การบินไทย ซุ่มถก 21 เจ้าหนี้ใหญ่ ดึง “แมคคินเซย์” ทำแผนธุรกิจ

(Photo by SAEED KHAN / AFP)

“ชาญศิลป์” เร่งทำแผนฟื้นฟูบินไทย จ้าง “แมคคินเซย์” ที่ปรึกษายกเครื่องแผนธุรกิจ-รื้อเส้นทางบิน กำหนดกลยุทธ์ถกเจ้าหนี้เช่าเครื่องบิน เผยล่าสุดเจรจาเจ้าหนี้รายใหญ่ 21 รายสนับสนุนการเข้าฟื้นฟูในศาล เดินหน้าถกกลุ่มแบงก์รัฐขอกู้เงินเสริมสภาพคล่องระยะสั้น คาดอยู่ได้ถึงแค่ ส.ค.นี้

เจรจาเจ้าหนี้ขอใช้เครื่องบิน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความคืบหน้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมายล้มละลายของ บมจ.การบินไทยว่า หลังจากที่ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไปเมื่อ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างเจรจากับเจ้าหนี้ โดยในส่วนของกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศรายใหญ่และเจ้าหนี้ให้เช่าเครื่องบิน ทีมที่ปรึกษากฎหมายของการบินไทยได้เจรจาไปแล้ว 21 ราย ขั้นตอนต่อไปการบินไทยจะต้องเสนอแผนการทยอยชำระหนี้ให้เจ้าหนี้พิจารณาและหนังสือยินยอมให้การบินไทยใช้เครื่องบินต่อไป นอกจากนี้ได้เริ่มดำเนินการนัดเจรจาเจ้าหนี้สถาบันการเงินในประเทศ 16 ราย

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในส่วนการยื่นขอรับรองการฟื้นฟูกิจการกับศาลต่างประเทศ เพื่อให้ทรัพย์สินหรือเครื่องบินของการบินไทยไม่ถูกยึดขณะให้บริการในต่างประเทศ ขณะนี้ได้ยื่นไปแล้วทั้งสิ้น 5 ประเทศ คือ เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยปัจจุบันศาลประเทศเยอรมนีได้ให้การรับรองแล้ว นอกจากนี้ทีมกฎหมายอยู่ระหว่างพิจารณายื่นศาลนิวซีแลนด์และเบลเยียมเพิ่มเติม

ดึงต่างชาติยกเครื่องแผนธุรกิจ

แหล่งข่าวกล่าวว่า หนึ่งในกระบวนการสำคัญในขณะนี้คือ ต้องเร่งดำเนินการจัดทำแผนธุรกิจใหม่ (new business plan) โดยขณะนี้การบินไทยได้ว่าจ้างบริษัท แมคคินเซย์ แอนด์ คอมพานี (McKinsey & Company) มาเป็นที่ปรึกษาด้านการบิน (airline experts) เพื่อเข้ามาร่วมทำแผนธุรกิจใหม่ รวมถึงแผนปรับปรุงเส้นทางบินของการบินไทยว่าจะคงเหลือเส้นทางบินไหนบ้างที่จะสอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมการบินในอนาคต เพื่อนำไปสู่การกำหนดประเทศปลายทางและประเภทเครื่องบินที่จะใช้ และนำไปวางกลยุทธ์ในการเจรจากับเจ้าหนี้ให้เช่าเครื่องบินและเจ้าหนี้กลุ่มต่าง ๆ รวมถึงประมาณการทางการเงิน

“การบินไทยจำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาจากต่างประเทศเข้ามาร่วมทำแผนธุรกิจใหม่ เพราะอุตสาหกรรมการบินโลกหลังการระบาดของโควิด-19 จะมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อแผนการฟื้นฟูกิจการให้กับทางเจ้าหนี้ด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

โดยผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศจะมาทำงานร่วมกับคณะทำงาน Survival Term เพื่อจัดทำ “แผนธุรกิจ” ในระยะเร่งด่วนในการฟื้นฟูกิจการที่นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทยได้แต่งตั้งเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยแผนธุรกิจใหม่ของการบินไทยจะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ภายใต้สถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งจากที่การบินไทยไม่ได้มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ

เตรียมแผนลดพนักงาน

สำหรับเรื่องการปรับลดจำนวนพนักงาน คณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา บมจ.การบินไทย (ชุดของรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม) รายงานว่า ยังไม่ได้ดำเนินการปรับลดพนักงานในขณะนี้ อย่างไรก็ตามการบินไทยจะเริ่มดำเนินการจากความสมัครใจของพนักงานเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงจะใช้มาตรการประเมินประสิทธิภาพของพนักงานเป็นลำดับถัดไป ส่วนเรื่องการจัดตั้งสหภาพแรงงานใหม่ภายใต้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ปัจจุบันยังไม่ได้มีการขอจดทะเบียนจัดตั้งกับกระทรวงแรงงาน

ทั้งนี้ที่ผ่านมาการบินไทยได้พยายามบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้จำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามหากกระบวนการรับคำร้องของศาลล้มละลายกลางล่าช้าออกไปอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของการบินไทยได้ แนวทางรองรับก็คือการขออนุญาตศาลเพื่อกู้เงินจากสถาบันการเงินโดยใช้ทรัพย์สินของการบินไทยค้ำประกัน

ถกแบงก์รัฐขอสภาพคล่อง

ด้านนายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้บริหารการบินไทยอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้งหมด เพื่อหาแหล่งเงินทุนมาเติมสภาพคล่องระยะสั้นให้การบินไทยสามารถดำเนินกิจการในช่วงนี้ต่อไปได้ เชื่อว่าจะได้ข้อยุติก่อนสภาพคล่องของการบินไทยจะหมด ตามที่ได้รับรายงานคืออยู่ได้ถึงเดือน ส.ค. 63 โดยการบินไทยมีสัญญาการกู้เงินบางส่วนกับธนาคารที่ยังคงมีกรอบวงเงินเหลืออยู่

ส่วนการเปิดสรรหาที่ปรึกษาทางธุรกิจของการบินไทย ยังไม่ได้รับรายงานจากการบินไทยว่า บริษัทอะไรบ้าง อย่างไรก็ดี ในการประชุมคณะกรรมการครั้งต่อไปซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า การบินไทยจะต้องรายงานในเรื่องดังกล่าว ซึ่งการสรรหาที่ปรึกษาทางธุรกิจจำเป็นที่จะต้องสรรหาให้ได้เร็วที่สุด เนื่องจากจะต้องเข้ามาบริหารแผนเรื่องการบิน โดยได้รับรายงานว่า การบินไทยจะกลับมาบินอีกครั้งอย่างเร็วที่สุดคือเดือน ส.ค. และช้าที่สุดคือเดือน ก.ย. ฉะนั้นจะต้องมีที่ปรึกษาทางธุรกิจเข้ามาช่วยดูแลในส่วนนี้

“ชาญศิลป์” ทำแผนเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน Survival Term เพื่อจัดทำ “แผนธุรกิจ” (business plan) ในระยะเร่งด่วนและระยะสั้น (9 ก.ค. 63-31 ต.ค. 63) ในการฟื้นฟูกิจการ ตามที่บริษัทได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการโดยศาลล้มละลายกลาง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท โดยมีนายชาย เอี่ยมศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจปิโตรเลียมประกันภัย และสิ่งแวดล้อมการบิน (D3) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และผู้บริหารสายงานต่าง ๆ เป็นคณะทำงานรวม 21 คน โดยมีรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์, สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน, สายปฏิบัติการ, ฝ่ายช่าง เป็นที่ปรึกษา

นอกจากนี้ เมื่อ 8 ก.ค. 2563 นายชาญศิลป์ได้ลงนามแต่งตั้งพนักงานระดับบริหาร 2 ตำแหน่ง ได้แก่ 1.นาวาอากาศตรี สรเดช นามเรืองศรี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ (DO) และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการถวายบิน 904 เฉพาะกิจ การบินไทย (DD-O) และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน (รักษาการ DY) พ้นจากรักษาการ DY โดยดำรงดำแหน่ง DO และ DD-O

2.นายนนท์ กลินทะ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารพันธมิตรการบินและกลยุทธ์การพาณิชย์ (S8) สายการพาณิชย์ (DN) ดำรงตำแหน่งรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน (รักษาการ DY) อีกตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่ 8 ก.ค. 2563 เป็นต้นไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ