วัคซีน กับ ความคาดหวังของตลาดหุ้น

วัคซีนโควิด

วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย(FETCO) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทิสโก้ จำกัด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ท่ามกลางข่าวร้ายรายวัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่สูงกว่า 1,500 คนนานถึง 17 วันติดต่อกัน จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมที่สูงถึง 305 คนจากการระบาดระลอกนี้ จำนวนผู้ป่วยหนักใน ICU ที่มากกว่าหนึ่งพันคน และจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษาอีกถึงเกือบ 30,000 คน 

แต่ตลาดหุ้นไทยกลับดูเหมือนไม่กังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าดูจาก SET Index ที่ยังคงเทรดในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการระบาดระลอกนี้ และถ้าวัดจากต้นปี ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นไปแล้ว 136 จุด หรือเกือบ 10%

นอกจากนั้น ผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนล่าสุด ที่จัดทำโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ก็ชี้ชัดว่านักลงทุนยังคงมีระดับความเชื่อมั่นที่สูง และมีมุมมองที่เป็นบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย 

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมตลาดหุ้นไทยถึงไม่ปรับตัวลงเลย ทั้งที่การระบาดรอบนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด และน่าจะสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจมากถึง 1.5-2% ของ GDP 

ผมมองว่าเกิดจาก 4 เหตุผล ดังนี้ 

หนึ่ง นักลงทุนเชื่อว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันได้ผ่านจุดสูงสุดที่ 2,839 คนไปแล้ว และสถานการณ์น่าจะเริ่มคลี่คลายได้ในไม่ช้า จากการใช้มาตรการคุมเข้มสูงสุดและมาตรการเชิงรุกของ ศบค. 

สอง แผนการเร่งจัดหาวัคซีน (ล่าสุด รัฐบาลมีแผนจัดซื้อถึง 150-200 ล้านโดส) และเร่งฉีดวัคซีน ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าการทยอยเปิดประเทศยังน่าจะทำได้ตามแผนเดิม 

สาม การออกมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ที่รัฐบาลทำอย่างรวดเร็วและมีมูลค่าสูงถึง 256,000 ล้านบาท หรือเทียบเท่า 1.6% ต่อ GDP น่าจะชดเชยผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มได้มากพอสมควร   

สี่ การฟื้นตัวอย่างร้อนแรงของเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวถึง 5.5% ในปีนี้ ส่งผลให้การส่งออกของไทยกลับมาขยายตัวเร็วและสูงกว่าคาด ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากการชะลอกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศในช่วงนี้ได้อีกทาง 

ที่น่าสนใจ คือตลาดหุ้นในต่างประเทศก็แทบไม่เผชิญกับแรงเทขายจากการระบาดระลอกนี้ ทั้งที่สถานการณ์ในหลายประเทศรุนแรงมาก เช่น อินเดีย ที่ติดเชื้อเฉลี่ยวันละเกือบ 400,000 คนมาหลายสัปดาห์ แต่ตลาดหุ้นอินเดียก็ยังให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก (+3%) ในปีนี้   

หรือ เยอรมัน ที่ยังติดเชื้อกันวันละเกือบ 20,000 คน แต่ตลาดหุ้นเยอรมันกลับปรับตัวขึ้นถึง 10% ในช่วงหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา 

แน่นอน ระดับดอกเบี้ยที่ตำ่สุดเป็นประวัติการณ์ในทุกประเทศ บวกกับนโยบาย QE ของ Fed และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลทั่วโลก คือแรงหนุนที่สำคัญของตลาดหุ้น 


แต่ปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนมากที่สุดในช่วงนี้ คือวัคซีน 

ตั้งแต่เริ่มมีการอนุมัติใช้วัคซีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ตอบสนองในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง โดย ดัชนีตลาดหุ้นโลก (MSCI World Index) ปรับขึ้นเกือบ 30% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สร้างสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนที่แล้ว 

ล่าสุด ผลการศึกษาของฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้  พบว่าความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นแต่ละประเทศในปีนี้ มีความสัมพันธ์ในทางบวก (ค่า correlation อยู่ที่ 68%) เมื่อเทียบกับความคืบหน้าการฉีดวัคซีนของประเทศนั้นๆ โดยพิจารณาจากอัตราการฉีดวัคซีนต่อจำนวนประชากร 

แบบจำลองความสัมพันธ์นี้ยังพบอีกว่า อัตราการฉีดวัคซีนต่อจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10% จะมีผลเชิงบวกต่อผลตอบแทนตลาดหุ้นโดยเฉลี่ยสูงขึ้นประมาณ 2.5% 

ดังนั้น การดำเนินการจัดหาและฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย 50 ล้านคนของรัฐบาลภายในสิ้นปีนี้ จึงมีความสำคัญมากต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป ถ้าทำได้ตามแผนนี้ เราน่าจะได้เห็นตลาดหุ้นไทยอยู่ในขาขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ