ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยตลาดการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (4 ก.พ.) ที่ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
โดยกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 31.00-31.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินกลับมามีทิศทางสดใส เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าหุ้นปรับตัวลงรับผลของไวรัสระบาดไปแล้ว ทำให้ตลาดสหรัฐและยุโรปรีบาวด์ตามผลประกอบการบริษัทที่ยังแข็งแกร่ง ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.7% ดัชนี Euro Stoxx 50 ฟื้นตัว 0.56%
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ 10 ปี ทรงตัวที่ระดับ 1.52% อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสยังคงปรับตัวลงต่อ 3% แตะระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมกับดอลลาร์ที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับทอง 0.8%
โดยในระยะต่อไป เชื่อว่านักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจกับการเลือกตั้งในสหรัฐ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่กำลังจะมีการรายงานในช่วงสัปดาห์นี้
ดร.จิติพล กล่าวอีกว่า ส่วนดอกเบี้ยนโยบายไทย แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะ คงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ก็มีบางส่วน ที่คาดว่าอาจลดดอกเบี้ยทันที ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ตลาดถือพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นต่อ ขณะเดียวกันความผันผวนที่ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง ก็จะส่งผลให้นักลงทุนต้องลดสถานะการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงลงอีกในอนาคต
ทั้งนี้ เงินบาท ถือว่าผันผวนหนักในช่วงวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยขึ้นไปอ่อนค่าที่สุดที่ระดับ 31.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับปรับตัวลงมาปิดสิ้นวันต่ำที่สุดที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
โดยรวมเชื่อว่าน่าจะเกิดจากสภาพคล่องที่ต่ำ แต่ขณะเดียวกันก็น่าสนใจว่ามีนักลงทุนบางกลุ่มโยกเงินกลับมาเตรียมลงทุนในหุ้นไอพีโอใหม่ รวมถึงตลาดตราสารหนี้ในระยะสั้นก็ค่อนข้างปลอดภัย นักลงทุนจึงเลือกพักสภาพคล่องที่เงินบาท
“เชื่อว่าวันนี้เงินบาทมีโอกาสที่จะแกว่งตัวในกรอบที่แคบลง และระยะถัดไปแนะนำจับตาตัวเลขนักท่องเที่ยว รวมถึงการส่งออกของไทย โดยถ้าผลกระทบของไวรัสระบาดและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว มีท่าทีว่าจะจบลงเร็ว ก็อาจเห็นเงินบาทกลับมาแข็งค่ากลับลงบ้างในช่วงเดือนนี้” ดร.จิติพลกล่าว