เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
ดูทั้งหมด

ทิสโก้ คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ฉุดเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอย

26 ก.ค. 2565 | 14:05น.
ธนาคารทิสโก้

ทิสโก้ คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุม 27 ก.ค. ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ฉุดเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเข้าภาวะเศรษฐกิจถดถอย แนะซื้อเทค-เฮลท์แคร์กำไรโตไม่หวั่นวิกฤต

วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 นี้ คาดว่าที่ประชุมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.75% ซึ่งถือเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่องเป็นครั้งที่สอง และการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในอัตรา 0.75% จากนั้นในเดือนกันยายนจะขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ชะลอลง โดยคาดว่าจะปรับขึ้นอีก 0.50% และลดลงสู่การปรับขึ้นในอัตราปกติที่ 0.25% ในการประชุม 2 ครั้งสุดท้ายของปี ในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม

ทำให้สิ้นปี 2565 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 3.5% ซึ่งหากเป็นไปตามที่คาด วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะเป็นรอบที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจฉุดเศรษฐกิจโลกให้เข้าสู่ภาวะถดถอย

นอกจากนี้ การปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวยังเกิดขึ้นท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจที่สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังคงส่งสัญญาณให้นักลงทุนตระหนกอย่างต่อเนื่อง เช่น ส่วนต่างระหว่างพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอายุ 10 ปี และระยะสั้น 2 ปี ซึ่งสามารถเตือนการเกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ล่วงหน้าได้ทุกครั้ง ก็เริ่มส่งสัญญาณเตือนตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ เช่น ยอดขายบ้าน ยอดค้าปลีก ยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรม และดัชนีความเชื่อมั่น ที่มักเป็นดัชนีชี้นำ Recession ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า ก็เริ่มส่งสัญญาณหดตัวอย่างชัดเจน ในขณะที่เศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ของโลกยังมีความเสี่ยงสูง ทั้งในจีนซึ่งยังมีความไม่แน่นอนจากมาตรการ Zero COVID และปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ และยุโรปที่ยังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งอาจกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม

นายคมศรกล่าวอีกว่า สำหรับผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจถดถอยต่อตลาดหุ้นนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้มองว่า จะกระทบใน 2 เรื่อง คือ

1.ผลกระทบด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) หรืออัตราราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E) ซึ่งถูกกดดันผ่านนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น และ

2.คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS) ซึ่งถูกปรับลดตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี ค่า Forward P/E ของ S&P500 ปรับลดลงมาแล้วถึง -28% ใกล้เคียงกับการปรับลดในอดีต ทำให้มองว่า Valuation ที่ระดับปัจจุบันน่าจะสะท้อนความเสี่ยงจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นไปมากแล้ว ทำให้ปัจจัยกดดันตลาดหุ้นจาก Valuation น่าจะจำกัดต่อจากนี้ แต่คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนของตลาดหุ้นสหรัฐ อาจปรับลงได้อีกในระยะข้างหน้าตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ถึงแม้ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้จะมองว่าการปรับลดคาดการณ์กำไรจะเป็นปัจจัยกดดันให้ตลาดหุ้นยังอยู่ในขาลง แต่ด้วย Valuation ที่ลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมขึ้น ทำให้มองว่าโอกาสปรับลง (Downside) ของตลาดหุ้นน่าจะเริ่มจำกัด

จึงยังคงแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงแม้ในภาวะ Recession อย่างกลุ่มเฮลท์แคร์ (Healthcare) ซึ่งกำไรโตเฉลี่ยถึง 8% ในช่วงที่เกิด Recession สวนทางกับกำไรของตลาด (S&P500) ซึ่งหดตัวกว่า -25% นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาอัตราการเติบโตของกำไรในระยะยาว (CAGR) พบว่าตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา กำไรของกลุ่ม Healthcare ขยายตัวถึง 10% ต่อปี สูงกว่าตลาดหุ้นรวม (S&P500) ที่ 7% ต่อปี และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ต่อเนื่องในอนาคต ตามกระแสเมกะเทรนด์สังคมสูงอายุที่เกิดขึ้นทั่วโลก

และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหุ้นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีการเติบโตของกำไรในระยะยาวในช่วง 30 ปี อยู่ที่ 10% ต่อปีถึงแม้ในระยะสั้น ราคาอาจถูกกดดันจากการปรับลดคาดการณ์กำไร แต่น่าจะถูกชดเชยด้วย Valuation ที่น่าจะเริ่มคลี่คลายลง หลังตลาดตอบรับต่อความเสี่ยงด้านนโยบายการเงินไปมากแล้ว ทำให้มองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งก่อนหน้านี้โดนเทขายอย่างหนัก น่าจะเริ่มกลับมาโดดเด่นและปรับขึ้น (Outperform) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทิสโก้