เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
Economic เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Finance หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
Biz Movement Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
Economic ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
Politics ‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
ธปท.จ่อเสนอ ‘เอกนิติ’ ยกระดับค้ำเอสเอ็มอี ผนึก บสย. ดันแบงก์ปล่อยสินเชื่อปีละ “แสนล้าน”
Finance ธปท.จ่อเสนอ ‘เอกนิติ’ ยกระดับค้ำเอสเอ็มอี ผนึก บสย. ดันแบงก์ปล่อยสินเชื่อปีละ “แสนล้าน”
พ.ค. ใช้น้ำมันร่วง 4.2% เหลือ 148.39 ล้านลิตร/วัน E20 โตแรง 27%
Economic พ.ค. ใช้น้ำมันร่วง 4.2% เหลือ 148.39 ล้านลิตร/วัน E20 โตแรง 27%
สภาฯ ถกงบ 70 วาระ 2 ‘เอกนิติ’ ยันปรับลด 11,162 ล้าน รับเหตุปัจจุบัน-คุ้มค่า
Politics สภาฯ ถกงบ 70 วาระ 2 ‘เอกนิติ’ ยันปรับลด 11,162 ล้าน รับเหตุปัจจุบัน-คุ้มค่า
ธนารักษ์เปิดจ่ายแลกเหรียญที่ระลึกการแข่งขันซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ชนิด 20 บาท
Finance ธนารักษ์เปิดจ่ายแลกเหรียญที่ระลึกการแข่งขันซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ชนิด 20 บาท
ดูทั้งหมด

TMBAM Eastspring ชี้ 5 ปัจจัยน่าลงทุนตลาดหุ้นอินเดีย ปี’65

13 ก.พ. 2565 | 15:30น.
ภาพประกอบข่าว กองทุน-การลงทุน-ตลาดหุ้น-ปันผล

TMBAM Eastspring คาดเศรษฐกิจโลกจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ในไม่ช้า  ชี้ 5 ปัจจัยน่าลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียปี 65  แนะทยอยเก็บกองทุน “TMBINDAE” เมื่อปรับฐาน เชื่อมีศักยภาพในการเติบได้อีกมาก

วันที่ 13 กุมภาพันธ์  2565 นายพงศ์สรร ยอดเมืองเจริญ CFA, FRM ผู้อำนวยการส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ TMBAM Eastspring กล่าวว่า ในปีนี้ 2565 เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นทั่วโลก แม้จะยังมีแรงกดดันจากสถานการณ์โควิดอยู่บ้าง แต่จะเริ่มคลี่คลายในไม่ช้า ส่วนการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และอัตราเงินเฟ้อเชื่อว่าอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศ (sentiment) ไปบ้างในช่วงครึ่งปีแรกนี้ แต่อาจเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าสะสมหุ้นเอเชียโดยเฉพาะอินเดียเมื่อราคาย่อตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนในระยะยาวดังนี้

ปัจจัยที่หนึ่ง เศรษฐกิจของอินเดียยังมีแนวโน้มการเติบโตได้ในระดับสูงถึง 5-6% ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า โดยมาจากการบริโภคในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากจำนวนประชากรที่อยู่ในระดับสูงถึง 1.38 พันล้านคน และสัดส่วนประชากรวัยแรงงานที่สูงถึง 65% นอกจากนี้รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการผลักดันงบประมาณการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยิ่งเชื่อได้ว่าอินเดียจะกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกภายในปี 2030-2032 รองจากสหรัฐฯ และจีน

ปัจจัยที่สอง เราจะเห็นว่าอินเดียมีกระแสเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากที่อินเดียมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลมีการผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆ ในต่างชาติสามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น โดยเห็นได้จากดัชนีความง่ายในการลงทุน (Ease of Doing Business) ไต่อันดับขึ้นเป็น 62 ในปี 2019 จากเดิมอยู่ที่ 142 ในปี 2014 ทำให้อินเดียเป็นประเทศฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญของโลก จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการบริโภคในประเทศ

ปัจจัยที่สาม อินเดียมีการเตรียมพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลกที่เปลี่ยนไป ผ่านนโยบายดิจิตอลอินเดีย (Digital India) ตั้งแต่ปี 2015 โดยในขณะนั้นนายกฯ นเรนธรา โมดี ต้องการกระจายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไปทั่วทุกพื้นที่ของอินเดีย เพื่อรองรับระบบการเงินทั่วโลกที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิตอล โดยปัจจุบันอินเดียมีสัดส่วนผู้ใช้ Smartphone ราว 30-35% เมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศ ซึ่งยังต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและจีนที่มีอัตราการใช้สูงกว่า 60% ทำให้ยังมีช่องให้สามารถเติบโตได้อีกมาก

พงศ์สรร ยอดเมืองเจริญ

ปัจจัยที่สี่ หากพูดถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อินเดียเป็นประเทศหนึ่งที่มีบุคลากรที่พรั่งพร้อม ดังจะเห็นได้จากผู้บริหารในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกนั้นมีหลายคนเป็นอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น Parag Agrawal ที่ล่าสุดมารับตำแหน่งซีอีโอของ Twitter, Sataya Nadella ซีอีโอปัจจุบันของ Microsoft และ Sundar Pichai ซีอีโอปัจจุบันของ Google โดยปัจจัยเหล่านี้ผลักดันให้ อินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนธุรกิจ Startup สูงเป็นลำดับที่ 3 ของโลก รองสหรัฐอเมริกา และจีน และคาดว่าในปี 2024 มูลค่าตลาดหุ้นอินเดียจะขึ้นมาเป็น 5 ของโลกแซงหน้าสหรัฐอาณาจักรและแคนาดา หาก Startup เหล่านี้เริ่มทยอยจดทะเบียนซื้อขายในตลาดมากขึ้น

ปัจจัยที่ห้า ตลาดหุ้นอินเดียยังเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศและในประเทศซึ่งจะเห็นได้จาก Fund Flow ไหลเข้าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่มากถึง 4.1 และ 2.1 หมื่นเหรียญ โดยยังคงมีแรงผลักดันต่อจากการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้นภายหลังนายโมดียังได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ทำให้การดำเนินนโยบายการคลังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตที่ดีของกำไรของบริษัทจดทะเบียนในอินเดียที่มาจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยี, การเงิน, สินค้าฟุ่มเฟือย และ วัสดุ ฯลฯ

อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น ตลาดหุ้นอินเดียอาจเผชิญกับความผันผวนจากแรงกดดันที่ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับหุ้นอินเดียยังถือว่ามีมูลค่าค่อนข้างแพงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ และค่าเฉลี่ยในอดีต ดังนั้น นักลงทุนอาจใช้จังหวะการปรับฐานของตลาดหุ้นทยอยสะสมเพื่อถือครองในระยะยาวได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน ตลาดอินเดีย