อัพเดตข้อมูล 12 ตุลาคม 2565 เวลา 17.32 น.
กรมอุตุฯออกประกาศเตือน “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง” ฉบับที่ 1 ปกคลุมบริเวณด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ คาดลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางและเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ส่งผลทำให้ช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม 9 จังหวัด ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคอีสานตอนล่าง
วันที่ 12 ตุลาคม 2565 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ เรื่อง “หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2565
ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณหัวเกาะประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในคืนนี้ (12 ตุลาคม 2565) คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 13-14 ต.ค. 65
ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดมุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 17.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยายังพยากรณ์ลักษณะอากาศในช่วง 7 วันข้างหน้า หรือช่วงระหว่างวันที่ 12 ตุลาคม 2565-18 ตุลาคม 2565 ว่า การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 12-15 ต.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย
ขณะที่ในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 65 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางและเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้นโดยจะมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
ส่วนในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย และขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ หย่อมความกดอากาศต่ำ (low-pressure area) ซึ่งในแผนที่อากาศหรือแผนที่ดาวเทียมจะใช้สัญลักษณ์เป็นรูปตัว L นั้น หากเกิดขึ้นบริเวณไหนจะเกิดมีเมฆมากและมีการรวมตัวตกมาเป็นฝน ซึ่งอาจทำให้เกิดฝนตกหนักได้ ขณะที่ในยุโรปจะเรียกชื่อบริเวณความกดอากาศต่ำว่า “ดีเปรสชั่น” (depression)

สำหรับการพยากรณ์อากาศ ระหว่างวันที่ 12 ตุลาคม 2565 – 18 ตุลาคม 2565 มีดังนี้
ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 13-15 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 12-13 อากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง
และในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 13-14 อากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 13-14 อากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่กับมีลมแรง
และในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ในช่วงวันที่ 12-15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในช่วงวันที่ 13-15 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
ในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 13-14 อากาศเย็นในตอนเช้า และมีฝนฟ้าเล็กน้อยบางพื้นที่
โดยในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
และในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
