เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สรรพสามิต” แจกแอลกอฮอล์ล้างมือ 3 แสนลิตร ป้องกันโควิด-19

09 มี.ค. 2563 | 18:13น.

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมได้ขอบริจาคแอลกอฮอล์จากผู้ประกอบการในประเทศ ปริมาณ 3 แสนลิตร เพื่อนำมาผสมน้ำเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือแก่ประชาชนทั่วประเทศ เนื่องจากต้องการร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งกรมจะดำเนินการแจกจ่ายผ่านสรรพสามิตจังหวัดทั่วประเทศ เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยจะแจกจ่ายให้วันละ 100 ลิตร จำกัด 1 ลิตรต่อคน และคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการแจกจ่ายให้ประชาชนได้ภายในเดือนมี.ค.นี้

พร้อมกันนี้ กรมได้มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แอลกอฮอล์หรือสุราสามทับหากนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ โดยการให้สิทธิทางภาษีของสุราสามทับ (แอลกอฮอล์) เพื่อเป็นการลดต้นทุนทางภาษีและเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ โดยกรมได้ออกประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอใช้สิทธิเสียภาษีในอัตราภาษีศูนย์สำหรับสุราสามทับที่นำไปทำการแปลงสภาพ เพื่อใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบที่มิได้ทำขึ้นเพื่อการจำหน่ายเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

“เบื้องต้น กรมได้อนุญาตให้ผู้ผลิตแอลกอฮอล์ที่ใช้สุราเอทานอล สุราสามทัพ ขายต่อหรือบริจาคให้กับโรงงานยา เครื่องสำอาง ที่มีประมาณ 2,600 แห่งทั่วประเทศ สามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ หรือเจลล้างมือเพื่อแก้ปัญหาเจลแอลกอฮอล์ขาดแคลนในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดได้” นายพชร กล่าว

ทั้งนี้ ต้องการให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราสามทับ (แอลกอฮอล์) ซึ่งมี 3 กลุ่ม คือ องค์การสุรา กรมสรรพสามิต ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราสามทับเพื่อส่งออก และกลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรมเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ให้เสียภาษีแอลกอฮอล์หรือสุราสามทับในอัตราศูนย์บาทต่อลิตร โดยลดเงื่อนไขหลักเกณฑ์รวมทั้งข้อจำกัดต่าง ๆ จากที่ปฏิบัติง่ายขึ้นเพื่อให้ทันสถานการณ์เร่งด่วนและไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขายแต่เป็นการทำเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน โดยประกาศกรมสรรพสามิตฉบับดังกล่าวเป็นประกาศให้มีผลระยะสั้น คือให้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติหรือยังมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ก็จะพิจารณาขยายระยะเวลาตามความจำเป็นต่อไป