“อุตตม” สั่ง บสย. ช่วยค้ำซอฟต์โลน ธปท. 3 หมื่นล้านบาท

อุตตม สั่ง บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ 3 หมื่นล้าน อุ้มเอสเอ็มอี 4 หมื่นราย ชี้สสว. พร้อมดูแลไมโครเอสเอ็มอี ชงคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ของใช้เงินกู้ วงเงิน 5 หมื่นล้าน สัปดาห์หน้า พร้อมสั่งสศค.-ออมสิน เตรียมมาตรการหนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมมาตรการเอสเอ็มอี ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สมาคมธนาคารไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และธนาคารออมสิน ว่า ได้ให้บสย. เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้ขอใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้แก่กลุ่มลูกหนี้ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ หรือ SM ให้ธุรกิจเดินไปได้ต่อเนื่องได้ และช่วยไม่ให้เอสเอ็มอีตกชั้นเป็นลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 3 เดือน (NPL)

“ขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องดูแลสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการคนตัวเล็ก และบสย.ก็มีความพร้อม ซึ่งมีเงินที่สามารถใช้ได้เลย ให้เข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อก่อน ในช่วง 3 เดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดูแลเอสเอ็มอีได้ถึง 4 หมื่นราย ส่วนโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS9 จะเข้ามาช่วยดูแลในอีกทอดหนึ่ง ซึ่งจะต้องดูแลในเรื่องเฉพาะหน้าก่อน”นายอุตตม กล่าว

นอกจากนี้ จะดูแลเอสเอ็มอีรายเล็ก หรือไมโครเอสเอ็มอี ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท โดยสสว. จะหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะใช้ในส่วนของก้อนเงินเยียวยา หรือฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินจะเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง โดยสสว. จะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองในสัปดาห์หน้า เพื่อเสนอครม. ต่อไป โดยแนวทางเบื้องต้น จะให้สถาบันการเงิน 18 แห่ง เข้ามาช่วยปล่อยสินเชื่อลักษณะผ่อนปรน ขนาดสินเชื่อไม่เกิน 1 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ได้สั่งให้สศค. และธนาคารออมสิน ไปศึกษาและพิจารณามาตรการมาช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ใช่เฉพาะภาคการโรงแรมเท่านั้น ซึ่งจะสอดคล้องต่อการจ้างงานด้วย

“ที่นายกรัฐมนตรีมีการเรียกคณะที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจเข้าไปหารือวันนี้ ได้รับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ซึ่งเรื่องเฉพาะหน้าหนีไม่พ้นการดูแลสภาพคล่องของเอสเอ็มอี ซึ่งจะต้องดูแลให้เอสเอ็มอีมีเงินทุนเพียงพอ และช่วยเสริมทักษะในระยะต่อไป โดยจะดูแลเรื่องเฉพาะหน้าก่อน ซึ่งมีผลต่อการจ้างงานโดยตรง เพราะเอสเอ็มอีมีการจ้างงานกว่า 80% ของการจ้างงานในประเทศ และเอสเอ็มอีที่ขึ้นบัญชีกับสสว. มีการจ้างงานกว่า 16 ล้านคน” นายอุตตม กล่าว

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อจะดูความสามรรถในการชำระหนี้ของลูกค้า แต่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปมาก มีรายละเอียดต้องพิจารณา ส่วนปัญหาหนี้เสียนั้น ที่ผ่านมา ก็ได้ช่วยลูกค้าไปมาก ขณะที่ ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในภาพรวมยังไม่ชัด แต่โดยรวมเพิ่มขึ้น แต่จะมากหรือน้อยไม่มีความหมาย เพราะระบบยังเดินหน้าไปได้

ทั้งนี้ นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไปบสย.กล่าวว่า การค้ำประกันสินเชื่อครั้งนี้ บสย.จะลดวงเงินค้ำต่อรายให้อยู่ในระดับ 15-20 ล้านบาทต่อราย จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านราย เพื่อให้สามารถค้ำประกันได้มากขึ้น โดยคาดว่า วงเงินที่ค้ำ 3 หมื่นล้านบาทนี้ จะทำให้แบงก์พาณิชย์ปล่อยสินเชื่อได้ราว 4 หมื่นล้านบาท หรือ จำนวน 4 หมื่นราย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ