3 ประสานปั๊มเศรษฐกิจพ้นโคม่า เร่งเบิกจ่าย+ผ่อนคลาย+เยียวยา
คอลัมน์ เช้านี้ที่ซอยอารีย์ พงศ์นคร โภชากรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)
ล่าสุดสภาพัฒน์แถลงตัวเลขอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไตรมาส 3 อยู่ที่ -6.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขที่ติดลบแปลว่ายังมีอาการป่วยอยู่ แต่หดตัวน้อยกว่าไตรมาส 2 ที่อยู่ที่ -12.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญคือออกมาดีกว่าที่ทุกสำนักคาดไว้แบบ “หักปากกาเซียน” กันเลยทีเดียว
ผมว่าปัจจัยหลักที่ช่วยเศรษฐกิจพ้นโคม่ามี 3 เรื่อง ได้แก่
1.เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจหดตัวลงลึกกว่าเดิมคือ “การใช้จ่ายภาครัฐ” จริง ๆ แล้วการใช้จ่ายภาครัฐซึ่งประกอบด้วยการบริโภคภาครัฐและการลงทุนภาครัฐ มีขนาดเล็กประมาณ 1 ใน 4 ของ GDP เท่านั้น เล็กกว่าการส่งออกสินค้าและบริการ เล็กกว่าการใช้จ่ายภาคเอกชน
ผมจึงมักเรียกเครื่องยนต์นี้ว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว” แจ๋วเพราะการใช้จ่ายภาครัฐที่เป็นการบริโภค (เงินเดือน ค่าใช้จ่าย ค่าวัสดุครุภัณฑ์ต่าง ๆ) ไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ขยายตัว 3.4% ส่วนการลงทุนภาครัฐที่เป็น super hero ตัวจริงขยายตัวสูงถึง 18.5% ขยายตัวได้ดีทั้งการลงทุนก่อสร้างและการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักร ซึ่งรัฐบาลมีการเร่งรัดอย่างเต็มกำลัง เพราะคอนโทรลได้ 100%
2.นอกจากเครื่องยนต์ตัวจิ๋วนี้แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า “มาตรการผ่อนคลายการป้องกันโรคระบาด” แม้ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยตรง แต่การค่อย ๆ ผ่อนคลาย ช่วยให้มีการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ มากขึ้นจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว ซึ่งเราเห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารผ่านสนามบินเพิ่มขึ้น ปริมาณการใช้ไฟฟ้าหลายสาขาเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบางตัวเพิ่มขึ้น
3.อีกปัจจัยสำคัญคือ “มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19” โดยการเติมเงินเข้ากระเป๋าโดยตรงประมาณ 30 ล้านคน ผ่านกระทรวงการคลัง 16.3 ล้านคน (เยียวยาโควิดบวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กว่า 7.5 ล้านคน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกกว่า 6 ล้านคน รวมเป็นเม็ดเงินกว่า 3 แสนล้านบาท
แม้เม็ดเงินส่วนใหญ่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2 แต่ยังมีโมเมนตัมอยู่ ช่วยให้การจับจ่ายใช้สอยไม่วูบลงไปมากนัก จะเห็นว่าการบริโภคภาคเอกชนจากหดตัว -6.8 ในไตรมาส 2 เหลือเพียง -0.6 ในไตรมาส 3 เท่านั้น
ในไตรมาส 4 ส่วนตัวผมมองว่า GDP น่าจะปรับตัวดีขึ้นได้อีก แต่ยังหดตัวเล็กน้อย เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งมีสัดส่วนเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP น่าจะพลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี เพราะ 3 มาตรการสำคัญของกระทรวงการคลัง ได้แก่ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง และช้อปดีมีคืน ซึ่งจะเห็นผลเต็ม ๆ ในไตรมาส 4 บวกกับการเร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐบาลเพราะเป็นไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2564
แต่จะเห็น GDP กลับมาเป็นบวกคงต้องรออีกหน่อยครับ…