EXIM BANK ชี้ปี’63 ขาดทุน 1 พันล้าน คาดปีหน้าสินเชื่อโต 7%
EXIM BANK รับปี’63 ขาดทุนสุทธิ 1 พันล้านบาท หลังตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญตามบัญชีใหม่ คาดปี’64 สินเชื่อโต 6-7% เน้นช่วยเหลือเอสเอ็มอี หนุนส่งออก-ลงทุนตลาดใหม่ เชื่อปีหน้าเศรษฐกิจไทยพลิกเป็นบวก 2.5-4% ด้านส่งออกโต 4%
นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารในปีนี้ คาดว่ายอดสินเชื่อคงค้างน่าจะเติบโตได้ 5-6% คิดเป็นวงเงิน 6,000-7,000 ล้านบาท จากยอดสินเชื่อคงค้างที่มีปัจจุบัน 130,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขาดทุนสุทธิประมาณ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้ธนาคารได้มีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มเติม ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS9) ถึง 6,000 กว่าล้านบาท
“การตั้งสำรอง จะทำให้ธนาคารมีความเข้มแกร่งขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงการคลังจะอนุญาตให้ใช้มาตรฐานบัญชีใหม่สำหรับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐออกไปอีก 5 ปี แต่สำหรับธนาคารมีความจำเป็นต้องเร่งเพิ่ม เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีการติดต่อทำธุรกรรมกู้และการให้สินเชื่อกับต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้มีความน่าเชื่อถือ และมีความจำเป็น”

ส่วนผลการดำเนินงานในการเปิดสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ ภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะได้รับใบอนุญาตเพิ่มเติมจากทางการเวียดนาม เพื่อตั้งสำนักงานตัวแทนที่โฮจิมินท์ ซึ่งจะทำให้ธนาคารมีสำนักงานครอบคลุมกลุ่ม CLMV ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคของธนาคาร
สำหรับผลการดำเนินงานในกลุ่ม CLMV มียอดการปล่อยสินเชื่อเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีสินเชื่อคงค้างเป็น 1 ใน 3 ของยอดสินเชื่อรวม หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท และหากมีการเปิดสำนักงานตัวแทนที่เวียดนาม จะสามารถสนับสนุนเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนและทำการค้าเพิ่มเติมได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจพลังงาน ที่มีศักยภาพในการขยายตัวได้ดี
ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 5% โดยจะพยายามรักษาไว้ที่ระดับดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้ออกมาตรการและเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าวงเงินกว่า 50,000 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าว มีประมาณ 5% หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท ที่เป็นกลุ่มอ่อนไหว และจะต้องจับตาดูเป็นพิเศษ โดยยืนยันว่า ธนาคารได้ตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัญจะสูญตามเกณฑ์ไว้เรียบร้อยแล้ว
นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจในปีหน้า คาดว่าสินเชื่อจะเติบโต 6-7% โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการมุ่งเน้นการบริหารจัดการการเงินและธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ การบริหารความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมกับการบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการทำหน้าที่สนับสนุนการส่งออกและลงทุนโดยเฉพาะในตลาดใหม่
ด้านธุรกิจประกันภัยส่งออก ในปีหน้าคาดว่าการเติบโตจะใกล้เคียงกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่เติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 10% ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ส่งออก ในภาวะที่เศรษฐกิจ และภาวะการค้าที่มีความไม่แน่นอนสูง พร้อมกันนี้ ในระยะยาว ธนาคารจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยในปี 2563 จะติดลบ 7% และคาดว่าจะกลับมาขยายตัวได้ 2.5-4% ในปี 2564 ขณะที่การส่งออกในปีหน้าคาดว่าจะกลับมาเป็นบวกได้ 4% นอกจากนี้ ยังมองว่า การบริโภคและการลงทุนภาครัฐจะกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง ผู้ส่งออกไทยปรับตัวได้ดี ในการผลิตและส่งออกสินค้าที่มีความหลากหลายและทนต่อแรงเสียดทานได้ดี