ส่องหุ้นรับอานิสงส์ iPhone 12 เปิดตัว ‘JMART-SYNEX-HANA’ ฮอต!

ภาพประกอบข่าว iPhone
Photo by VASANTH on Unsplash

จับตาเปิดตัว iPhone 12 เที่ยงคืนวันนี้! โบรกฯ พาส่องหุ้นรับอานิสงส์บวก ‘JMART-SYNEX-HANA’ ฮอต! แนวโน้มกำไรครึ่งหลังแข็งแกร่ง ลุ้นทำนิวไฮต่อเนื่อง ราคาหุ้นยังน่าซื้อสะสม

  • JMART

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันมีพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G ออกมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเปิดตัวแพ็คเกจบริการ 5G ของค่ายมือถืออย่าง ADVANC และ TRUE ในช่วงสัปดาห์ก่อน ตามด้วยกำหนดการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่วันที่ 13 ต.ค.63 ที่เปิดเผยช่วงต้นสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ยังมีในส่วนการเปิดตัวมือถือรองรับ 5G ได้ในกลุ่มผู้ผลิตจีน เช่น Xiaomi, Oppo, Vivo และ Huawei

ประเด็นดังกล่าวถือเป็นบวกต่อกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้ามือถือในตลาด อาทิ COM7, JMART, SPVI และ CPW รวมถึงผู้จำหน่ายสินค้าไอทีกลุ่มค้าส่ง ได้แก่ SYNEX และ SIS อย่างไรก็ดี ในธุรกิจเดียวกันเชื่อว่า JMART เป็นผู้ที่มีโอกาสจะได้รับประโยชน์สูงเป็นลำดับต้น เนื่องจากสาเหตุดังนี้

1. เป็นบริษัทเดียวที่เน้นจำหน่ายสินค้าโทรศัพท์มือถือเป็นหลักและครอบคลุมทุกแบรนด์ บวกกับมีช่องทางขายในเครือที่หลากหลาย ทั้งหน้าร้าน JMART ลูกตู้ในพื้นที่เช่า IT Junction ของ J (ถือหุ้น 75%) และการขายตรงผ่านช่องทาง SINGER (ถือหุ้น 30%) นอกจากนี้ JMART ยังเป็นพันธมิตรกับ ADVANC ซึ่งมีความพร้อมบริการ 5G ที่สูง ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดลูกค้าที่สนใจ 5G เข้ามาซื้อสินค้ากับทางกลุ่มได้ อีกทั้งยังมีอานิสงส์ความต้องการซื้อที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากมาตรการ “ช็อปดีมีคืน”

2. การที่มีธุรกิจการเงินในเครือ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อสินค้ารุ่นใหม่มาใช้ก่อนตามกระแสความนิยม โดยภาพรวมเชื่อว่าธุรกิจในกลุ่ม JMART จะสร้างกำไรระดับสูงสุดต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดการณ์กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/63 ที่ราว 200 ล้าน บาท เติบโต 20.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และเติบโต 77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (YoY) อีกทั้งเชื่อว่ากำไรสุทธิจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในงวดไตรมาส 4/63 ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินกำไรปกติปี 2563 ไว้ที่ประมาณ 625 ล้านบาท

ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน แม้จะปรับตัวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ด้วยราคาที่ซื้อขายกันที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ปี 2564 ที่ 18.5 เท่า ยังต่ำกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง COM7 ที่ซื้อขายที่ P/E 35.2 เท่า ขณะที่มูลค่าพื้นฐานปี 2564 อิงจากวิธีคำนวณการรวมส่วนของกิจการ (Sum of the Part ) ที่ 18.00 บาท (อิงมูลค่าพื้นฐาน JMT 31.00 บาท SINGER 17.70 บาท (อิง Consensus) และ J ที่ 1.27 บาท) ส่งผลให้ยังมีโอกาสปรับขึ้น (Upside) เหลือลงทุนได้เกือบ 10%

อย่างไรก็ดี หากอิงราคาหุ้นปัจจุบันของบริษัทลูกในเครือ ได้แก่ JMT ที่ 36.25 บาท SINGER ที่ 16.20 บาท และ J ที่ 1.27 บาท จะส่งผลให้มูลค่าหุ้น JMART อยู่ที่ราว 20.00 บาท จึงแนะนำ “ซื้อ”

  • SYNEX

นางสาวหมิ่นหลิง หวัง นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แม้ราคาหุ้น SYNEX จะปรับขึ้นค่อนข้างมากแล้ว โดยปัจจุบันอยู่ที่ 16.30 บาท (ราคาหุ้น ณ วันที่ 12 ต.ค.63) สูงกว่าราคาเป้าหมายที่ บล.กสิกรไทย ประเมินไว้ที่ 15.50 บาท แต่อย่างไรก็ดี จากปัจจัยการเปิดตัว iPhone 12 คืนวันนี้ และผลกระทบจากการแบน Huawei ของสหรัฐที่ซาลงจะเป็นผลบวกแก่กำไรของบริษัทฯ

โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากสินค้าของ Apple เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 20% จากสิ้นปีก่อนที่มีสัดส่วนน้อยกว่า 10% ขณะที่สินค้าใหม่ของ Apple ที่เปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังมานี้ ได้แก่ iPad และ Apple Watch คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากราคาสมเหตุสมผลมากขึ้น อีกทั้งประเทศไทยถูกนับรวมในกลุ่มประเทศ Tier 1 ซึ่งจะส่งผลให้ได้รับสินค้าในระยะเวลาที่เร็วขึ้น โดยคาดว่าสินค้าใหม่ของ Apple จะวางขายในไทยได้ภายในเดือน ต.ค.นี้

ขณะที่กระแสการเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ (e-Learning) และการทำงานจากบ้าน (Work from Home) รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ช้อปดีมีคืน” ของภาครัฐถือเป็นอีกปัจจัยหนุนหนึ่งที่จะบวกต่อยอดขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้

“เราคาเว่าสินค้า Apple จะเข้ามาหนุนรายได้ของบริษัทฯ ในไตรมาส 4 และมาตรการช้อปดีมีคืนจะเป็นอีกปัจจัยบวกหนึ่ง เพราะสิทธิลดหย่อนภาษีวงเงิน 30,000 บาท คาดว่าประชาชนจะนำเวินไปใช้จ่ายกับสินค้าไฮเอนด์มากขึ้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้นค่อนข้างสูง แนะนำนักลงทุนระมัดระวังในการเข้าลงทุน” นางสาวหมิ่นหลิง กล่าว

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลังของ SYNEX โดยเฉพาะงวดไตรมาส 4/63 ที่คาดว่าจะเป็นจุดสูงสุด จากการเปิดตัว iPhone ซึ่งบริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่าย รวมถึงผลกำไรขั้นต้นที่ขยายตัวขึ้นจะเป็นบวกต่อกำไรสุทธิ นอกจากนี้ SYNEX ยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่หนุนความต้องการสินค้า IT ให้สูงขึ้น


ทั้งนี้ บล.ฟินันเซียฯ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท และปรับคาดการณ์กำไรปี 2563-2565 ขึ้นประมาณ 6-10%

ขณะที่คาดกำไรงวดไตรมาส 3/63 คาดว่าจะหดตัวลง 13% QoQ แต่จะสามารถเติบโตได้ถึง 54% YoY จากปัจจัยหนุนกำไรขั้นต้นที่ขยายตัว และแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/63 ที่คาดว่าจะทำจุดสูงสุดของปีนี้จากแรงหนุนการเปิดตัว iPhone 12 และสินค้าที่เกี่ยวกับเกมส์ (Gaming)

“เราปรับประมาณการกำไรปี 2563-2565 ขึ้น 6-10% และคาดกำไรจะเติบโต +18% 15% และ 16% ตามลำดับ สะท้อนกำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด ส่วนด้านสภาพคล่องในการดำเนินงานดีขึ้นตามวงจรเงินสด (Cash Cycle) ที่ทยอยลดลง” ฝ่ายวิจัย ระบุ

  • HANA

บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อ” HANA ที่ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท เนื่องจากคาดการณ์กำไรในช่วงครึ่งปีหลังฟื้นตัวดีและแข็งแกร่งกว่าช่วงครึ่งปีแรกจากเศรษฐกิจทั่วโลกที่ทยอยฟื้นตัว ทั้งภาคยานยนต์ รวมถึงการเปิดตัว iPhone ใหม่ และทิศทางค่าเงินบาทล่าสุดอ่อนค่าเป็นบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่จุดแข็งของธุรกิจคือการกระจาย (Diversify) ทั้งในแง่สินค้ารวมถึงที่ตั้งโรงงาน

ส่วนกระแสข่าวที่ Apple วางแผนผลิต iPhone 12 จำนวน 75 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ HANA ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากการอยู่ในห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ของการผลิต Smart Phone และ Consumer Product ต่างๆ ล่าสุด Apple วางแผนผลิต iPhone 5G อย่างน้อย 75 ล้านเครื่อง รวมถึงอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง โดยเร่งให้ผู้ผลิต (Supplier) ผลิตเพื่อให้ทันจำหน่ายเดือน ต.ค.นี้ ทำให้แนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรของบริษัทฯ ปี 2563-2564 ที่ 29% YoY และ 17% YoY ตามลำดับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ