เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โควิดซา ฉุดกำไรหุ้นโรงพยาบาลโตต่ำ เปิดประเทศหนุนกลุ่มรับผู้ป่วยต่างชาติ

03 มี.ค. 2565 | 10:00น.

โบรกฯประเมินหุ้นโรงพยาบาลปีเสือ ภาพรวมกำไรโตลดลง “บล.กสิกรไทย” คาดกำไรรวม 1.7 หมื่นล้านบาท ชะลอลงจากปีที่แล้วที่กำไรพุ่งสูง ลุ้นโรงพยาบาลกลุ่มรับผู้ป่วยต่างชาติรายได้โตล้อตามแผนเปิดประเทศ ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลประกันสังคมคาดรายได้ลด จับตาปัจจัยเสี่ยง “ล็อกดาวน์-แข่งตัดราคา” ฟาก “บล.เอเซีย พลัส” ชี้รัฐเตรียมเลิกนโยบาย UCEP-COVID กลางปีนี้ยิ่งกระทบกลุ่มโรงพยาบาลประกันสังคม

นางสาวปิยะฉัตร รัตนสุวรรณ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2565 นี้ ฝ่ายวิจัยประเมินภาพรวมกำไรกลุ่มหุ้นโรงพยาบาล ปี 2565 ทั้งหมด 8 บริษัท ประกอบด้วย

1.บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS)

2.บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH)

3.บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

4.บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG)

5.บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG)

6.บมจ.โรงพยาบาลราชธานี (RJH)

7.บมจ.โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9)

และ 8.บมจ.เอกชัยการแพทย์ (EKH) คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17,497 ล้านบาท ลดลง 24.40% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (ดูตาราง)

ทั้งนี้ กำไรกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 4/2564 ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่พบว่ามีกำไรดีกว่าคาด หลัก ๆ เป็นเพราะรายได้ที่สูงและมีมาร์จิ้นที่ดีกว่าคาด จาก pent-up demand หลังจากช่วงไตรมาส 3/2564 มีการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ทุกอย่างที่อั้นไว้มาโผล่ช่วงไตรมาส 4/2564

และกลุ่มโรงพยาบาลรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาตัว (fly-in) กลับมามีรายได้ดีขึ้น ทำให้กลุ่มโรงพยาบาล fly-in จะเติบโต QOQ แต่โรงพยาบาลกลุ่มประกันสังคมที่ทำรายได้จากผู้ป่วยโควิดในประเทศจะชะลอลง QOQ แต่ YOY จะดีขึ้น

ดังนั้น เนื่องจากฐานในปี 2564 กลุ่มโรงพยาบาลประกันสังคมที่ทำรายได้จากผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศมีกำไรสูงมาก ดังนั้น ปีนี้เมื่อไม่มีรายได้โควิด กำไรจะชะลอลง ในขณะที่กลุ่มโรงพยาบาล fly-in จะมีกำไรเติบโตสูงจากการเปิดประเทศ (reopening) ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย. 2564 โดยล่าสุดผู้ป่วยต่างชาติแถบตะวันออกกลางอย่างซาอุดีอาระเบีย มีแนวโน้มจะมารักษาตัวที่ประเทศไทยมากขึ้น

“ประเมินทิศทางไตรมาส 1/2565 กลุ่มโรงพยาบาล fly-in ซึ่งประกอบด้วย BDMS, BH และ PR9 จะมีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่อง ทั้งเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) และเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลประกันสังคม เชื่อว่ากำไรจะลดลง QOQ เพราะรายได้ผู้ป่วยโควิดจะแผ่วลง ส่วน YOY อาจจะโตได้เล็กน้อย จากรายได้โควิดที่ยังมีอยู่ สถานการณ์จะคล้าย ๆ ช่วงไตรมาส 1/2564 ที่รายได้ผู้ป่วยโควิดไม่สูง”

นางสาวปิยะฉัตรกล่าวด้วยว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อธุรกิจโรงพยาบาลในปีนี้ คือ การติดเชื้อโควิดที่เร่งตัวขึ้น อาจส่งผลให้เกิดการล็อกดาวน์ รวมถึงการแข่งขันที่สูงกว่าคาด เช่น เกิดดีมานด์หดตัว เศรษฐกิจยังแย่ หลังจากโควิดหายอาจจะมีการตัดราคาเสนอขายแพ็กเกจมากขึ้น ซึ่งจะกดดันรายได้แย่กว่าคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิดจะเร่งตัวขึ้น แต่ส่วนใหญ่มีอาการน้อย ฉะนั้น ปริมาณผู้ที่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะเป็นปกติ

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ปีนี้บริษัทให้น้ำหนักทิศทางการฟื้นตัวของกำไรหุ้นโรงพยาบาล ในกลุ่มโรงพยาบาล fly-in ดูดีกว่า เพราะกลุ่มโรงพยาบาลประกันสังคมที่ทำรายได้จากผู้ป่วยโควิดปีที่แล้ว ฐานค่อนข้างสูง กำไรส่วนใหญ่มาจากการรักษาตัวผู้ป่วยอาการหนัก ส่วนที่เหลือเป็นรายได้การตรวจ เข้ากักตัว ขณะที่วัคซีนมีจำกัด

“ปีนี้มีการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนติดง่าย ทำให้รายได้โควิดจากปริมาณการตรวจยังเหมือนเดิม แต่ค่ารักษาต่อหัวภาครัฐมีการปรับลดลง ประกอบกับนโยบายโรคฉุกเฉินสามารถรักษาได้ทุกที่ (UCEP-COVID) นั้น ถ้าโอมิครอนคลี่คลายไป ไม่คิดว่ารัฐบาลจะต่อนโยบายนี้ออกไป ซึ่งคาดว่ากลางปี 2565 น่าจะหมดนโยบายนี้แล้ว ฉะนั้นก็อาจจะเห็นการชะลอลงจากฐานที่สูงของโรงพยาบาลประกันสังคม”

นายสุวัฒน์กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2565 ของกลุ่มหุ้นโรงพยาบาล (BDMS, BH, BCH, CHG) จะมีกำไรอยู่ที่ 14,300 ล้านบาท บนสมมุติฐานคือ รายได้ค่าวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ลอตแรก

ซึ่งโรงพยาบาลจะแบ่งรับรู้เป็น 2 ช่วง คือ ปลายปี 2564 และไตรมาส 1/2565 นี้ โดยในกลุ่มโรงพยาบาลประกันสังคม ใช้กรณี best case scenario มีผู้ป่วยโควิดติดเชื้อเป็นฐาน ตามที่ สธ.ระบุไว้ประมาณหมื่นคน แต่ตอนนี้ทะลุขึ้นมากว่าสองหมื่นคนแล้ว จึงมีโอกาสเพิ่มอัพไซด์กำไรได้แต่น้ำหนักไม่มาก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาล