เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

รัฐวิสาหกิจอ่วม พิษโควิด-19 แห่กู้เพิ่มแก้ขาดสภาพคล่อง

19 พ.ค. 2563 | 09:22น.

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากจะสร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งด้วย

โดยตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2563 ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 เม.ย. พบว่านอกจากรัฐบาลจะเตรียมกู้เงินเพิ่มเติม 6 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหา เยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมอย่างเร่งด่วนแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังมีการปรับแผนการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจเพื่อแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องด้วย

จึงมีผลทำให้กรอบการกู้เงินตาม “แผนเงินกู้เพื่อดำเนินโครงการ หรือเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการทั่วไป” ปรับเพิ่มขึ้น 11,240 ล้านบาท จากที่มีรัฐวิสาหกิจ 7 แห่งขอกู้เงินเพิ่ม ได้แก่ 1.การเคหะแห่งชาติ (กคช.) กู้เพิ่ม 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับ/บรรเทาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจาก กคช.ได้ออกมาตรการเร่งด่วนต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงกระทบต่อรายรับของ กคช.อย่างมีนัยสำคัญ

2.การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กู้เงินเพิ่ม 2,000 ล้านบาท เพื่อสำรองเงินไว้เสริมสภาพคล่อง เนื่องจาก กปภ.ต้องดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการหยุดประกอบธุรกิจต่าง ๆ มีผลทำให้รายได้จากการจำหน่ายน้ำประปาลดลง

3.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กู้เพื่อดำเนินงานเพิ่มอีก 2,500 ล้านบาท จากเดิมขอกู้ไว้แล้ว 3,000 ล้านบาท เพื่อดำรงสภาพคล่องให้เพียงพอและรองรับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องจาก กฟภ.ต้องดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า

4.บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กู้เงินเพิ่ม 1,000 ล้านบาท เพื่อสำรองสภาพคล่องรองรับธุรกิจใหม่ 5.สำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) กู้เพิ่ม 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) กู้เพื่อดำเนินโครงการ สธค. โรงรับจำนำของรัฐสู้ภัยโควิด-19 โดยขยายตั๋วจำนำและลดดอกเบี้ยให้แก่ประชาชน 2,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้จะใช้แหล่งเงินกู้จากธนาคารออมสิน (ซอฟต์โลน) และ 2) กู้ระยะสั้นในรูป credit line เพื่อต่ออายุสัญญาเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี 500 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ

6.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กู้เพิ่ม 1,200 ล้านบาท ในรูป credit line เพื่อสำรองสภาพคล่องทางการเงินสำหรับใช้ดำเนินงานในแต่ละเดือน เช่น การจัดซื้อจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์เกี่ยวกับโควิด-19 เพื่อจัดสรรให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ และสำรองสภาพคล่อง กรณีลูกค้ารายใหญ่ไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้ และ 7.องค์การสะพานปลา (อสป.) กู้เพิ่ม 40 ล้านบาทในรูป credit line เพื่อสำรองสภาพคล่อง

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 รัฐวิสาหกิจหลายแห่งประสบปัญหาสภาพคล่อง จึงต้องขอกู้เงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียน และ กู้เงินเสริมสภาพคล่องในรูป credit line โดยภายในเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ จะต้องมีการปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะใหม่อีกครั้ง ในกรณีที่ต้องค้ำประกันเงินกู้ให้กับ “บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)” 5.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการปรับแผนบริหารหนี้รอบที่ผ่านมายังไม่มีการค้ำประกันเงินกู้รายการดังกล่าว เพราะต้องให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และ ครม.อนุมัติก่อน

โดยขณะนี้ยังต้องรอให้กระทรวงคมนาคมเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.เห็นชอบหลักการแนวทางการฟื้นฟูการบินไทยก่อน จากนั้นจึงจะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) ที่มี “นายอุตตม สาวนายน” รมว.คลังเป็นประธาน เพื่อพิจารณาอนุมัติปรับแผนแล้วนำเสนอ ครม.เห็นชอบอีกที

“การจะค้ำประกันเงินกู้ให้การบินไทย จากเดิมที่คลังไม่ต้องค้ำเพราะเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงประเด็นที่การบินไทยมีผลขาดทุนต่อเนื่องมา 3 ปี ทำให้ต้องมีการผ่อนปรนหลักเกณฑ์เพื่อค้ำประกันให้นั้น คนน. จะต้องพิจารณาถึงเหตุผล ความจำเป็นอย่างรอบด้าน เพื่อให้ตอบสังคมได้ว่า ทำไมต้องค้ำประกันให้การบินไทย อย่างไรก็ดี การค้ำประกันเงินกู้เพิ่ม 5.4 หมื่นล้านบาท แม้จะมีผลทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อ GDP เพิ่มมากขึ้น และไม่เกินกรอบความยั่งยืนทางการคลัง”

“แพตริเซีย มงคลวนิช” ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมปรับแผนบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจ จากนั้นจะเสนอ คนน. ช่วงต้นเดือน มิ.ย. ส่วนการค้ำประกันเงินกู้ให้การบินไทย ต้องรอ ครม. มีมติเห็นชอบก่อน

ก่อนหน้านี้ ผู้อำนวยการ สบน. ระบุว่า ตามแผนบริหารหนี้ล่าสุดที่ ครม.เห็นชอบไปนั้น จะทำให้หนี้สาธารณะสิ้นปี 2563 อยู่ที่ 51.84% และสิ้นปี 2564 หากมีการกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินเต็มวงเงิน 1 ล้านล้านบาท จะทำให้หนี้สาธารณะขึ้นไปอยู่ที่ 57.96% ของ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 60% ของ GDP อย่างไรก็ดี หากจำเป็นต้องขยายกรอบดังกล่าวก็อาจจะขยายได้ไม่เกิน 77% ของ GDP ตามเกณฑ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

“ตอนนี้ ยังไม่จำเป็นต้องขยับกรอบหนี้สาธารณะ แต่ถ้าตามกฎหมาย ก็มีรอบที่จะต้องพิจารณาทบทวนในปีงบประมาณ 2564” นางแพตริเซียกล่าว

ทั้งนี้ คงต้องติดตามความคืบหน้าการค้ำประกันเงินกู้ให้แก่การบินไทยต่อไปว่า บทสรุปสุดท้ายจะออกมาอย่างไร รวมถึงคงต้องจับตาด้วยว่าจะมีรัฐวิสาหกิจแห่งอื่น ๆ ที่มีปัญหาสภาพคล่องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งหากมีรัฐบาลก็คงต้องเตรียมแผนดูแลไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้ลุกลามบานปลายเหมือนสายการบินแห่งชาตินั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐวิสาหกิจ