SWC กำไร Q2 พุ่ง 200% รับยอดขาย “ซุปเปอร์ไฟต์-เชนไดร้ท์-ทีโพล์”
‘เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น’(SWC) หนึ่งในบริษัทเครือ TOA ทำกำไรไตรมาส 2/64 กว่า 50 ล้านบาท เติบโต 200% รับเครื่องดื่มสมุนไพร “ซุปเปอร์ไฟต์” ผลิตภัณฑ์เชนไดร้ท์และทีโพล์ โปรเฟสชั่นแนล ทำยอดขายเติบโตเด่น-บริษัทบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ “บอร์ดฯ” เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.125 บาทต่อหุ้น XD 25 ส.ค.นี้

วันที่ 13 สิงหาคม 2564 นายเถกิงพล เหล่าพิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SWC ผู้ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/2564 แม้มีปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดโควิด ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ รวมทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่ไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้จากการขาย 486 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% และส่งผลให้ในครึ่งปีแรกมีรายได้จากการขายรวม 795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคภายใต้กลุ่ม SWC มีอัตราการเติบโตโดดเด่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 200% และผลักดันให้กำไรสุทธิของครึ่งปีแรกอยู่ที่ 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 203% โดยความสำเร็จดังกล่าวมาจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเปิดตัวเครื่องดื่มสมุนไพร ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ ที่ช่วยเสริมพอร์ตโฟลิโอสินค้าในกลุ่ม Food และสอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภคในการดูแลรักษาสุขภาพ
รวมถึงการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ Non Food ทำให้สินค้ากลุ่มเคมีเคหะภัณฑ์แบรนด์ ‘เชนไดร้ท์’ และน้ำยาล้างจาน ‘ทีโพล์’ กระจายสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง รวมถึงทำกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แบรนด์ ‘ทีโพล์ โปรเฟสชั่นแนล’ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไปและน้ำยาฉีดพ่นฆ่าเชื้อ Covid-19 ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าองค์กร (B2B) เช่นเดียวกับตลาดส่งออกที่ขยายตัวได้ 85%
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากปริมาณวอลุ่มการผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ประหยัดต่อขนาดกดต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง ประกอบกับกลุ่มสินค้าเคมีเคหะภัณฑ์ในครัวเรือนทำสัดส่วนกำไรที่ดี
อย่างไรก็ดี ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2564 ในอัตรา 0.125 บาทต่อหุ้น เป็นจำนวนเงิน 40 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 25 สิงหาคม 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 เดือนกันยายน 2564
นายเถกิงพล กล่าวว่า ส่วนแผนงานครึ่งปีหลัง บริษัทรุกขยายช่องทางจำหน่ายแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย Facebook ของบริษัทฯ รวมทั้งขายผ่านมาร์เก็ตเพลส อาทิ Shopee, Lazada สอดรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์หลังจากภาครัฐออกมาตรการล็อกดาวน์ ตลอดจนดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และแผนดำเนินงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และขยายธุรกิจในกลุ่ม Food อย่างต่อเนื่อง เช่น ผลิตภัณฑ์ใหม่เครื่องดื่มซุปเปอร์ไฟต์ที่มีส่วนผสมของกัญชา (CBD) ผลิตภัณฑ์ถั่วแบรนด์ ‘มารูโจ้’ และผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีมแบรนด์ ‘ฮอกไกโด’ ช่วยผลักดันผลดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย