บัวหลวงคัด 4 กองทุนเด่น ควรมีติดพอร์ตรับผลตอบแทนไตรมาสสุดท้าย

กองทุนบัวหลวงคัด 4 กองทุนเด่น “B-USALPHA, B-INNOTECH, B-NIPPON และ B-SIP ” ควรมีติดพอร์ตในไตรมาส 4 ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในกลุ่มประเทศ พัฒนาแล้ว “สหรัฐอเมริกา – ยุโรป -ญี่ปุ่น” และมีจัดการโควิด-19 ได้ดีจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไว

วันที่ 21 ตุลาคม 2564 นายสันติ ธนะนิรันดร์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวงจัดทำ B-Select เพื่อให้คำแนะนำในการเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดในแต่ละช่วงเวลา (Tactical call) โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 นี้ มองว่า เศรษฐกิจของประเทศทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวไม่เท่ากัน ซึ่งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market) ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น

เนื่องจากมองว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นก็มีทิศทางสอดคล้องกับนโยบายการเงินและการคลังที่ยังคงเอื้ออำนวยให้กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงคัดเลือก 4 กองทุนเด่นที่สอดคล้องกับแนวโน้มนี้นำเสนอนักลงทุน ในไตรมาสสี่ปีนี้

กองทุนเด่นทั้ง 4 กองทุน ประกอบด้วย
1.กองทุนเปิดบัวหลวงยูเอสอัลฟ่า (B-USALPHA) ที่เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตของสหรัฐฯ

2.กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี (B-INNOTECH) ที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

3. กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นญี่ปุ่น (B-NIPPON) ที่ไปลงทุนในหุ้นบริษัทญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเติบโตสูง และมีความสามารถในการทำกำไรสูง

4.กองทุนเปิดบัวหลวงยั่งยืน (B-SIP) เน้นลงทุนในบริษัทที่สร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาด

สันติ ธนะนิรันดร์ กองทุนบัวหลง
สันติ ธนะนิรันดร์

ทั้งนี้การแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่าน B-USALPHA เนื่องจาก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสปรับขึ้นต่อได้ จากปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ นโยบายการคลังของรัฐบาลที่จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ออกมา มูลค่าเกือบ 4.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของ B-INNOTECH กองทุนบัวหลวงมองว่า หุ้นเทคโนโลยียังไปได้ต่อในระยะยาว โดยหุ้นเทคฯ เวลานี้ไม่ได้แพงเกินไป หากเปรียบเทียบหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน ได้แก่ Apple, Amazon, Microsoft, Alphabet และ Facebook พบว่า มีราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) เฉลี่ยที่ 30-40 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่า P/E ของหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่ 5 อันดับ ในช่วงปี 2000 ที่เกิดปัญหาฟองสบู่หุ้นเทค โดยในเวลานั้นมี P/E สูงถึง 100 เท่า

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด เริ่มดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น แต่ประเทศที่ยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายคือ ยุโรปและญี่ปุ่น โดยตลาดที่น่าสนใจมากก็คือ ญี่ปุ่นเนื่องจากเวลานี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังปรับตัวขึ้นล่าช้ากว่าตลาดอื่นๆ มี P/E ที่ถูกกว่า S&P500 แต่มีแนวโน้มกำไรในปี 2565 ที่เติบโตในระดับเท่าๆ กับอเมริกา

ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำให้ลงทุนผ่าน B-NIPPON ขณะเดียวกันก็แนะนำการลงทุนผ่าน B-SIP เนื่องจากกองทุนนี้ลงทุนในกิจการที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการสร้างผลบวกต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์ระยะยาวที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะพลังงานสะอาด เพื่อเดินหน้าบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2050

“กองทุนบัวหลวงมักจะแนะนำเสมอว่า ไม่ว่าสถานการณ์แวดล้อมเป็นเช่นไร นักลงทุนก็ควร Stay Invested คือ ลงทุนอย่างต่อเนื่อง อย่าตื่นตกใจกับเหตุการณ์ระยะสั้นที่ไม่ได้มีผลกระทบต่อแนวโน้มระยะยาว แต่ให้มองเป็นโอกาสการลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจจะปรับพอร์ตการลงทุนบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งก็สามารถใช้คำแนะนำ B-Select นี้ เป็นแนวทางในการพิจารณาปรับพอร์ตลงทุน เพิ่มน้ำหนักในส่วนของกองทุนที่แนะนำได้” นายสันติ กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ