้น และการลุ้นว่าบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกจะปรับเพิ่มอันดับเครดิตของไทยหรือไม่ ที่จะทำให้ปี 2563 มีเรื่องราวเกี่ยวกับกระแสเงินลงทุนที่เข้มข้น และน่าติดตามไม่แพ้ปี 2562 แน่นอน

ท้ายนี้ ขอสวัสดีปีใหม่ และขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับการออมการลงทุนกันถ้วนหน้าครับ