“อาคม” ชง ครม. ตั้งคณะกรรมการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณโครงการใหญ่
รมว. คลัง ชงครม. ตั้งคณะกรรมการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณโครงการใหญ่ หนุนเบิกจ่ายตามเป้า 92% จ่อแก้กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง ขยายขอบเขตขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เพิ่มขีดความสามารถการทำธุรกิจในประเทศไทย พร้อมสั่งดูแลเรื่องเบิกจ่ายเงินตามนโยบายรัฐ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการมอบให้กับนโยบายกรมบัญชีกลาง ว่า คลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ในปี 2564 ให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยในปีงบประมาณ 2563 และ 4-5 ปีที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางเบิกจ่ายงบประมาณให้อยู่ในเกณฑ์ตามเป้าหมายได้ 92% เนื่องจากในปีงบประมาณนี้ มีการเบิกจ่ายล่าช้าอยู่ประมาณ 1 เดือน โดยจะเน้นเบิกจ่ายในโครงการใหญ่ๆ ที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
“อย่าลืมว่า ตอนนี้เรามีปัจจัยในเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้ต้องใช้เวลา แต่เวลาเดียวกัน การลงทุนในประเทศนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจของเราฟื้นตัวได้ จึงจะตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการเบิกจ่าย โดยเสนอครม.ไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะบรรจุเข้าวาระครม. ได้วันไหน อาจจะเป็นวันอังคารนี้ หรือสัปดาห์หน้า”
ส่วนเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำ สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ใช้เงินงบประมาณอยากให้เบิกจ่าย 100% เนื่องจากรัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพการเบิกจ่ายสูงกว่าส่วนราชการ ขณะที่ส่วนราชการ มีประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายงบประมาณ 95% ใกล้เคียงเป้าหมายเดิมของปีงบประมาณที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้กรมบัญชีกลาง คำนึงถึงยุคเทคโนโลยี ซึ่งมีข้อเสนอจากนักลงทุนต่างชาติ ที่ทำธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่อยากให้ลดขั้นตอน เพื่อให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถการทำธุรกิจในประเทศไทยด้วย จึงได้ขอให้กรมบัญชีกลางขยายขอบเขตการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ อยากให้เพิ่มโครงการต่างๆ ของผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น โครงการก่อสร้าง หรือระบบการเดินรถ รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ทางด่วน และระบบชลประทาน
พร้อมกันนี้ ยังมีเรื่องการขยายขอบเขตความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะการก่อสร้างสนามบิน ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานมีคุณภาพทัดเทียมนานาประเทศ ซึ่งการก่อสร้างสนามบินจะต้องทักษะการก่อสร้างขั้นสูงด้วย ทั้งรันเวย์ ลาดจอด รวมทั้งท่าเรือด้วย โดยเฉพาะในโครงการอีอีซี และการทำอุโมงค์ ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ขอให้กรมบัญชีกลางเข้าไปขยายขอบเขตในการแก้ไขกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง นอกเหนือไปจากการลดขั้นตอนให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น
“จะเข้าไปขยายขอบเขตในการแก้ไขกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง นอกเหนือไปจากการลดขั้นตอนให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น กรณีที่ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง การร้องเรียนต่างๆ เป็นต้น โดยจะต้องมีการแก้กฎกระทรวง”
ทั้งนี้ ยังได้มอบให้กรมบัญชีกลาง ดูแลในเรื่องการจ่ายเงินสวัสดิการผู้สูงอายุ คนพิการ แม้เป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก ก็อยากให้มีความล่าช้า ต้องทำให้อย่างรวดเร็ว และจะต้องเน้นการเบิกจ่ายให้รวดเร็ว และรอบคอบ บทบาทการสนองนโยบายรัฐ การรับจ่ายเงินโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย ทั้ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เป็นต้น