ติดเชื้อโควิดนิวไฮ! กระทบหุ้นไทยปรับฐานระยะสั้น แต่ตลาดมีโอกาสฟื้นตัวเร็ว
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซียพลัส จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทยตลาดยังให้น้ำหนักหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วานนี้เพิ่มขึ้นถึง 745 ราย แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 729 ราย (มาจากการคัดกรองเชิงรุกจำนวน 577 ราย) และจากต่างประเทศ 16 ราย และที่สำคัญยังเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อกระจายตัว ล่าสุดใน 54 จังหวัด โดยวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังอยู่ในระดับสูงอยู่ที่ 527 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่ยังสูงหนุนให้ภาครัฐเดินหน้าเพิ่มมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นในพื้นที่มีการระบาดค่อนข้างรุนแรง
โดยวานนี้ ที่ประชุม ศบค.ให้ล็อกดาวน์ใน 5 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ได้แก่ สมุทรสาคร, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด ขณะที่กรุงเทพเริ่มออกมาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้น เช่น ปิดสถานศึกษาจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2564 (เดิมปิดจนถึง 17 ม.ค. 2564), ให้ร้านอาหาร -เครื่องดื่ม จำหน่ายเฉพาะสั่งกลับบ้านเท่านั้น ภายหลังเวลา 21.00 น. การประชุม-สัมมนา-จัดเลี้ยง ที่มีผู้ร่วมงานเกิน 200 คน ต้องยื่นแผนจัดงานและมาตรการควบคุมโรค เป็นต้น

ทั้งนี้เซนติเมนต์ต่อตลาดหุ้นคาดตลาดน่าจะคุ้นชินและปรับตัวกับ COVID-19 ได้เร็วขึ้น แม้วานนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยจะเร่งตัวสูงจนทำจุดสูงสุดใหม่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ฝ่ายวิจัยคาดว่าน่าจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น ตราบที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด
- นักลงทุนมีความรู้ และคุ้นชินกับ COVID-19 มากขึ้นบวกกับวัคซีนที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ภาวะการปรับฐานของตลาดอาจมีระยะเวลาที่ลดน้อยลง สะท้อนได้จากความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่กับตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI Index) ในเฟส 1 – 3 พบว่า เวลาใดมีผู้ติดเชื้อเร่งตัวขึ้นมักจะกดดันให้ตลาดหุ้นปรับฐานเสมอ แต่ในเฟสหลังๆ ระยะเวลาในการปรับฐานของตลาดกลับลดน้อยลง ทำให้เชื่อว่าการปรับฐานของหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นขึ้นได้เร็ว ตามพฤติกรรมของนักลงทุนทั่วโลก

- ฟันด์โฟลว์ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทย เพิ่มขึ้น หากการเลือกตั้งวุฒิสภาสหรัฐครั้งใหม่ พรรคเดโมแครตเป็นผู้ชนะและได้ครองทั้ง 3 สภาฯ (Blue Wave) และวานนี้ยังคงเห็นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดการเงินไทยต่อเนื่อง โดยซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ 4.4 พันล้านบาท และตลาดหุ้น 2.2 พันล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินไหลเข้ามาพักในตลาดตราสารหนี้จนกดดันให้ Bond Yield 1 ปี 0.344% (ต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5%) หากประเด็น COVID-19 เริ่มเบาลง อาจเห็นการเคลี่อนย้ายเม็ดเงินจากตลาดตราสารหนี้มาหนุนตลาดหุ้นอีกแรง

สรุปฝ่ายวิจัยคาดว่าตลาดหุ้นน่าจะคุ้นชินตราบที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index วันนี้ที่ 1,440-1,480 จุด ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแบ่งออกเป็น 3 ธีม ดังนี้ 1. หุ้นปันผลสูง (Dividend Yield > 6% ต่อปี) แนะนำ DCC, AP 2.หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก COVID-19 รวมถึงกระแส Work Form Home แนะนำ STGT, ADVANC 3.หุ้นที่เป็นเป้าหมายของ Fund Flow แนะนำ GULF, PTT
