UOB พาส่องโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน


สิริอนงค์ ปิยสันติวงศ์ ผู้จัดการกองทุน ฝ่ายการลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก บลจ.ยูโอบี ประเทศไทย

โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนคืออะไร

โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนหมายถึง โครงการด้านพลังงาน การขนส่ง โทรคมนาคม น้ำ และการกำจัดของเสียที่ยั่งยืนทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนทางสังคมเป็นโครงการที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในการเข้าถึงสาธารณูปโภค เพื่อลดความยากจน และเพื่อลดความไวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตัวอย่างของโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนทางสังคม เช่น การกระจายพลังงานหมุนเวียนไปยังพื้นที่ชนบทที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เพื่อเพิ่มรายได้ของครัวเรือนและปรับปรุงความเป็นอยู่โดยการลดเวลาที่ใช้ไปกับงานบ้าน

โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจช่วยสร้างงาน ซึ่งส่งเสริมการเติบโตของ GDP ไม่สร้างภาระแก่รัฐบาลด้วยหนี้ที่ค้างชำระ หรือเป็นภาระแก่ลูกค้าด้วยค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไป และมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของซัพพลายเออร์และนักพัฒนาในท้องถิ่น

โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนระหว่างการก่อสร้างและการดำเนินงาน ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำลงโดยอาศัยข้อกำหนดด้านต่าง ๆ เช่น ข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพพลังงานสูง โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมมีความยืดหยุ่นเมื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล นอกจากนี้ ยังช่วยจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เช่น ปัญหาน้ำประปา และคุณภาพอากาศ

โอกาสในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน : ทำไมนักลงทุนควรสนใจโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน?

โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนจะมีลักษณะของกระแสเงินสดที่ดึงดูดนักลงทุนระยะยาว ตัวอย่างเช่น สินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนสามารถให้รายได้ที่สัมพันธ์กับอัตราเงินเฟ้อในระยะยาวได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุนี้โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนหลายโครงการอาจดึงดูดนักลงทุนสถาบันและมีส่วนสำคัญในพอร์ตการลงทุนของสถาบันมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน



ปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการใช้พลังงานไฟฟ้าของเศรษฐกิจโลกกำลังขับเคลื่อนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเติบโตของปริมาณข้อมูลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดต้นทุนพลังงานหมุนเวียนทำให้ต้องลงทุนในด้านพลังงานหมุนเวียน เครือข่ายอัจฉริยะ และการจัดเก็บพลังงานมากขึ้น ระบบไร้สายยังถูกเปลี่ยนโฉมหน้าด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าและการแปลงเป็นดิจิทัล นอกจากนี้ เพื่อรองรับการขับขี่อัตโนมัติจำเป็นต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร

แนวโน้มของความยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต หลายประเทศได้กำหนดนโยบายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานจึงมีความสำคัญต่อการสร้างโลกที่ยั่งยืนและสามารถสร้างผลกำไรระยะยาวให้กับนักลงทุนด้านปัจจัยพื้นฐาน

Climate Bonds Initiative (CBI) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย ซึ่งจัดทำร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ในสังกัดกระทรวงการคลัง รายงานดังกล่าวได้วิเคราะห์ทางเลือกในการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน การขนส่งคาร์บอนต่ำ และการจัดการน้ำในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน 17 โครงการ ตลอดจนโครงการที่กำลังวางแผนเกือบ 40 โครงการในภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย เพื่อชี้ให้เห็นถึงโอกาสการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่กำลังเติบโตในประเทศไทย

จากรายงานคาดการณ์ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอย่างน้อย 31.9 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยส่งเสริมนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจบีซีจี (BCG: Bio-Circular-Green Economy หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว) และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065

นักลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอาจพิจารณาลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยมลพิษผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การจัดการน้ำและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดหาพลังงานราคาไม่แพงให้กับลูกค้า

การลดการปล่อยมลพิษผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้

การลงทุนในพลังงานสีเขียว (เช่น ฟาร์มกังหันลม แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์เซลล์) มีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานยังต้องจัดการกับโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าที่ซับซ้อนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อ 10 ปีที่แล้วโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบส่งไฟฟ้าของอิตาลีต้องการสถานีไฟฟ้า 1,000 สถานี เพื่อให้การส่งไฟฟ้ามีความเสถียร ปัจจุบันอิตาลีต้องการสถานีไฟฟ้าประมาณ 1 ล้านสถานี เมื่อเร็ว ๆ นี้ Terna ซึ่งให้บริการยูทิลิตี้ของอิตาลีได้เปิดเผยแผนการลงทุน 5 ปีที่ต้องใช้งบประมาณ 8.9 พันล้านยูโร ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับแผนการลงทุน 5 ปี สำหรับปี 2558-2562

การจัดการน้ำและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจะเป็นประเด็นที่มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางที่สุดในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานที่อาจส่งผลต่อความยั่งยืนแก่ภาคส่วนอื่น ๆ เช่น การจัดการน้ำและของเสียก็มีบทบาทในอนาคตที่ยั่งยืนเช่นกัน หลายปีที่ผ่านมาบริษัทน้ำหลายบริษัทได้ลงทุนด้านความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญทั้งเพื่อเป้าหมายของบริษัทเองและเพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ซึ่งบางนโยบายมีผลบังคับใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ในปี 2543 สหภาพยุโรปได้อนุมัติกรอบคำสั่งเกี่ยวกับน้ำเพื่อจัดการกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ เช่น การจัดการลุ่มน้ำแบบบูรณาการ ตามระเบียบข้อบังคับของรัฐสภายุโรปในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนาคุณภาพน้ำจืดเพื่อรักษาชีวิตปลาบริษัทน้ำจำเป็นต้องประเมินประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ บริษัทเกี่ยวกับน้ำหลายบริษัทได้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนของกระบวนการบำบัดน้ำ ตัวอย่างเช่น Severn Trent ซึ่งดำเนินธุรกิจสาธารณูปโภคด้านน้ำในสหราชอาณาจักรกำลังทำงานร่วมกับเกษตรกรเพื่อลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชเพื่อลดการรั่วไหลของสารกำจัดศัตรูพืชลงสู่แม่น้ำ ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้การบำบัดน้ำมีราคาถูกลงมาก นอกจากนี้ Severn Trent ยังให้คำมั่นที่จะปรับปรุงความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นที่ 5,000 เฮกตาร์ ภายในปี 2570 ซึ่งคิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายทั้งหมดของรัฐบาลอังกฤษ ทั้งนี้ มีแนวโน้มที่จะมีการกำหนดกฎระเบียบต่าง ๆ ให้มีการรีไซเคิลขยะในปริมาณมากขั้น กรณีนี้เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรแล้ว 

การจัดหาพลังงานราคาไม่แพงให้กับลูกค้า

การจัดหาพลังงานจะถือว่าประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อช่วยลดจำนวนคนที่ไม่สามารถเข้าถึงพลังงานอย่างเพียงพอ การให้บริการด้านพลังงานจำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ งบประมาณที่ใช้ไปมีแนวโน้มที่จะทำให้ค่าบริการสาธารณูปโภคสูงขึ้น ทำให้การจัดการพลังงานอยู่ภายใต้ความกดดัน อย่างไรก็ตาม พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การใช้ปริมาณความร้อนน้อยกว่าระดับความสบายของร่างกายมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องความสามารถในการจ่ายบิลค่าพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต

สำหรับผู้บริโภคพลังงานในสหรัฐอเมริกาจะมีสถานการณ์ต่างจากหลาย ๆ ประเทศ เนื่องจากชาวอเมริกันได้รับประโยชน์จากการพัฒนาก๊าซจากชั้นหิน (shale gas) ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยให้ราคาพลังงานลดลง อย่างไรก็ตาม มีการลงทุนด้านสาธารณูปโภคในสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้น เพื่อจัดการกับความท้าทายด้านความยืดหยุ่นของเครือข่ายที่มีการลงทุนต่ำเป็นเวลานานตั้งแต่ช่วงปี 1980 ถึงต้นปี 2010 ในขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและการลงทุนเพิ่มเติมจำนวนมาก เราเชื่อว่าการปรับขึ้นราคาพลังงานในสหรัฐเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และจะสร้างแรงกดดันให้กับผู้บริโภคซึ่งคุกคามความยั่งยืนของผลตอบแทนสำหรับสาธารณูปโภคของสหรัฐ

สรุป

โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนหมายถึง โครงการด้านพลังงาน การขนส่ง โทรคมนาคม น้ำ และการจัดการของเสียที่ยั่งยืนต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างโลกที่ยั่งยืน และสามารถสร้างผลกำไรระยะยาวให้กับนักลงทุนด้านปัจจัยพื้นฐาน ประเทศไทยมีศักยภาพในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอย่างน้อย 31.9 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1 ล้านล้านบาท ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานยังต้องจัดการกับโครงข่ายระบบส่งที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งนี้ หลายปีที่ผ่านมาหลายบริษัทมีการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในด้านความยั่งยืนทั้งเพื่อประโยชน์ของบริษัทเองและเพื่อตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนจะถือว่าประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อสามารถลดจำนวนคนที่ไม่สามารถเข้าถึงพลังงาน น้ำ หรือทั้งสองอย่างอย่างเพียงพอ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลและสร้างโอกาสให้นักลงทุนในการลงทุนด้านความยั่นยืน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ