เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

กรมอุตุฯจับตา “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง” เตือน 14-15 ต.ค.นี้ฝนเพิ่ม

12 ต.ค. 2565 | 17:32น.
หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศฟิลิปปินส์
อัพเดตข้อมูล 12 ตุลาคม 2565 เวลา 17.32 น.

กรมอุตุฯออกประกาศเตือน “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง” ฉบับที่ 1 ปกคลุมบริเวณด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ คาดลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางและเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ส่งผลทำให้ช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม 9 จังหวัด ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคอีสานตอนล่าง

วันที่ 12 ตุลาคม 2565 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ เรื่อง “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2565

ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณหัวเกาะประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในคืนนี้ (12 ตุลาคม 2565) คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 13-14 ต.ค. 65

ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดมุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 05.00 น.

 ประกาศเตือนฉบับที่ 1"หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง"

กรมอุตุนิยมวิทยายังพยากรณ์ลักษณะอากาศในช่วง 7 วันข้างหน้า หรือช่วงระหว่างวันที่ 12 ตุลาคม 2565-18 ตุลาคม 2565 ว่า การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 12-15 ต.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย

ขณะที่ในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 65 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางและเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้นโดยจะมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

ส่วนในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย และขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ หย่อมความกดอากาศต่ำ (low-pressure area) ซึ่งในแผนที่อากาศหรือแผนที่ดาวเทียมจะใช้สัญลักษณ์เป็นรูปตัว L นั้น หากเกิดขึ้นบริเวณไหนจะเกิดมีเมฆมากและมีการรวมตัวตกมาเป็นฝน ซึ่งอาจทำให้เกิดฝนตกหนักได้ ขณะที่ในยุโรปจะเรียกชื่อบริเวณความกดอากาศต่ำว่า “ดีเปรสชั่น” (depression)

กลุ่มเมฆฝนบริเวณจ.ราชบุรี สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร พังงา สุราษฎร์ธานี(ข้อมูล ณ วันที่ 12 ต.ค. เวลา 15.00 น.)
กลุ่มเมฆฝนบริเวณ จ.ราชบุรี สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร พังงา สุราษฎร์ธานี (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ต.ค. เวลา 15.00 น.) ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา

สำหรับการพยากรณ์อากาศ ระหว่างวันที่ 12 ตุลาคม 2565 – 18 ตุลาคม 2565 มีดังนี้

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 13-15 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 12-13 อากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง

และในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 13-14 อากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 13-14 อากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่กับมีลมแรง

และในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ในช่วงวันที่ 12-15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในช่วงวันที่ 13-15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 13-14 อากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่
โดยในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่

และในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส

หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศฟิลิปปินส์
อธิบายแผนที่ : แผนที่อากาศผิวพื้นวันที่ 12 ตุลาคม 2565 เวลา 07.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง