Skip to content

‘ษัษฐรัมย์’ หนุนสื่อตีแผ่ปมประกันสังคม ชี้สะท้อนความจริงไม่ควรถูกด่า “สื่อเฮงซวย”

28 ม.ค. 2569 | 18:38น.
‘ษัษฐรัมย์’ หนุนสื่อตีแผ่ปมประกันสังคม ชี้สะท้อนความจริงไม่ควรถูกด่า “สื่อเฮงซวย”

‘ษัษรัมย์’ ยกบทบาทสื่อมวลชนฉายแสงให้ผู้เปราะบาง ระบุการดูหมิ่นสื่อที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคือการบ่อนทำลายประชาธิปไตย ย้ำสื่อไม่จำเป็นต้องเป็นกลางหากต้องนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรม

เมื่อวันที่ 28 มกราคม เวลา 15.55 น. ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมในสัดส่วนผู้ประกันตน ร่วมแสดงปาฐกถาในหัวข้อ “สวัสดิการสร้างไทยเท่าเทียม” ภายในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย ซึ่งจัดโดยเครือมติชน

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวถึงบทบาทของสื่อมวลชนว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นประกันสังคมและสวัสดิการแรงงานได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกของพัฒนาการประชาธิปไตยไทย ที่สังคมเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของประชาชนอย่างจริงจัง

“ในอดีต เรื่องสวัสดิการแทบไม่เคยเป็นข่าวหลัก แต่วันนี้สื่อมวลชนพร้อมใจกันนำเสนอ นี่คือความก้าวหน้าของประเทศ” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าว

ษัษฐรัมย์

เขาระบุว่า สื่อมวลชนเองก็เป็นแรงงาน เป็นผู้ประกันตนไม่ต่างจากประชาชนทั่วไป มีความเปราะบาง เจ็บป่วย แก่ตัว และเผชิญความไม่มั่นคงในชีวิตเช่นเดียวกัน แต่บทบาทของสื่อมวลชนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นกลุ่มอาชีพที่สามารถ “รักษาความกลัวและความสิ้นหวัง” ของสังคมได้

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ เปรียบเทียบว่า แพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยด้วยการผ่าตัดหรือยา แต่ไม่มีแพทย์หรือเทคโนโลยีใดสามารถผ่าตัดความกลัวและความสิ้นหวังออกจากจิตใจของผู้คนได้ ในขณะที่สื่อมวลชนสามารถทำหน้าที่นั้นได้ ด้วยการนำเสนอความจริง และทำให้ประชาชนมองเห็นความหวัง

“สื่อมวลชนคือผู้ที่ฉายแสงไปยังผู้ที่อ่อนแอที่สุดในสังคม ทำให้พวกเขาได้เห็นว่าตนเองไม่ได้ถูกทอดทิ้ง” เขากล่าว พร้อมระบุว่า สื่อมีหน้าที่ตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจ เปิดโปงความผิดปกติ และพาสังคมกลับไปสู่ความถูกต้อง

นอกจากนี้ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ยังกล่าวถึงประสบการณ์ส่วนตัว โดยเล่าว่าเมื่อปีที่ผ่านมา ตนเคยทำงานร่วมกับเพื่อนในแวดวงสื่อ เพื่อผลิตสารคดีเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานที่เขามองว่าดีที่สุดชิ้นหนึ่ง แต่หลังจากผลงานเผยแพร่ เพื่อนสื่อมวลชนรายดังกล่าวกลับเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากโรคที่ควรสามารถรักษาได้ สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของแรงงานสื่อที่แม้ทำหน้าที่เพื่อสังคม แต่กลับอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวอย่างหนักแน่นว่า การดูหมิ่นหรือเหยียบย่ำสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของประชาชน ไม่ว่าผู้กระทำจะมีอำนาจหรือสถานะสูงเพียงใด ล้วนเป็นการดูถูกจิตวิญญาณของประชาธิปไตย และบ่อนทำลายจริยธรรมของวิชาชีพสื่อ

“ไม่ควรมีสื่อมวลชนคนใดถูกด่าว่าเป็น ‘สื่อเฮงซวย’ เพียงเพราะนำเสนอความจริง หรือสะท้อนความทุกข์ร้อนของประชาชน” เขากล่าว

พร้อมย้ำว่า สื่อมวลชนไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง หากความเป็นกลางนั้นหมายถึงการนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรม เพราะบทบาทของสื่อคือการยืนอยู่ข้างผู้ยากไร้ ผู้ถูกกดทับ และผู้ที่ไม่มีเสียงในสังคม

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ทิ้งท้ายว่า การปกป้องเสรีภาพของสื่อ คือหัวใจสำคัญของการสร้างสังคมที่เป็นธรรม และเป็นรากฐานของการพัฒนาระบบสวัสดิการที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คณะก้าวหน้า ประกันสังคม