“ดร.พิพัฒน์” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP เผยเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์แล้ว เหตุดอลลาร์แข็งค่าหนัก ระบุหากประเทศใดไม่ขึ้นดอกเบี้ยต้องรับผลกระทบเรื่องค่าเงิน ชี้เป็นความท้าทายการดำเนินนโยบายการเงินของแบงก์ชาติ
วันที่ 26 เมษายน 2565 ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์เฟซบุ๊ก “Pipat Luengnaruemitchai” ถึงเงินบาทที่อ่อนค่าช่วงนี้ว่า ทำไมบาทอ่อน ? เพราะฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ความท้าทายของนโยบายการเงิน ในวันที่เศรษฐกิจฟื้นไม่เท่ากัน
“สังเกตว่าช่วงนี้เราได้ยินข่าวเกี่ยวกับค่าเงินแกว่งบ่อยขึ้น ทั้งค่าเงินเยนที่อ่อนค่ามากที่สุดในรอบหลายสิบปี ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์ไปแล้ว ค่าเงินหยวนของจีนที่เริ่มอ่อนค่าลง ส่วนหนึ่งมาจากแนวนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐที่ส่งสัญญาณแตะเบรกเศรษฐกิจ ด้วยการปรับอัตราดอกเบี้ยและดูดสภาพคล่องออกขึ้นเพื่อจัดการกับแรงกดดันเงินเฟ้อ สิ้นปีนี้อาจจะเห็นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ จาก 0.5% ขึ้นไปเกิน 3% ก็ได้ ส่งให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมาก สวนกระแสดอลลาร์ล่มสลาย เหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก”
ดร.พิพัฒน์ชี้ว่าหากประเทศใดพยายามไม่ขึ้นดอกเบี้ยตามเพื่อรักษานโยบายภายในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลที่ตามมาคือความเสี่ยงที่อาจจะต้องเจอกับค่าเงินที่อ่อนค่าลง ซึ่งค่าเงินที่อ่อนค่าลง จะเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และกดดันให้หลายประเทศต้องขึ้นดอกเบี้ยตาม แม้จะขัดแย้งกับเป้าประสงค์ของนโยบายภายในประเทศก็ตาม
“ประเทศไทยก็เช่นกัน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทบต่อค่าเงิน ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แบงก์ชาติไม่อยากปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นแน่ ๆ เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น หนี้ครัวเรือนสูง NPL ยังแก้ไม่หมด แต่แบงก์ชาติอาจจะถูกกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยก่อนที่ต้องการ หรืออัตราดอกเบี้ยในประเทศอาจจะขยับขึ้น แม้แบงก์ชาติจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม” ดร.พิพัฒน์ระบุ