BEM มั่นใจเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกใน 3 ปีครึ่ง-ข้อเสนอเป็นประโยชน์ต่อรัฐ

BEM มั่นใจข้อเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นประโยชน์ต่อรัฐ ก่อสร้างและเปิดบริการได้ตามแผนแน่นอน

วันที่ 14 กันยายน 2565 ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้จัดงานแถลงข่าวขึ้น

BEM ยืนหยัดสู้โควิด

ดร.สมบัติเปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายได้ของบริษัทหายไปกว่า 60% แต่บริษัทก็ได้ยืนหยัดดำเนินธุรกิจฝ่าช่วงวิกฤตมาอย่างเต็มที่ โดยมีมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างสูงสุดในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้ประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าและทางด่วนมั่นใจในการใช้บริการ และบริษัทได้จัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน ทั้งโครงการแจกหน้ากากอนามัย มอบวัคซีนไวรัสโควิด-19

และล่าสุดคือ โครงการแจกสเปรย์แอลกอฮอล์ 1 ล้านชิ้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่พี่น้องประชาชน นอกจากนี้ ยังได้จัดโครงการ MRT พิชิต TCAS 66 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ซึ่งมีน้อง ๆ เข้าร่วมกว่า 10,000 คน เพื่อให้น้อง ๆ นักเรียนมีโอกาสได้รับความรู้อย่างเต็มที่

รับปัจจัยบวกการเปิดตัวโครงการใหม่

ดร.สมบัติเปิดเผยว่า ในส่วนของผลการดำเนินธุรกิจของบริษัท ปริมาณผู้ใช้ทางด่วนฟื้นตัวกลับมาเร็วมาก ปัจจุบันมีผู้ใช้ทางเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,100,000 เที่ยว/วัน คิดเป็น 90% ของปริมาณผู้ใช้ทางก่อนเกิดโควิด ส่วนรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ปัจจุบันปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 320,000 เที่ยว/วัน คิดเป็น 85% ของปริมาณผู้โดยสารก่อนเกิดโควิด คาดว่าภายในสิ้นปีจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า

และคาดการณ์ว่าในปีหน้า ผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะใกล้ 500,000 เที่ยว/วัน เนื่องจากรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินเปิดให้บริการครบทั้งเส้นทาง ประกอบกับการเปิดตัวโครงการใหญ่ ๆ ตลอดเส้นทางรถไฟฟ้า ทั้งศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, โครงการ One Bangkok, Singha Estate, Samyan Mitrtown ในส่วนของผลประกอบการบริษัท คาดว่าในปีนี้รายได้ทั้งปี จะอยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท กำไรครึ่งปีแรก อยู่ที่ 970 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีกำไรมากกว่าปีที่แล้วแน่นอน

มั่นใจคว้าสายสีส้ม

ดร.สมบัติกล่าวว่า ในส่วนของการประมูลร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม รฟม.ได้แจ้งให้บริษัททราบถึงผลการประเมินคุณสมบัติและเทคนิคว่า บริษัทผ่านเกณฑ์ และเสนอผลประโยชน์ให้แก่รัฐ -78,287.95 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินข้อเสนอด้านการเงิน

บริษัทมั่นใจว่าข้อเสนอของบริษัทเป็นไปตามเงื่อนไขและกติกาที่รัฐกำหนด ทั้งในส่วนของข้อกำหนดทางวิศวกรรม (specification) งานโยธาและระบบรถไฟฟ้า วิธีการและเทคนิคการก่อร้างโดยเฉพาะการก่อสร้างงานอุโมงค์และสถานีใต้ดิน

ซึ่งเป็นงานก่อสร้างใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้องดูแลความปลอดภัยสูงสุด ระบบรถไฟฟ้าที่จัดซื้อมีประสิทธิภาพสูง อายุการใช้งานนาน มาให้บริการแก่ประชาชน และมีข้อเสนอทางการเงินที่เป็นประโยชน์แก่รัฐทั้งในส่วนของเงินสนับสนุนค่างานโยธาที่ต่ำกว่าราคากลาง ทั้งที่หากพิจารณาข้อเท็จจริงพบว่าราคาค่าก่อสร้างในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยบริษัทก็สามารถแบ่งผลประโยชน์เพิ่มเติมให้แก่ รฟม.ได้

เล็งเปิดสายสีส้มส่วนแรกภายใน 3 ปี

ดร.สมบัติเปิดเผยว่า หากบริษัทได้รับการคัดเลือกเป็นผู้รับสัมปทาน บริษัทพร้อมที่จะเริ่มงานได้ทันที โดยมี บมจ.ช.การช่าง เป็นพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในงานก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นอย่างมาก โดยบริษัทมั่นใจว่าจะเปิดให้บริการส่วนตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรม-สุวินทวงศ์) ได้ภายใน 3 ปีครึ่ง และส่วนตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์) ได้ภายใน 6 ปี ตามแผนงานของ รฟม. ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเด่นของบริษัทที่ทำงานทุกโครงการประสบความสำเร็จ เปิดบริการได้ตามสัญญา เป็นไปตามแผน หรือก่อนแผนเสมอ

Advertisement

มั่นใจข้อเสนอเป็นประโยชน์ต่อรัฐ

ดร.สมบัติกล่าวเสริมว่า สำหรับกรณีที่มีเอกชนบางรายซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการคัดเลือก เปิดเผยว่ามีข้อเสนอที่เป็นประโยชน์แก่ รฟม. มากกว่าที่บริษัทเสนอ ก็เป็นสิทธิของเอกชนรายนั้นจะทำ แต่เนื่องจากการให้ข้อมูลมีการพาดพิงถึงข้อเสนอของบริษัท ซึ่งอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่าข้อเสนอของบริษัท ทำให้รัฐเสียประโยชน์ บริษัทจำเป็นต้องชี้แจงว่า

บริษัทได้จัดทำข้อเสนอที่เป็นประโยชน์แก่รัฐ เข้าร่วมการคัดเลือกภายในเงื่อนไข และกติกาที่รัฐกำหนด การนำข้อเสนอด้านการเงินอื่นซึ่งไม่ทราบว่าอยู่บนเงื่อนไข สมมติฐานใด ผ่านเกณฑ์การประเมินของ รฟม.หรือไม่ มาเปรียบเทียบกับข้อเสนอด้านการเงินของบริษัท คงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้

ดร.สมบัติ ให้ข้อสังเกตด้วยว่า ที่ผ่านมา ทั้งรัฐ เอกชน พูดกันตลอดว่า โครงการรถไฟฟ้าเป็นอินฟราสตรัคเจอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องลงทุนสูง หากรัฐไม่สนับสนุน (Subsidy) ค่างานโยธา เอกชนลงทุนเองทั้งหมดคงไปไม่รอด เห็นได้จาก เริ่มตั้งแต่สายสีเขียว เอกชนที่รับสัมปทานต้องลงทุนทั้งงานโยธาและเดินรถทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องปรับโครงสร้างหนี้แฮร์คัท ส่วนสายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีชมพู สีเหลือง รัฐต้องสนับสนุนค่างานโยธาทุกโครงการ หากมีเอกชนบอกว่า สามารถรับดำเนินการสายสีส้ม ซึ่งต้องลงทุนสูงมาก เพราะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน ผลตอบแทนการลงทุนก็ต่ำกว่าสายสีเขียว สีน้ำเงิน ใกล้ๆ กับสีชมพู สีเหลือง โดยแทบไม่ต้องขอรัฐสนับสนุนเลย คงเป็นเรื่องแปลกว่าทำได้อย่างไร

บริษัทยังคงมั่นใจว่าข้อเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มของบริษัท เป็นประโยชน์ต่อรัฐ การก่อสร้างและการเปิดบริการ จะต้องประสบผลสำเร็จตามแผน ไม่มีการล่าช้า และต้องมีคุณภาพการบริการแก่ประชาชนที่ดี ตอบแทนคืนกลับสู่สังคมอย่างเต็มที่