กรมธนารักษ์ พร้อมซื้อที่ดินเอกชน แก้ปัญหาที่ราชพัสดุไม่มีทางเข้าออก

อสังหาฯ

กรมธนารักษ์ เร่งแก้ปัญหาที่ราชพัสดุ ตาบอด ขนาดเล็ก ผิดรูปทั่วประเทศ พร้อมขอใช้งบจากกองทุนพัฒนาอสังหาฯ 100 ล้านบาท กว้านซื้อที่ดินเอกชนแปลงติดกัน เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่ม

นางศุกร์ศิริ บุญญเศรษฐ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักบริหารที่ราชพัสดุกรุงเทพมหานครสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ทั้ง 76 จังหวัด และส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง เร่งคัดเลือกแปลงที่ดินราชพัสดุที่มีปัญหา เช่น เป็นพื้นที่ตาบอด ไม่มีทางเข้าออก หรือพื้นที่ขนาดเล็ก หรือมีรูปร่างไม่เหมาะสม เพื่อเสนอขอใช้เงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ นำไปใช้ซื้อที่ดินแปลงติดกัน หรือแปลงใกล้เคียงของเอกชน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนา และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ราชพัสดุได้ในอนาคต

“ที่ผ่านมากรมฯได้รับแจ้งว่ามีที่ราชพัสดุหลายแปลง ที่กรมฯไม่สามารถเข้าไปพัฒนา หรือใช้ประโยชน์ได้ เพราะเป็นที่ตาบอดไม่มีทางเข้าออก หรือที่ดินที่มีขนาดเล็กจนใช้ประโยชน์ได้ยาก จึงสั่งให้ธนารักษ์ทั่วประเทศไปเร่งสำรวจ ว่าพื้นที่ใดบ้างที่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินจากกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ ซึ่งมีวงเงินเหลือกว่า 100 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินของเอกชนบางส่วน มาขยายให้มีทางเข้าออก หรือมีขนาดที่เหมาะสมต่อการนำไปพัฒนาต่อไป โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้”

นางศุกร์ศิริกล่าวต่อว่า กรมฯยังได้นำหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่ราชพัสดุที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ แจ้งให้ธนารักษ์ทั่วประเทศได้รับทราบเพื่อเร่งดำเนินการสำรวจ โดยได้กำหนดลักษณะที่ราชพัสดุที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนฯ แบ่งเป็น 2 กรณี กรณีแรกการจัดซื้อที่ดินจะต้องเข้าข่าย 5 ลักษณะ ได้แก่ 1.ที่ราชพัสดุที่เป็นที่ดินตาบอด หมายถึง ที่ราชพัสดุที่มีที่ดินเอกชนล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงถนนสาธารณะได้ 2.ที่ดินราชพัสดุตั้งอยู่ในซอยแคบ ไม่สามารถปลูกสร้างอาคาร

นอกจากนี้ยังมีที่ราชพัสดุที่มีรูปแปลงไม่เหมาะสมปลูกสร้างอาคารหรือนำไปพัฒนาได้ยาก 4. ที่ดินราชพัสดุมีขนาดเล็กไม่เหมาะสมจำเป็นต้องจัดซื้อที่ดินเพิ่มให้สามารถนำไปพัฒนา และ 5.ที่ดินราชพัสดุล้อมรอบที่ดินเอกชน ทำให้ที่ดินเอกชนเป็นที่ดินตาบอด ไม่สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้เต็มศักยภาพ แต่หากมีการรวมที่ดินเอกชนแปลงแล้วจะทำให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกันยังกำหนดให้แปลงที่ราชพัสดุที่มีภาระติดพันสามารถขอเงินสนับสนุนกองทุนฯได้ด้วย เช่น กรณีการรอนสิทธิในที่ราชพัสดุ ซึ่งมีที่ดินราชพัสดุที่มีศักยภาพสูง แต่ติดสัญญาเช่าระยะยาวกับผู้เช่าและจำเป็นจะต้องชำระเงินชดเชยให้ผู้เช่าเพื่อนำที่ดินราชพัสดุไปพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทาง เป็นต้น