ค่าเงินเยนแข็งค่า จากแรงซื้อก่อนปิดงบการเงินเดือนมีนาคม

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 30 มีนาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/3) ที่ระดับ 32.64/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (27/3) ที่ระดับ 32.58/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอนุมัติมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นวงเงินสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือบริษัทและประชาชนสหรัฐ ในการรับมือกับภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจและเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขทางเศรษฐกิจเมื่อคืนวันศุกร์ โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 89.1 ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 90.0 จากระดับ 101 ในเดือน ก.พ. โดยดัชนีความเชื่อมั่นทำสถิติทรุดตัวลงในเดือน มี.ค. มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในรอบเกือบ 50 ปี ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐ และจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐที่เพิ่มขึ้นแซงหน้าจีนไปแล้ว ทั้งนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ประกาศขยายช่วงเวลาในการใช้แนวทางปฏิบัติให้ประชาชนทั่งประเทศเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ออกไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.จากเดิมที่แนวทางปฏิบัติดังกล่าวจะหมดอายุลงในวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. โดยมีเป้าหมายที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น นักลงทุนยังคงจับตาดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 20 มีนาคม  2563 พบผู้ติดเชื้อใหม่ 136 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,524 ราย รักษาหายแล้ว 127 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 9 ราย โดยล่าสุด นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อรองรับผบกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจและวิกฤตโควิดที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ตนได้สั่งให้กระทรวงการคลังเตรียมแผนออกมาตรการชุดที่ 3 เน้นดูแลกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน เพื่อรองรับแรงงานที่เดินทางที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด แนวทางในการดำเนินการให้ยึดโครงการเศรษฐิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนและมาตรการต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้ระบุตัวเลขงบประมาณที่จะนำมาดูแลโครงการดังกล่าว แต่มีแผนที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน วงเงินมากกว่า 2 แสนล้านบาท ตอกจากนี้ EIC ยังได้ออกมาประเมินเศรษฐกิจไทยในวิกฤตโควิด-19 มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบรุนแรงกว่าวิกฤตปี 2551-2552 ขณะที่ล่าสุด EIC ประเมินว่าในปี 2563 เศรษฐกิจไทยจะหดตัวประมาณ 3-4% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.56-32.70บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.68/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้านี้ (30/3) ที่ระดับ 1.1104/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/3) ที่ระดับ 1.0999/1.1003 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทั้งนี้ล่าสุดบรรดาผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยผู้กำหนดนโยบายของ EU ได้ขอเวลาศึกษารายละเอยดอีก 2 สัปดาห์ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในอิตาลี, สเปน และฝรั่งเศส ยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รายงานข่าวที่ว่า นายบอร์ริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษติดเชื้อโควิด-19 ยิ่งเพิ่มความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1059-1.1143 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1074/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/3) ที่ระดับ 107.45/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/3) ที่ระดับ 109.03/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันศุกร์ในขณะที่นักลงทุนและบริษัทญี่ปุ่นโยกย้ายเงินทุนกลับญี่ปุ่น ก่อนที่จะถึงวันสิ้นสุดปีงบดุลบัญชีในวันที่ 31 มี.ค. นอกจากนั้นค่าเงินเยนยังได้รับแรงหนุนในฐานะสกุลเงินปลอดภัย จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการล็อกดาวน์เพื่อรับมือกับเชื้อไวรัสโคโรนาและนักลงทุนคาดว่าสถานการณ์จะมีความไม่แน่นอนต่อไปอีกเป็นเวลานาน ทั้งนี้สหรัฐได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ในการระบาดของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกัน ล่าสุดนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกนั้น จะเป็นไปอย่างยืดเยื้อ ขณะที่เขาเรียกร้องให้มีการเฝ้าระวังมากขึ้นที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะพุ่งขึ้นอีกในญี่ปุ่น อีกทั้งนายอาเบะยังได้ให้คำมั่นที่จะจัดทำงบประมาณพิเศษอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะนำไปใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคระบาดดังกล่าว ซึ่งสำนักงานเกียวโดรายงานว่า ขนาดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นครั้งล่าสุดนี้ จะมีมูลค่าสูงกว่ามาตรการรับมือวิกฤตการเงินโลกหลังการล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์ส ในปี 2551 ซึ่งมีมูลค่ารวม 57 ล้านล้านเยน (5.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหอยู่ในกรอบระหว่าง 107.10-108.24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซนประจำเดือนมีนาคมและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐ ในวันจันทร์ (30/3) อัตราการว่างงานของญี่ปุ่นและเยอรมนี รวมทั้งตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาสที่ 4/2562 ของอังกฤษในวันอังคาร (31/3) ยอดค้าปลีกเยอรมันและตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐในวันพุธ (1/4) ดัชนีราคาผู้ผลิตยูโรโซนและจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลอดจนดุลการค้าของสหรัฐในวันพฤหัสบดีที่ (2/4) ตลอดจนตัวเลขยอดค้าปลีกยูโรโซนและตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ในวันศุกร์ (3/4)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.25/+0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.25/+1.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ