เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อ และทิศทางลงทุนครึ่งปีหลัง

27 มิ.ย. 2565 | 07:01น.

ภาพรวมการลงทุนในครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร ยังต้องเผชิญกับอะไรกันอีกบ้าง พร้อมมุมมองและคำแนะนำการลงทุนดี ๆ กับ “กวี ชูกิจเกษม” ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)

วันที่ 27 มิถุนายน 2565 เตรียมตัวก้าวเข้าสู่ในช่วงครึ่งปีหลัง นักลงทุกจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงอะไรอีกบ้าง และท่ามกลางความไม่แน่นอนและความผันผวนมากมาย จะต้องลงทุนอย่างไร เลือกหุ้นกลุ่มไหนเพื่อให้ยังสามารถเติบโตได้

วันนี้ร่วมพูดคุยกับ “กวี ชูกิจเกษม” ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)

Q : กำลังก้าวเข้าสู่ในช่วงของครึ่งปีหลังกันแล้ว  นักลงทุนจะต้องเจออะไรกันอีก เฟดจะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยกี่ครั้งและไปจบที่ระดับไหน รวมถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทยที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ประเมินสถานการณ์เหล่านี้ยังไงบ้าง 

ช่วงตั้งแต่ต้นปีธนาคารกลางสหรัฐพยายามจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่องและขึ้นค่อนข้างเร็วและรุนแรง แต่สังเกตให้ดีในช่วงครึ่งปีแรกจนถึงปัจจุบันในตลาดโลกตลาดหุ้นไทยถือว่าทำผลงานได้ดีมาก  ลงมาน้อยที่สุดในตลาดหุ้นทั่วโลกแสดงว่าตลาดหุ้นไทย outperform

หลักเลยเป็นเพราะว่า 1 หุ้นที่เขาขายมาส่วนใหญ่เป็นหุ้นเทคโนโลยีแต่หุ้นไทยไม่มีนั่นคือความโชคดี 2 คือช่วงแรกเรามีเงินเฟ้อต่ำก็เลยทำให้เม็ดเงินจากต่างประเทศมีการไหลเข้ามาพักในตลาดหุ้นไทยแสนกว่าล้าน   แล้วก็สาเหตุที่ 3 ก็คือประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ทุกคนมองว่าเศรษฐกิจปีนี้น่าจะฟื้นตัวได้ดี  ฉะนั้น 3 ประเด็นหลักนี้ที่ทำให้หุ้นไทย outperform ตลาดหุ้นต่างประเทศ  แต่ว่าพอครึ่งปีหลังสิ่งที่หายไปหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของอเมริกาลงมารับข่าวเรื่องของการหดตัวของเศรษฐกิจสหรัฐไปมากพอควรแล้ว

เงินเฟ้อของประเทศไทยเราสุดท้ายก็ขึ้นมาสูสีกับคนอื่นแล้ว และก็อาจจะยังขึ้นไปอีกสัก 2 เดือน ก็อาจจะไปพีกในช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งกันพีกอาจจะไม่ใช่ 7% อาจจะเป็น 8% หรือ 9% ตรงนี้ก็จะทำให้ความที่ต่างประเทศสนใจหุ้นไทยก็หายไปแต่ประเด็นที่ 3 ยังอยู่ก็คือเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ดีกว่าเศรษฐกิจประเทศอื่นและเลือกตั้งก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมและการขึ้นดอกเบี้ยของบ้านเราก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นเยอะตามต่างประเทศ

ด้วยเหตุผลว่า 1 คือเราไม่กล้าขึ้นเพราะหนี้ครัวเรือนเราเยอะ ดอกเบี้ยของเรามันไม่อาจที่จะไปลดเงินเฟ้อลงได้  เราไปลุ้นให้ราคาน้ำมันลดลงดีกว่า ก็เลยขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่พยายามควบคุมให้เงินไหลออกเป็นการไหลออกแบบธรรมชาติที่สุด ไหลออกได้ไม่เป็นไร คุณลงทุนหุ้นคุณจะขายหุ้นออกแล้วเงินออกไปไม่ว่า แต่ต้องไม่เกิดการเก็งกำไร

Advertisement

ฉะนั้นโดยภาพรวมแล้วก็เป็นไปได้ว่าตลาดในช่วงครึ่งปีหลังก็เป็นไปได้ว่าต่างประเทศยังคงขายหุ้นไทยอยู่  ก็อเมริกายังคงขึ้นดอกเบี้ยต่อไปไม่หยุดแน่นอนจากนี้ไปอีก 2-3 ครั้ง  จริง ๆ แล้วเขามองกันแถวประมาณ 3.5% หรือ 3.75% ตอนสิ้นปีนี้ หรือว่าต้นปีหน้า  นั่นหมายถึงว่าดอกเบี้ยของอเมริกาก็จะขึ้น ๆ แต่ดอกเบี้ยของไทยจะขึ้นช้ากว่าเพราะฉะนั้นเราหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกที่เงินบาทเราจะต้องอ่อน

Q : ท่ามกลางสถานการณ์อย่างแบบนี้ หุ้นตัวไหนที่จะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น 

จริง ๆ ดอกเบี้ยขาขึ้นมันไม่ได้ดีอยู่แล้วกับโดยภาพรวมของตลาดหุ้นแต่มันจะมีกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเรื่องอื่น  ซึ่งสิ่งที่เราน่าจะรับข่าวต่อจากนี้ไปก็คือว่าถ้าเกิดเงินเฟ้อมันเริ่มพีก ดอกเบี้ยมันเริ่มพีก มันจะทำให้กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยลงมากกว่าที่จะมาแทนที่จะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขึ้น

เชื่อว่ากลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้จะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคโดยตรง  ฉะนั้นกลุ่มค้าปลีกเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ เผอิญราคายังไม่ค่อยแพงด้วย ไม่ว่าจะเป็น CPALL , HOMEPRO , MAKRO

กลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มที่เป็นกลุ่มเฮลท์แคร์ก็คือกลุ่มโรงพยาบาล  กลุ่มโรงพยาบาลก็จะมี BDMS , BH

กลุ่มที่ 3 ก็ยังมองในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าถึงแม้ว่าจะลงมาเยอะมาก  แต่ถ้าเงินเฟ้อผ่านจุดพีกไปได้แล้ว และทุกคนมองว่าดอกเบี้ยจะลง  หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าก็จะเป็นกลุ่มที่ลงมาเยอะและอาจจะกลับมาได้ก็คือ GPSC แล้วก็ตัว  BGRIM

อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้เลยคือกลุ่มท่องเที่ยวก็มองเป็น CENTEL ถ้าเป็นโรงแรมอย่างเดียวก็เป็น ERW และก็จะเป็นตัว AOT แล้วก็จะเป็น BAFS  ซึ่ง BAFS นี่ก็คือธุรกิจเติมน้ำมันเครื่องบิน

พอดอกเบี้ยเริ่มมองว่ามันจะพีกแล้วนะ กลุ่มที่จ่ายปันผลสูง defensive หน่อย ๆ จ่ายปันผลสม่ำเสมอก็จะเริ่มเป็นที่น่าจับตามอง ที่ผมมองอยู่แน่นอนว่าต้องมี  ADVANC กับ  INTUCH  เพราะว่า 2 ตัวนี้จ่ายปันผลค่อนข้างสูงแล้วก็อีก 2 ตัวในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ก็คือ TISCO และ KKP อย่าง  KPP จ่ายปันผลอยู่ที่ประมาณ 5-6%  TISCO นี่ไปกันใหญ่จ่ายปันผลอยู่ที่ 8%

อีกกลุ่มหนึ่งขอเป็นเก็งกำไรนิดนึงในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะเสี่ยงขึ้นมาหน่อย ก็คือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ดอกเบี้ยถ้าไม่ได้พีกไปมากกว่านี้แล้วผมเชื่อว่าความต้องการบ้านยังคงอยู่ แล้วก็ราคาหุ้นของหุ้นกลุ่มนี้มันลงมา  แต่ว่าถ้าจะเอาตัวที่ปลอดภัยที่สุดจะเป็น LH

แล้วก็มีหุ้นในกลุ่มอาหารเพียว ๆ ก็จะมีตัว MK แล้วก็มองตัว TU  ก็ได้ครบแทบทุกกลุ่มที่น่าจะเริ่มลงทุนก่อนได้ในช่วงที่ตลาดอยู่ตรงนี้แต่ว่าถ้าเป็นนักลงทุนเอาระยะสั้นกลุ่มนี้คือเล่นรีบาวน์ แต่อย่างที่บอกว่าการรีบาวน์รอบนี้มันยังต้องระมัดระวัง สิ่งที่เราต้องเจอในปีหน้าคือเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว

ดังนั้นการที่หวังว่าจะมีเม็ดเงินมหาศาลจะมาซื้อหุ้นเพื่อให้มันขึ้นไปเยอะ ๆ อย่าไปหวัง  ยิ่งสหรัฐอเมริกาเขากำลังจะถอนเงินออกจากระบบด้วย เพราะฉะนั้นระบบสภาพคล่องในโลกจะลดลงมันก็จะไม่มีเม็ดเงินใหม่มาดันตลาดหุ้นให้ขึ้นไปแพง ๆ  ได้ประกอบกับเราจะเห็นเศรษฐกิจหดตัวที่รออยู่ข้างหน้า ฉะนั้นหุ้นขึ้นไปก็ยังเป็นจังหวะถ้าเก็งกำไรซื้อตรงนี้ 1,640 จุด 1,630 จุด หรือ 1,650 จุด ตรง ไหนก็ได้แล้วแต่เป็นโซนขาย

Q: ทีนี่ถ้าเป็นสำหรับนักลงทุนระยะยาวแบบ VI แนะนำนักลงทุนยังไงดี

 ณ ชั่วโมงแถวนี้คือถ้าหุ้นมันลงมาแถวแนวรับที่เราคุยกัน 1,530 จุด 1,540 จุด หรือ 1,550 จุด คิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการที่เราจะเก็บหุ้นพื้นฐานดีเอาไว้ซักส่วนหนึ่ง อย่างนักลงทุน VI ที่พอร์ตยังไม่ได้เต็มหรือว่าพอร์ตยังว่าง ๆ  อยู่ คิดว่าอย่างน้อยเราควรจะซื้อซัก 30% ของพอร์ตเก็บเอาไว้ในช่วงเวลานี้ ก็เป็นหุ้นที่เราคุยกันไปเมื่อสักครู่นี้

ยกเว้น LH เพราะว่า LH เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์อาจจะมีแรงเหวี่ยงอยู่พอสมควร เราซื้อบน valuation ที่อย่างน้อยเราคิดว่ามันไม่ได้แพงจนเกินไป  เพราะว่ามันลงมาตั้งแต่ 1,800 จุด อย่าลืมนะครับท่านผู้ชมท่านผู้ฟัง  เราลงมาตั้งแต่ 1,800 จุดตอนนี้ลงมาเหลือ 1,500 กว่าจุด ก็ปรับลงมาเกือบ 300 จุดแล้ว มันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุน VI  ที่อาจจะเลือกเก็บพอร์ตซักส่วนหนึ่งเอาไว้แล้วก็สมมติถ้ามันลงไปแถว ๆ 1,400 จุด

อย่างที่พูดเอาไว้ถ้าลงไปจริง ๆ เพราะว่าเชื่อว่าปีหน้าตลาดหุ้นก็ยังมีโอกาสที่จะเห็น 1,400 จุดอยู่ ก็อาจจะซื้อไปอีก 30% ในหุ้นที่เราเลือกเอาไว้แล้วตอนที่เราซื้อรอบแรกแล้วก็จะกลายเป็น 60% ของพอร์ตแล้วตอน 1,400 จุด

ก็รอดูสถานการณ์อีกรอบหนึ่งเก็บเงินสดไว้ 40% ไม่ลงก็ไม่เป็นไรถือว่าเราได้โอกาสในการซื้อหุ้นไป 60% ของพอร์ตแล้วแต่ถ้าลงเราก็เก็บอีก 40% ตรงนี้เอาไว้ไว้ทยอยซื้อตอนที่มันลงไปสุด ๆ จริง ๆ