คาด SET ยืนที่ระดับ 1,595-1,600 จุด หลังแอฟริกาใต้แจ้งอาการโอไมครอนไม่รุนแรง
ตลาดหุ้นไทย (SET) วันนี้ คาดดัชนีหุ้นไทยปรับตัวยืนที่ระดับ 1,595 – 1,600 จุด หลังแอฟริกาใต้รายงานอาการ “โอไมครอน” ไม่รุนแรง บวกกับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นและเงินเฟ้อระดับสูงอาจจะส่งผลให้เฟดอาจยุติลด QE และขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
วันที่ 7 ธันวาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ระดับ 1,595 – 1,600 จุด ตามรายงานในแอฟริกาใต้ที่ระบุว่าเคสผู้ติดเชื้อไอมิครอน (Omicron) มีอาการไม่รุนแรง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นซึ่งเป็นบวกต่อภาวะตลาด อย่างไรก็ตามความกังวลเงินเฟ้อระดับสูงส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)อาจยุติ QE และขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม หลังจากกระทรวงสาธารณสุขแถลงวานนี้ (6 ธ.ค.) ยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกในไทย เป็นชายไทย สัญชาติอเมริกันเดินทางมาจากประเทศสเปน ปัจจัยนี้จะเป็น คาดผลกระทบจะเป็นไปอย่างจำกัดเนื่องจากตลาดเริ่มซึมซับกับข่าวการพบผู้ติดเชื้อในประเทศต่างๆ ไปแล้ว ขณะเดียวกันองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากไวรัสชนิดนี้จะมีอาการไม่รุนแรง
ด้านดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 647 จุด (+1.87%) ปิดที่ระดับ 35,227 จุด นักลงทุนเริ่มคลายกังวลต่อการระบาดของโควิดสายพันธ์โอไมครอนหลังจากที่นายแพทย์แอนโทนี เฟาชี แพทย์ใหญ่ประจำทำเนียบขาวกล่าวว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ส่วนใหญ่มีอาการป่วยที่ไม่รุนแรง
ทั้งนี้สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซาอุฯ ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบทุกเกรดประจำเดือน ม.ค.สำหรับผู้ซื้อในเอเชียและสหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นสูงสุด 80 เซนต์ต่อบาร์เรลเมื่อเทียบกับราคาจากเดือนก่อนหน้าเป็นลบกับผู้ประกอบการโรงกลั่นจาก Crude premium ที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นบวกกับ PTTEP ตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น
บล.กรุงศรีแนะนำหุ้นน่าจับตาวันนี้
– PTTEP หรือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเป็นบวกโดยตรงกับ PTTEP เนื่องจากมีสูตรราคาเป็น Oil link แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/64 คาดสูงขึ้น qoq และ yoy ตามราคาขายที่เพิ่มขึ้นและไตรมาสนี้คาดว่าจะไม่มี Hedging loss เหมือนไตรมาส 2/64 และ ไตรมาส 3/64
– CENTEL หรือ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการโรงแรมที่คาดว่าจะฟื้นตัวเร็วสุดหากสถานการณ์คลี่คลายและคาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยสุดหากโคไมครอนระบาดหนักเนื่องจาก CENTEL เป็นหุ้นที่กระจายความเสี่ยงของธุรกิจทั้งโรงแรมและอาหารและยังมีฐานะการเงินแกร่งที่สุดของกลุ่ม