สธ. เปิดไทม์ไลน์จ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิด คาดเริ่มเบิกได้ 29 ส.ค.นี้ และเสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ 2566
วันที่ 11 สิงหาคม 2566 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดขั้นตอนและแผนการเบิกจ่ายงบประมาณค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิดช่วงเดือนกรกฎาคม 2564-ครึ่งเดือนแรกของมิถุนายน 2565 ให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ 2566
โดยเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือถึงสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการจัดสรรค่าเสี่ยงภัยโควิดแล้ว คาดว่าสำนักงบประมาณจะอนุมัติและโอนเงินจัดสรรมายังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงวันที่ 9-18 สิงหาคม 2566
จากนั้นกองยุทธศาสตร์และแผนงาน จะขออนุมัติจัดสรรต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข และแจ้งการจัดสรรไปยังกองคลังและกองสาธารณสุขฉุกเฉิน ช่วงวันที่ 21-22 สิงหาคม 2566
คาดว่าทุกหน่วยงานจะเริ่มเบิกจ่ายได้ตั้งแต่ 29 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป และจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายน 2566 พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงบประมาณทราบภายใน 15 วันทำการถัดไป
นพ.โอภาสอธิบายว่า ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในส่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น สนง.สาธารณสุขจังหวัด รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป กองสาธารณสุขฉุกเฉิน จะเป็นหน่วยดำเนินการจัดสรรและแจ้งกองคลังโอนงบประมาณไปยัง สนง.สาธารณสุขจังหวัดทั้ง 76 แห่ง เพื่อตรวจสอบเอกสารเบิกจ่าย ทำเรื่องขออนุมัตินายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและโอนค่าตอบแทนเสี่ยงภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานโดยตรง
ส่วนค่าตอบแทนเสี่ยงภัยของหน่วยงานภายนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีทั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์
กองคลังจะเป็นหน่วยดำเนินการตรวจสอบเอกสารเบิกจ่ายและขออนุมัติปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อโอนงบประมาณไปยังผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานภายนอกต่อไป
“ยืนยันว่าจะพยายามเร่งรัดกระบวนการเบิกจ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิด-19 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งสายวิชาชีพและสายสนับสนุน ทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขโดยเร็วที่สุด ส่วนที่ยังค้างจ่ายในรอบการปฏิบัติงานช่วงครึ่งเดือนหลังของมิถุนายน-กันยายน 2565 ซึ่งสิ้นสุดการเป็นโรคติดต่ออันตราย จะเตรียมทำข้อเสนอขอรับการสนับสนุนในปีงบประมาณ 2567 วงเงิน 3,745 ล้านบาท ต่อ ครม.ชุดใหม่ต่อไป” นพ.โอภาสกล่าว