บลจ.ทหารไทย ชี้แจงประเด็นปิด 2 กองทุนตราสารหนี้ เร่งขายทรัพย์คืนเงินลูกค้านัดแรก 3-9 เม.ย.นี้

“บลจ.ทหารไทย” ประกาศยกเลิกกองทุนตราสารหนี้ “ธนเพิ่มพูน-ธนไพบูลย์” เหตุนักลงทุนแห่ไถ่ถอน เตรียมนำสินทรัพย์ภายใต้การบริหารออกขายชำระราคาคืนเงินแก่ผู้ถือหน่วยรอบแรกในวันที่ 3-0 เม.ย.นี้ ชี้ลงทุนบอนด์ต่างประเทศสูงไม่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการดูแลสภาพคล่องตราสารหนี้ของแบงก์ชาติ
 
นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) เปิดเผยกรณียกเลิกโครงการกองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ ว่า เนื่องจากตลาดตราสารหนี้เกิดความผันผวนจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้กองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นประเด็นอยู่ทั้ง 2 กองทุนได้รับผลกระทบ โดยตั้งแต่วันที่ 16-25 มี.ค. นักลงทุนขายหน่วยลงทุนจากความตื่นตระหนก (Panic Sell) ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย (Spread) กว้างขึ้น แม้ว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนจะเป็นสินทรัพย์คุณภาพ และไม่มีปัญหาการชำระคืนหนี้ (Default)
 
“การที่เรายุติการซื้อขายและปิดกองทุนรวม จะเป็นการให้โอกาสผู้จัดการกองทุนได้ค่อยๆ ขายทรัพย์สินเหล่านั้นออกมาเพื่อให้ได้ประโยชน์กับผู้ถือหน่วย แทนที่จะต้องไปเร่งขายเร็วๆ ตามการแพนิก ซึ่งเราเชื่อว่าการตัดสินใจนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหน่วย โดย TMBAM Eastspring ขออภัยแก่ท่านผู้ลงทุน และเราไม่ได้อยากให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำไปเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับท่านผู้ถือหน่วยทุกคน” นายสมจินต์ กล่าว
 
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16-25 มี.ค.ที่ผ่านมา กองทุนทั้ง 2 มีขนาดลดลงถึง 49% และ 75% ตามลำดับ ขณะที่ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ถึงปัจจุบัน (MTD) พบว่ามูลค่าของ กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน ลดลงจาก 80,442,738,927 บาท มาอยู่ที่ 25,191,178,960 บาท ณ วันที่ 25 มี.ค. ส่วน กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ ลดลงจาก 70,690,276,798 บาท มาอยู่ที่ 38,234,347,013 บาท ณ ช่วงเวลาเดียวกัน
 
นายสมจินต์ กล่าวว่า สำหรับผู้ลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนของทั้ง 2 กองทุนอยู่ หลังประกาศยกเลิกกองทุนจะเข้าส่วนกระบวนการชำระราคา โดยแบ่งเป็นใน 5 วันทำการแรกนับจากวันที่มีเหตุให้เลิกกองทุน หรือตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. – 2 เม.ย.63 ผู้จัดการกองทุนจะขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องที่เหมาะสมออกเพื่อรับเงินก้อนแรกชำระคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในอีก 5 วันทำการถัดไป ซึ่งจะตรงกับช่วงวันที่ 3-9 เม.ย.63
 
อย่างไรก็ดี หากยังไม่มีสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องเหมาะสมที่จะขายได้บริษัทฯ จะขยายเวลาชำระราคาให้ยาวนานขึ้น โดยทั่วไปจะกินเวลาราว 90 วัน เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่ดูแลและตัดสินใจขายสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุน
 
“หากมีความจำเป็นอื่นใด บลจ.ทหารไทยจะหารือกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อที่จะยืดเวลาเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกในระดับที่เหมาะสมและค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย (Trade Cost) ที่ไม่สูงเกินไป” นายสมจินต์ กล่าว
 
ทั้งนี้ เนื่องจากทั้ง 2 กองทุน มีการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง จึงไม่เข้าข่ายมาตรการดูแลสภาพคล่องของกองทุนรวมตราสารหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ