เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ-จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
Politics นายกฯ เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ-จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สุรเกียรติ์ หนุนไทยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงาน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
การศึกษา สุรเกียรติ์ หนุนไทยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงาน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงโพสต์ “warmest hug Happy Birthday to my super Dad 💛”
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงโพสต์ “warmest hug Happy Birthday to my super Dad 💛”
พิพัฒน์ ปักธง ธ.ค. นี้ ประมูลรถไฟความเร็วสูง”โคราช-หนองคาย” 8 สัญญา 3.4 แสนล้าน
Real Estate พิพัฒน์ ปักธง ธ.ค. นี้ ประมูลรถไฟความเร็วสูง”โคราช-หนองคาย” 8 สัญญา 3.4 แสนล้าน
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา
13 บาทก็เงิน ‘นิกกี้ มินาจ’ ขอให้ ‘อีลอน มัสก์’ จ่ายรายได้จาก X เพิ่ม
SD 13 บาทก็เงิน ‘นิกกี้ มินาจ’ ขอให้ ‘อีลอน มัสก์’ จ่ายรายได้จาก X เพิ่ม
ธนพร จี้ “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุขาดคุณสมบัติ เร่งบอร์ดเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ทันที
Politics ธนพร จี้ “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุขาดคุณสมบัติ เร่งบอร์ดเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ทันที
“เซ็นทรัลพัฒนา” ยึดหัวหาดทำเลทองกรุงเทพฯ-เมืองท่องเที่ยว ปั้นแลนด์มาร์กใหม่
Real Estate “เซ็นทรัลพัฒนา” ยึดหัวหาดทำเลทองกรุงเทพฯ-เมืองท่องเที่ยว ปั้นแลนด์มาร์กใหม่
แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.1 แมกนิจูด เจ็บอย่างน้อย 50 คน ห่วงติดในห้างดังหลายคน
World แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.1 แมกนิจูด เจ็บอย่างน้อย 50 คน ห่วงติดในห้างดังหลายคน
เปิดภารกิจแม่ทัพ ‘Google Cloud’ คนใหม่ หนุนองค์กรบริหารต้นทุน AI ปิดจบปัญหา ‘ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายแพง’
Tech เปิดภารกิจแม่ทัพ ‘Google Cloud’ คนใหม่ หนุนองค์กรบริหารต้นทุน AI ปิดจบปัญหา ‘ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายแพง’
ดูทั้งหมด

ประกันผวา “โอไมครอน” เสี่ยงดันเคลมโควิดทะลุแสนล้าน

27 ธ.ค. 2564 | 07:14น.
ประกันโควิด

หลังจากเชื้อโรคร้าย “โควิด-19” สร้างผลกระทบกับทั่วโลกมาร่วม 2 ปีแล้ว ล่าสุดก็เกิดการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ ชื่อว่า “โอไมครอน” ซึ่งขณะนี้มีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก

โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เชื้อกลายพันธุ์นี้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล เนื่องจากหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการกระตุ้นของวัคซีน ทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพต้านทานการติดเชื้อลดลง

และยังแพร่เชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดลต้า โดยใช้เวลาเพียงแค่ 20 วัน (ช่วงวันที่ 24 พ.ย.-14 ธ.ค. 2564) แพร่กระจายไปอย่างน้อย 77 ประเทศที่มีการตรวจยืนยันผู้ติดเชื้อแล้ว

ซึ่งแน่นอนว่า จะกระทบโดยตรงต่อกรมธรรม์ประกันภัยโควิดแบบ “เจอจ่ายจบ” ที่สถานะยังมีความคุ้มครองผู้เอาประกันอยู่อีกกว่า 7 ล้านกรมธรรม์ หลังจากที่ผ่านมา สายพันธุ์เดลต้าก็ทำให้บริษัทประกันต้องปิดตัวไปแล้วถึง 2 บริษัทด้วยกัน

ห่วง “โอไมครอน” ระบาดเร็ว

ล่าสุด นักวิจัยของบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ได้เปิดเผยรายงานการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า โอไมครอนสามารถแพร่กระจายเชื้อได้เร็วกว่าเดลต้าประมาณ 3-4 เท่า

และมีความเสี่ยงจะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำได้ถึง 5.4 เท่า เห็นได้จากการระบาดอย่างรวดเร็วในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูง เช่น สหราชอาณาจักร, เดนมาร์ก, อิตาลี, นอร์เวย์, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, ไอร์แลนด์ เป็นต้น

ซึ่งมีสัดส่วนผู้ฉีดวัคซีนครบโดสมากถึงเกือบ 3 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด ส่วนไทยมีผู้ฉีดวัคซีนแล้ว 72% แบ่งเป็น ผู้ฉีดวัคซีนครบโดส 63% และยังไม่ครบโดส 9% (ณ 18 ธ.ค. 2564)

นอกจากนี้ พบว่า กว่า 40 ประเทศได้ออกมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาด ห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางจากประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนเข้าประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ออสเตรเลีย, ฮ่องกง รวมถึงไทย

ขณะที่อิสราเอลและญี่ปุ่นประกาศปิดประเทศ และหลายเมืองก็ประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง เช่น กรุงลอนดอน เป็นต้น สำหรับไทยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ยกระดับมาตรการป้องกัน โดยให้เลิกการเดินทางเข้าประเทศแบบ test & go ไปก่อน คงเหลือรูปแบบ sandbox และมาตรการกักตัวเพื่อป้องกันการระบาด

ผวาเคลมโควิดทะลุแสนล้าน

รายงานยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ โควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจประกันวินาศภัยอย่างมาก โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจนถึงสิ้นปี 2564 ธุรกิจประกันวินาศภัยจะต้องจ่ายค่าสินไหมประกันภัยโควิดราว 40,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นประเภท “เจอจ่ายจบ” สูงถึง 34,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่่ผ่านมา ผู้มีประกันภัยโควิด มีอัตราการติดเชื้ออยู่ที่ 3.8% และยิ่งไปกว่านั้น กรมธรรม์โควิด “เจอจ่ายจบ” มีอัตราการติดเชื้อของผู้มีประกันโควิดในระดับสูงอยู่ที่ 4.2% และยังคงให้ความคุ้มครองไปจนถึงเดือน มิ.ย. 2565 จึงเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก เนื่องจากธุรกิจประกันวินาศภัยอาจจะต้องแบกรับค่าสินไหมทดแทนที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าค่าสินไหมที่เกิดขึ้นจากการระบาดในรอบผ่านมา ๆ หลายเท่าตัว

“จากการประมาณการ พบว่า หากมีการระบาดโควิดโอไมครอน ค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิด อาจสูงถึง 110,000-180,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการประกันภัยโควิดเจอจ่ายจบเป็นหลัก” รายงานระบุ

เปิดผลวิจัยกรณีระบาด “รุนแรง”

โดยผู้วิจัยได้ประมาณค่าสินไหม กรณีอัตราการติดเชื้อของผู้มีประกันโควิดโดยรวมเพิ่มขึ้น จาก 3.8% เป็น 4.2% เท่ากับอัตราการติดเชื้อของผู้ถือกรมธรรม์เจอจ่ายจบของบริษัทประกันวินาศภัยที่เป็นท็อป 5 ของบริษัทที่รับประกันเจอจ่ายจบ

กรณีที่ 1 สามารถเพิ่มจำนวนเตียงในโรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทลให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ผู้ป่วยที่เข้า home isolation และ community isolation เบิกค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวันได้

ประมาณการค่าสินไหมกรณีนี้จะอยู่ระหว่าง 134,726-179,634 ล้านบาท อัตราการระบาดเทียบเดลต้าคิดเป็น 300-400% เป็นค่าสินไหมเจอจ่ายจบ 112,737-150,316 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาล/โคม่า/ค่าชดเชยรายวัน 21,989-29,319 ล้านบาท

กรณีที่ 2 จำนวนเตียงในโรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทล มีอยู่อย่างจำกัดโดยเท่ากับช่วงระบาดของเดลต้า และสำนักงาน คปภ.ไม่ออกคำสั่งนายทะเบียนให้ผู้ป่วยที่เข้า home isolation

และ community isolation เบิกค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวันได้กรณีนี้ประมาณการค่าสินไหมจะอยู่ระหว่าง 120,529-158,108 ล้านบาท อัตราการระบาดเทียบเดลต้าคิดเป็น 300-400% เป็นค่าสินไหมเจอจ่ายจบ 112,737-150,316 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาล/โคม่า/ค่าชดเชยรายวัน 7,792-7,792 ล้านบาท (ดูตาราง)

หวั่นประกันเจ๊ง-ปิดกิจการเพิ่ม

“อานนท์ วังวสุ” นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า หากการระบาดของโอไมครอนรุนแรงเป็นไปตามสถิติในงานวิจัยข้างต้น และผู้ติดเชื้อกลับไปสูงระดับหลายหมื่นรายต่อวันอีก

อาจจะได้เห็นบริษัทประกันวินาศภัยที่ยังมีความคุ้มครองประกันโควิด “เจอจ่ายจบ” อยู่ ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเพิ่มอีกได้ เพียงแต่ขณะนี้ ภาพยังไม่ชัดเจน แต่ถือเป็นตัวแปรสำคัญมาก

“ปัจจุบันกรมธรรม์แบบเจอจ่ายจบ ยังเหลือความคุ้มครองอีกกว่า 7 ล้านกรมธรรม์ กว่าจะหมดความคุ้มครองประมาณสิ้นเดือน มิ.ย. 2565 จึงยังน่าเป็นห่วงมากต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยกล่าว

ทั้งนี้ แม้ผลวิจัยข้างต้นจะเป็นการประมาณการ แต่ทุกฝ่ายก็ต้องไม่ประมาท โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องนำบทเรียนที่ผ่านมา มาเตรียมการรับมือไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจจะตามมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจประกัน