เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
กรมบัญชีกลาง แจงยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กทม. ปมอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน
Finance กรมบัญชีกลาง แจงยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กทม. ปมอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน
หนังโปรดเจ้าสัวซีพี จาก ‘หลานม่า’ ถึง ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’
Biz Movement หนังโปรดเจ้าสัวซีพี จาก ‘หลานม่า’ ถึง ‘Dear You จดหมายรักถึงอาม่า’
MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ปล่อยสินเชื่อประคองอสังหาฯ เตรียม 1 หมื่นล้าน หนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้าน
Finance MD ธอส. สั่งแก้หนี้เชิงรุก-ปล่อยสินเชื่อประคองอสังหาฯ เตรียม 1 หมื่นล้าน หนุน “กลุ่มอาชีพอิสระ” มีบ้าน
ศุลกากรเปิดตัวเลข 10 เดือนแรกปีนี้ ไทยส่งออกไปสหรัฐโตพุ่ง 34% ปมลดผลกระทบภาษี “ทรัมป์”
Finance ศุลกากรเปิดตัวเลข 10 เดือนแรกปีนี้ ไทยส่งออกไปสหรัฐโตพุ่ง 34% ปมลดผลกระทบภาษี “ทรัมป์”
กทม. เบรกแจกอาหารริม ‘ราชดำเนิน’ ตัดวงจรคนไร้บ้าน ชวนทำบุญผ่าน ‘บ้านอิ่มใจ’
Economic กทม. เบรกแจกอาหารริม ‘ราชดำเนิน’ ตัดวงจรคนไร้บ้าน ชวนทำบุญผ่าน ‘บ้านอิ่มใจ’
ศาลปกครองยกคำร้อง ‘หมอสรณ’ ขอไต่สวนเร่งด่วน ปมถูกฟันพ้นประธาน กสทช.
Politics ศาลปกครองยกคำร้อง ‘หมอสรณ’ ขอไต่สวนเร่งด่วน ปมถูกฟันพ้นประธาน กสทช.
ฟู้ดแพชชั่น สานต่อ 12 ปี จับมือ สอศ. ปั้นกำลังคนคุณภาพ
การศึกษา ฟู้ดแพชชั่น สานต่อ 12 ปี จับมือ สอศ. ปั้นกำลังคนคุณภาพ
ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า-โควิด “โอไมครอน”

04 ธ.ค. 2564 | 15:24น.
ต่างชาติแห่เทขายบอนด์ ทำค่าเงินบาทอ่อน

เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตามสถานะขายสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 หลังสายพันธุ์กลายพันธุ์โอไมครอนเริ่มระบาดในหลายประเทศ

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกจากข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนและดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด ซึ่งหนุนความเป็นไปได้ที่เฟดจะเร่งลดวงเงิน QE และอาจตามมาด้วยการส่งสัญญาณคุมเข้มมากขึ้น หลังประธานเฟดเปิดเผยว่า เงินเฟ้อสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะทรงตัวสูงเป็นเวลานานกว่าที่เคยประเมินไว้

ในวันศุกร์ (3 ธ.ค.) เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 33.87 หลังระหว่างวันอ่อนค่าไปที่ 33.99 ซึ่งเป็นระดับที่ทำไว้เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา และเป็นสถิติอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2560 เทียบกับระดับ 33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (26 พ.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.50-34.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนต.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. (เบื้องต้น) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามจีดีพีไตรมาส 3 ของยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีน อาทิ ตัวเลขการส่งออก ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยร่วงลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,588.19 จุด ลดลง 1.39% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 98,285.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.03% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.88% มาปิดที่ 560.13 จุด

หุ้นไทยร่วงลงแรงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลต่อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนและประสิทธิภาพของวัคซีนในการรับมือกับสายพันธุ์ดังกล่าว ประกอบกับมีแรงขายหุ้นไทยออกมาในช่วงที่มีการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI (มีผลวันที่ 30 พ.ย.)

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางหุ้นต่างประเทศที่ได้แรงหนุนจากแรงซื้อตามปัจจัยทางเทคนิค ก่อนจะทรงตัวในกรอบแคบในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ระหว่างรอประเมินสถานการณ์โควิดสายพันธุ์โอไมครอน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,575 และ 1,565 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,600 และ 1,610 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลนำเข้าและส่งออกเดือนต.ค. รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/64 ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภค ข้อมูลนำเข้าและส่งออก