เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

เศรษฐี-ตระกูลดังขนที่ดินตึ๊งแบงก์ ลงทุนนิวนอร์มอลปั้นรายได้

11 มิ.ย. 2564 | 08:46น.

แบงก์รุกธุรกิจบริหารที่ดินเศรษฐี แปลงทรัพย์สินที่ดินเปล่า-อสังหาฯเป็นเงินลงทุนหาผลตอบแทน จ่ายภาษีที่ดินและต่อยอดความมั่งคั่ง “เคแบงก์” โชว์ผลงานผลิตภัณฑ์ land loan for investment เติบโต 40% คาดปีนี้ใช้สินเชื่อเต็มวงเงินเป้าหมาย 3 หมื่นล้านบาท เผยล่าสุดมีเศรษฐีกว่า 160 รายใช้บริการ รวมทั้งกลุ่มเศรษฐีเก่า-ตระกูลดังเฉลี่ยวงเงินรายละ 200-300 ล้านบาท “SCB-KKP” ร่วมชิงเค้กชี้โอกาสเติบโตสูง

แปลงที่ดินต่อยอดความมั่งคั่ง

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มไพรเวตแบงกิ้ง ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มการนำทรัพย์สินที่ดินมาแปลงเป็นการลงทุน หรือ land loan for investment ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้นต่อเนื่อง โดยปีนี้มีการใช้วงเงินไปแล้ว 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 40% จากปีที่ผ่านมา

คาดว่าภายในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ น่าจะเต็มวงเงินที่ตั้งเป้าไว้ 3 หมื่นล้านบาท โดยเฉลี่ยจะมีลูกค้าเศรษฐีเจ้าของที่ดินเพิ่มเข้ามาไตรมาสละ 20-30 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาทต่อไตรมาส โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่ให้ความสนใจใช้บริการ land loan for investment ของเคแบงก์อยู่ประมาณ 160 ราย

ปัจจัยที่สนับสนุน land loan for Investment ได้รับความสนใจและมีอัตราการเติบโตได้ค่อนข้างดี มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.นโยบายภาษีและสิ่งปลูกสร้าง แม้ว่าภาครัฐจะเลื่อนการจัดเก็บและปรับลดอัตราเหลือค่อนข้างต่ำ และ 2.ลูกค้าเริ่มเห็นประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินที่ดินมาสร้างผลตอบแทน (yield)

ซึ่งมองว่าดีกว่าทิ้งปล่อยที่ดินให้อยู่เฉย ๆ ประกอบกับตลาดช่วงนี้เอื้อต่อการลงทุน หากเทียบกับการขายที่ดิน จะเห็นว่าผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ช่วงนี้ก็ไม่ซื้อที่ดิน และหากมีการซื้อขายจะได้ราคาค่อนข้างต่ำ ทำให้ลูกค้ากลุ่มไพรเวตแบงก์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ต้องการเงินสด หันมาสร้างผลตอบแทนผ่านการลงทุนในทรัพย์สินที่ดินที่มีอยู่มากขึ้น

“วงเงินลงทุน” ตามมูลค่าที่ดิน

สำหรับวงเงินเพื่อการลงทุนที่ลูกค้าจะได้ ประเมินตามมูลค่าที่ดิน โดยที่ดินเกรด A จะได้วงเงินประมาณ 70% ของมูลค่าหลักประกัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 50% เพื่อบริหารความเสี่ยงและความสามารถการแข่งขันในตลาด ส่วนเกรด B และ C จะลดลงเหลือ 60% และ 50% ตามลำดับ ทั้งนี้ การประเมินจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ตั้ง หากอยู่ในเขตเมือง และในจังหวัดเศรษฐกิจวงเงินจะสูง ซึ่งโดยเฉลี่ยที่ดินที่เข้ามาวางหลักประกันเพื่อการลงทุนกับแบงก์ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินเกรด A-B

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากบริการ land loan for investment จะพิจารณาตามพอร์ตและเงื่อนไขการลงทุนของลูกค้า เนื่องจากลูกค้าบางรายไม่ได้ลงทุนกับธนาคาร 100% จึงคิดตามความเสี่ยงของพอร์ตลูกค้าเป็นหลัก แต่โดยเฉลี่ยจะคิดอัตราดอกเบี้ย (effective rate) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5%

ปั้น “ผลตอบแทน” ที่ดินเปล่า

นายจิรวัฒน์กล่าวว่า พอร์ตการลงทุนของลูกค้า land loan for investment จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้ เช่น กลุ่มความเสี่ยงต่ำ จะเน้นลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มีผลตอบแทนคงที่ และระยะเวลาลงทุนชัดเจน 3-3 ปีครึ่ง เช่น กองทุนตราสารหนี้ ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 3-3.5% เมื่อหักต้นทุนดอกเบี้ยจะเหลือผลกำไร 1-1.5%

กลุ่มรับความเสี่ยงระดับปานกลาง จะจัดพอร์ตผ่าน K-Alpha ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-7% และกลุ่มความเสี่ยงสูง จะเน้นเล่นรอบทำกำไรเฉลี่ยผลตอบแทน 8-10% อย่างไรก็ดี คาดว่าภายในครึ่งปีหลังการระบาดของโควิด-19 ปรับตัวดีขึ้น ทำให้ภาพรวมอัตราผลตอบแทนจะเป็นบวก

“ตอนนี้หลายแบงก์ให้ความสนใจมาทำโปรดักต์นี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้คนรู้จักโปรดักต์นี้มากขึ้น จากเดิมทำแบงก์เดียว ส่วนเรื่องการแข่งขันคงมีปกติ แต่จะแข่งกันด้วยเงื่อนไขและวัดกันที่ผลงานความสามารถในการสร้างผลตอบแทน คงไม่ตัดราคาสู้กัน เพราะต้องยอมรับว่าทุกแบงก์ต้องกลัวความเสี่ยงหนี้เสียเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็มีลูกค้าที่ต้องช่วยเหลือเยอะพอสมควร”

ที่ดินเศรษฐีเก่า-ตระกูลดัง

นายจิรวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่นำมาขอสินเชื่อเพื่อการลงทุน บางส่วนที่เป็นของตระกูลใหญ่เก่าแก่ หรือตระกูลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มีที่ดินจำนวนมาก แต่เป็นที่ดินที่ไม่พร้อมจะพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม ซึ่งการปล่อยทิ้งไว้จะมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา ค่าภาษี แม้ว่าไม่สูงและไม่มีปัญหาในการจ่าย

แต่การนำมาลงทุนผ่าน land loan for investment เป็นการสร้างรายได้ดีกว่า ทำให้มีเศรษฐีที่ดินสนใจนำที่ดินมาลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน ซึ่งโดยเฉลี่ยวงเงินกลุ่มนี้จะสูงกว่า 1,000 ล้านบาทต่อราย เทียบกับพอร์ตเฉลี่ยโดยรวมจะอยู่ที่ 200 ล้านบาทต่อราย

SCB ร่วมวงชิงเค้ก

ดร.เมธินี จงสฤษดิ์หวัง รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานไพรเวตแบงกิ้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธนาคารได้เริ่มทำผลิตภัณฑ์ “SCB Property Backed Loan” โดยนำที่ดินเปล่า หรือพร้อมสิ่งปลูกสร้าง คอนโดมิเนียม มาเป็นหลักประกันในการขอวงเงินเพื่อการลงทุนสร้างผลตอบแทน โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2563 ซึ่งได้ผลตอบรับค่อนข้างดี ปัจจุบันมีวงเงินที่เบิกใช้แล้วเกือบ 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปีจะแตะ 1.5 หมื่นล้านบาท

โดยมองว่า “SCB Property Backed Loan” มีโอกาสขยายตัวได้ดี เนื่องจากประเทศไทยมีประเด็นเรื่องภาษีที่เริ่มมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าปัจจุบันจะมีการลดหย่อนจัดเก็บแค่ 10% ของอัตราที่กำหนด แต่จะเห็นว่ากลุ่มลูกค้าไพรเวตมีที่ดิน คอนโดมิเนียม หรือสินทรัพย์เยอะ แต่ไม่ได้นำมาก่อให้เกิดประโยชน์ จึงเป็นโอกาสนี้ในการนำมาลงทุนเพื่อหาผลตอบแทน มาจ่ายเงินภาษีและยังเหลือผลตอบแทนเป็นกำไร

เฉลี่ยรายละ 300 ล้าน

สำหรับวงเงินการปล่อยสินเชื่อ ธนาคารจะมีผู้ประเมินราคาที่มีความเชี่ยวชาญซึ่งเป็นจุดแข็งของธนาคารที่ทำสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่แล้วจึงค่อนข้างง่าย โดยเฉลี่ยวงเงินที่ให้จะอยู่ที่ราว 50-70% ของมูลค่าหลักประกัน ขึ้นอยู่กับที่ดิน และทรัพย์ประเภทนั้น ๆ โดยบางพื้นที่ทำเลดี ค่อนข้างสวย ธนาคารอาจอนุมัติสูงกว่า 70% โดยวงเงินอนุมัติเฉลี่ยอยู่ที่ราว 150-300 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 1-3 ปี อย่างไรก็ดี ทรัพย์มูลค่าไม่ถึง 50 ล้านบาท ธนาคารไม่สนับสนุนให้ทำ เนื่องจากไม่คุ้มกับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

ขณะที่พอร์ตการลงทุนส่วนใหญ่ ลูกค้าจะลงทุนในหุ้นกู้ที่มีระยะเวลาชัดเจน และล็อกผลตอบแทนให้เฉลี่ยอยู่ที่ 4-5% เมื่อหักต้นทุนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายจะเหลือผลกำไรเฉลี่ย 1-2% และอีกกลุ่มรับความเสี่ยงสูงขึ้น จะเน้นลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REIT) กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure fund) แม้จะมีความผันผวน แต่จ่ายเงินปันผลชัดเจนเฉลี่ยผลตอบแทนคงเหลือ 3-4%

และกลุ่มสุดท้าย จะเน้นลงทุนความเสี่ยงสูงสุด ให้ผลตอบแทนสูงเฉลี่ยระดับ 10% อย่างไรก็ดี ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่นิยมลงทุนในความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากมีความกังวลว่าที่ดินจะหาย เพราะจะเก็บไว้เป็นมรดก

“หากดูอัตราดอกเบี้ยคู่แข่งในตลาดเฉลี่ยใกล้เคียงกันอยู่ที่ 2.5-3.5% โดยตัวตัดสินในการชนะการแข่งขันไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ย แต่เป็นเรื่องของความเร็วในการจัดพอร์ตที่จะหนุนให้คนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกสถาบันการเงินที่จะมาทำโปรดักต์นี้ได้ ซึ่งจะเป็นโปรดักต์ที่มาช่วยเติมเต็มการบริการด้านการลงทุนให้ครบรอบด้าน”

KKP กำลังเจรจา 20 ราย

นายณฤทธิ์ โกสาลาทิพย์ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายงานที่ปรึกษาและบริหารการลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันบริษัทให้บริการสินเชื่อ Portfolio Property Financing (PPF) โดยลูกค้าสามารถนำอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินทางการเงินที่มี ได้แก่ ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง อาคารพาณิชย์

รวมถึงหุ้นในกลุ่ม SET100 Property Fund, REIT มาวางค้ำประกันเพื่อนำเงินไปลงทุนเพื่อหาผลตอบแทน โดยส่วนใหญ่เป็นที่ดินสูงถึง 60% และที่เหลือเป็นทรัพย์สินประเภทอื่น สะท้อนว่าลูกค้ามีที่ดินจำนวนมากที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ และหลังจากมีเรื่องการเก็บภาษีที่ดิน ทำให้ลูกค้าให้ความสนใจมากขึ้น แม้ว่าตอนนี้จะมีการลดอัตราการจัดเก็บ

“ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการแล้ว 10 ราย วงเงินที่เบิกใช้แล้วกว่า 2,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาอีกราว 20 ราย วงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีลูกค้าให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอีก สำหรับวงเงินปล่อยกู้เพื่อลงทุนขั้นต่ำอยู่ที่ 20 ล้านบาท และสูงสุดกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ราว 400-500 ล้านบาท โดยวงเงินจะไม่เกิน 70% ของมูลค่าหลักประกัน”

สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่คิดกับลูกค้าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3% แม้จะสูงกว่าธนาคารใหญ่เกือบ 1% เนื่องจากต้นทุนการเงินของ KKP สูงกว่า อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนจากการลงทุนเทียบกับต้นทุนดอกเบี้ย อย่างกลุ่มลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้น้อย ที่ลงทุนแบบหลากหลายกองทุน (open architecture) ในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 5-6% เมื่อหักต้นทุนยังคงเหลือกำไร 3%

อย่างไรก็ดี ลูกค้าบางคนก็ไม่อยากเป็นหนี้ บริษัทจึงไม่ได้ตั้งเป้าตะลุยทำ PPF แบบก้าวกระโดด แต่ลูกค้าที่สนใจและมีที่ดินเยอะก็เป็นทางเลือกที่จะได้ผลตอบแทนและสามารถนำผลตอบแทนมาจ่ายค่าภาษีได้ส่วนหนึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ที่ดิน