เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

แบงก์ขานรับเกณฑ์ใหม่ธปท. หนุนปล่อยกู้ซอฟต์โลนเพิ่ม

29 ธ.ค. 2563 | 08:11น.
แบงก์ชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย

แบงก์ชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย

แบงก์ขานรับ ธปท.ผ่อนเกณฑ์ซอฟต์โลนเอสเอ็มอีขอกู้ได้ 2 ครั้ง จากเดิมตีกรอบให้แค่ครั้งเดียวคาดช่วยกระตุ้นยอดปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นได้บางส่วน ขณะที่ บสย.ชี้ครั้งแรกผู้ประกอบการอาจกู้ไม่เต็ม 20% เพราะมอง “โควิด”ไม่ลากยาว หวังช่วยเพิ่มยอดค้ำประกัน “ซอฟต์โลนพลัส” ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับเกณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) โดยมีการปรับนิยามกลุ่มธุรกิจ พร้อมปรับให้ผู้ประกอบการยื่นขอกู้ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง รวมกันไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ 31 ธ.ค. 2562 จากเดิมกู้ได้ครั้งเดียว

รวมถึงปรับเรื่องการชดเชยความเสียหายจากการให้กู้ยืม ที่จะพิจารณาจากคุณภาพสินเชื่อเมื่อครบกำหนด 2 ปีนับจากผู้ประกอบการได้รับสินเชื่อซอฟต์โลนครั้งแรก

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินรายหนึ่ง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปรับเกณฑ์ดังกล่าว เป็นเพียงการปรับเฉพาะส่วนที่ ธปท.พอจะทำได้ โดยที่ยังไม่ต้องแก้กฎหมายพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พ.ศ. 2563 เพราะการจะแก้ พ.ร.ก.ต้องขึ้นกับรัฐบาล กระทรวงการคลังต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ

“ธปท.เองก็พยายามปรับเงื่อนไขซอฟต์โลน โดยที่ผ่านมาก็มีการคุยกันว่าจะขยับวงเงินให้กู้จากไม่เกิน 20% เป็น 50% หรือไม่ หรือเรื่องให้แบงก์คิดดอกเบี้ยได้มากกว่า 2% ไม่เกิน 5% แต่ตอนนี้ก็ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน ซึ่งเกณฑ์ที่ปรับรอบนี้ก็น่าจะพอช่วยให้มีการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนเพิ่มขึ้นได้บางส่วน เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ประกอบการที่ยังใช้วงเงินไม่เต็ม 20% จำนวนหนึ่ง เพราะติดข้อกำหนดให้กู้ได้เพียงครั้งเดียว” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับความคืบหน้าซอฟต์โลน วงเงิน 500,000 ล้านบาท ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 21 ธ.ค. 2563 มียอดสินเชื่ออนุมัติแล้ว 122,773 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับซอฟต์โลน 73,696 ราย คิดเป็นสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย 1.7 ล้านบาทต่อราย

นายศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การผ่อนคลายเกณฑ์ปล่อยกู้สินเชื่อซอฟต์โลนของ ธปท.ดังกล่าว น่าจะช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนให้คล่องตัวขึ้น

จากเดิมเกณฑ์กำหนดให้ปล่อยสินเชื่อได้เพียง 1 ครั้ง วงเงินสินเชื่อจะอยู่ที่ 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2562 โดยปรับให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สามารถกู้เพิ่มได้เป็น 2 ครั้ง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจะเห็นว่าธนาคารปล่อยสินเชื่อไม่ถึงวงเงิน 20% ของยอดคงค้างเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น การขยายการขอยื่นกู้เป็น 2 ครั้งได้ ก็จะช่วยให้ลูกค้ารายที่ยังไม่ฟื้น และยังกู้ไม่ครบเพดาน 20% ของยอดหนี้คงค้างเดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ดี ลูกค้าบางรายมีภาระหนี้ต่อรายได้ (D/E) ค่อนข้างสูง ทำให้ไม่สามารถขอวงเงินได้เต็มเพดาน 20% ซึ่งการพิจารณาสินเชื่อ ภายใต้การผ่อนหลักเกณฑ์ ธปท.ยังคงขึ้นอยู่กับภาระหนี้ของลูกค้า โดยพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

“การผ่อนคลายเกณฑ์ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปัจจัยโควิด-19 รอบใหม่ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อลูกค้ารายเดิมที่กำลังจะฟื้นตัว แต่โดนกระทบเพิ่ม แบงก์ก็เข้าไปช่วยปล่อยสภาพคล่องเพิ่ม เพราะบางรายก็กู้ไม่ถึง 20% และแบงก์เองก็ปล่อยไม่เต็ม เพราะกลัวความเสี่ยง เรามองว่าเกณฑ์ที่ออกมาถือว่ายืดหยุ่นขึ้นพอสมควร และก็เป็นข้อเสนอที่แบงก์เสนอต่อ ธปท.ด้วย” นายศิริเดชกล่าว

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข รองผู้จัดการทั่วไป สายงานสนับสนุน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า การปรับเกณฑ์ดังกล่าว น่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ต้องการสภาพคล่องเพิ่ม หลังจากเคยใช้ซอฟต์โลนแล้ว แต่ยังมีช่องให้สามารถขอซอฟต์โลนเพิ่มเติมได้ ได้สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง เพราะเกณฑ์เดิมให้กู้ซอฟต์โลนได้เพียง 1 ครั้ง

“ช่วงแรกที่เกิดวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจบางรายอาจจะขอกู้เท่าที่จำเป็น ไม่ได้ใช้วงเงินเต็มจำนวน 20% เพราะเข้าใจว่าผลกระทบโควิดอาจจะไม่นาน แต่ขณะนี้สถานการณ์ยาวขึ้น ดังนั้น ก็จะมีช่องว่างให้กู้เหลืออยู่ เช่น หากผู้ประกอบการกู้ไปแค่ 10% ก็จะมีเหลือกู้ได้อีก 10%” นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกรกล่าวด้วยว่า ข้อดีของการขอสินเชื่อ ครั้งที่ 2 จะสามารถใช้การค้ำประกันโครงการ Soft Loan พลัสของ บสย.ได้ ซึ่งจะเข้าไปค้ำประกันระหว่างปีที่ 3-10 จะทำให้ผู้ประกอบการได้สินเชื่อที่ยาวขึ้น