กัมพูชา จุดความร้อนมากสุดเช้านี้ 2,048 จุด กรุงเทพฯ PM 2.5 แดง 5 เขต

จุดความร้อน
(แฟ้มภาพ)จาก GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

GISTDA รายงานเช้านี้ PM 2.5 พบกรุงเทพฯสีแดง 5 เขต “หนองแขม” นำลิ่ว ทั่วประเทศ 4 จังหวัดคุณภาพอากาศแย่ จุดความร้อนไทย 238 จุด เพื่อนบ้าน “กัมพูชา” มากสุด 2,048 จุด

วันที่ 15 มกราคม 2567 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 15 มกราคม 2567 พบว่า 4 จังหวัด คือ สมุทรสงคราม 108 ไมโครกรัม, สมุทรสาคร 101.2 ไมโครกรัม, ราชบุรี 87.2 ไมโครกรัม และเพชรบุรี 77.6 ไมโครกรัม มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีแดง

และพบอีก 22 จังหวัด ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม โดย 3 อันดับแรกสีส้ม ได้แก่ สมุทรปราการ 75 ไมโครกรัม, นครปฐม 74.9 ไมโครกรัม และนนทบุรี 70.7 ไมโครกรัม

ในขณะที่กรุงเทพมหานครเอง พบค่าฝุ่น PM 2.5 ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีแดง จำนวน 5 เขต คือ หนองแขม 83.8 ไมโครกรัม ตามด้วย พระโขนง 83.6 ไมโครกรัม, บางนา 78.7 ไมโครกรัม, ดอนเมือง 78.6 ไมโครกรัม และหลักสี่ 75.2 ไมโครกรัม ในส่วนของอีก 45 เขตที่เหลือพบคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม

จุดความร้อน

โดย 3 อันดับ คือ ทวีวัฒนา 73.6 ไมโครกรัม, บางขุนเทียน 72.7 ไมโครกรัม และบางแค 71.5 ไมโครกรัม
แอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม

ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” มีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial Intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

จุดความร้อน

ทั้งนี้ จากข้อมูลจุดความร้อนที่รายงานโดย GISTDA เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2567 พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 238 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตร 99 จุด ตามด้วยพื้นที่เขต ส.ป.ก. 54 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 42 จุด ชุมชนและอื่น ๆ 18 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 17 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 8 จุด โดยจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ชัยภูมิ 27 จุด, ลพบุรี 25 จุด และ นครราชสีมา 24 จุด

นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านที่พบจุดความร้อน มากสุดอยู่ที่กัมพูชา 2,048 จุด ตามด้วย พม่า 239 จุด ลาว 139 จุด และเวียดนาม 40 จุด

ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM 2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น”


จุดความร้อน