ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ป.ป.ช. กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐหลายตำแหน่งยื่นบัญชีทรัพย์และหนี้สินเพิ่ม เช่น รองอธิบดีอัยการ รองอธิบดีอัยการภาค ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ช่วยผู้ตรวจเงินแผ่นดิน รองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น รองเลขาฯสภาผู้แทน รวมถึงระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
วันที่ 7 เมษายน 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 103 (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2566 ลงนามโดยพลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับมื่อพ้นกำหนดหกสิบวัน(60วัน) นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
สำหรับสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ กำหนดตำแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา103 พ.ศ.2561 เพิ่มเติม ได้แก่
- รองอธิบดีอัยการ
- รองอธิบดีอัยการภาค
- ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน
- ผู้ช่วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
- ผู้ช่วยผู้ตรวจเงินแผ่นดิน
- ผู้อำนวยการสำนักกำกับและส่งเสริมการตรวจเงินแผ่นดิน
- ผู้อำนวยการสำนักวินิจฉัยความผิดวินัยการเงินการคลัง
- รองผู้ว่าราชการจังหวัด
ศาลปกครอง
-รองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
-รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
-รองเลขาธิการวุฒิสภา”
นอกจากนี้ในท้ายประกาศในข้อ 8 ระบุว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค” ที่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในตำแหน่ง “ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน” ตามข้อ 4 (3) 3.9 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 103 พ.ศ. 2561 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศฉบับนี้

