ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าหลังนักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 15 เมษายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/4) ที่ระดับ 32.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (14/4) ที่ระดับ 32.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากมีกระแสคาดการณ์ว่า รัฐบาลของหลายประเทศอาจจะกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยว่าวันอังคารที่ 14 เม.ย. ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐอยู่ที่ 602,989 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 25,575 ราย ทั้งนี้ รัฐนิวยอร์กถือเป็นรัฐที่มีการแพร่ระบาดรนแรงที่สุด โดยมีผู้ติดเชื้อ 202,630 ราย กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานนี้ (14/4) ว่า ดัชนีราคานำเข้าดิ่งลง 2.3% ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2558 หลังจากร่วงลง 0.7% ในเดือน ก.พ. ดัชนีราคาส่งออกดิ่งลง 1.6% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2558 หลังจากลดลง 1.1% ในเดือน ก.พ.
ปัจจัยเพิ่มเติมคือสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ดิ่งลงเกือบ 4% ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนกังวลต่ออุปสงค์น้ำมันที่ทรุดตัวลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันก่อนหน้านี้ทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะประสบกับวิกฤตการเงินที่รุนแรง ทั้งนี้ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 3% ในปีนี้ ซึ่งสวนทางการคาดการณ์ในเดือน ม.ค.ที่ระบุว่า เศรษฐกิจโลก จะมีการขยายตัว 3.3% ในปีนี้ และคาดการณ์ว่าปีหน้าจะขยายตัว 5.8% จากเดิมที่คาดการณ์ขยายตัว 3.4% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.55-32.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.61/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (15/4) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.0984/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/4) ที่ระดับ 1.0980 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการลดลงของจำนวนผู้ป่วย Coronavirus (Covd-19) ทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในยุโรปอย่าง อิตาลี และสเปน ผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 431 (13/4) คนต่อวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลา 24 ชั่วโมงที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม นอกจากนี้จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนักลดลงติดต่อกันเป็นวันที่เก้า อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรยังไม่สามารถแข็งค่าต่อไปได้มากเนื่องจากความกลัวที่เพิ่มขึ้นว่ายูโรโซนจะเผชิญกับภาวะถดถอยอย่างรุนแรงในปีนี้ จาก Bruna Le Maire รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศสซึ่งกล่าวว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสอาจ “หดตัว 8% ในปีนี้” ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0936-1.0990 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0932/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (15/4) เปิดตลาดที่ระดับ 107.12/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/4) ที่ระดับ 107.22/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน นักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคึกคัก หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผู้นำจากประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 จะจัดการประชุมทางไกลในวันพฤหัสบดีนี้ (16/4) เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.93-107.51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.38/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขดัชนียอดขายปลีก (เดือนต่อเดือน) (มี.ค.) และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค. ของสหรัฐ (15/4) รายงานนโยบายการเงินของธนาคารกลางแห่งแคนาดา (15/4), ดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจของเยอรมนีจากสถาบัน lfo ในเดือนเมษายน (16/4), ดัชนีการผลิตเดือน เม.ย. จากเฟดฟิลาเดลเฟียและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (16/4)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.5/+0.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ +3.0/+4.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ