เปิดดัชนีเศรษฐกิจสงกรานต์ พร้อมกางตัวเลขการเดินทาง 3 ปีย้อนหลัง จากบขส.
เปิดสถิติข้อมูลการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลัง (2567-2569) จาก บขส. สะท้อนภาพเศรษฐกิจไทย เมื่อพฤติกรรมการเดินทางของผู้คนเปลี่ยนทิศจาก “ถนน” มุ่งสู่ “ราง” ขณะที่เม็ดเงินสะพัดในระบบเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ท่ามกลางมรสุมราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กลายเป็นโจทย์ท้าทายบทใหม่ที่ต้องเร่งแก้เกมกำลังซื้อที่หดตัว แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังเป็นความหวังเดียวที่ช่วยประคองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เดินหน้าต่อได้ก็ตาม
การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
สรุปข้อมูลการเดินทางประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จาก บขส. ระหว่างวันที่ 9 – 16 เมษายน 2569 รวม 8 วัน
มีประชาชนเดินทาง (เที่ยวไป – กลับ) จำนวน 977,437 คน
ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 54,411 เที่ยว แบ่งเป็น
- เที่ยวไป จำนวน 513,586 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 27,390 เที่ยว
- เที่ยวกลับ จำนวน 463,851 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 27,021 เที่ยว
หลังจบสงกรานต์ปีนี้ ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 15 เมษายน 2569 สะสม 6 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 07.30 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 15,053,933 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.38 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11-16 เมษายน 2568)
โดยระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 292,507 คน ภาคใต้ (ทางราง) 186,871 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 197,214 คน ภาคเหนือ (ทางอากาศ) 116,289 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 114,767 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,407,371 คน
สำหรับการจราจรเข้า – ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 5,465,964 คัน ลดลงร้อยละ 6.78 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 7,441,851 คัน ลดลงร้อยละ 2.49
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ระบุว่า จากสถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้ อีกทั้งต้องติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาด้วย ซึ่งมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ม.หอการค้าไทยประเมินว่าสงกรานต์ปีนี้จะเงียบเหงากว่าปีก่อน คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบ 129,649 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3.7% ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากน้ำมันแพง
ขณะที่ ททท.ประเมินว่า ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ขณะที่ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8
การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568
สรุปข้อมูลการเดินทางประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 จาก บขส. ระหว่างวันที่ 9 – 16 เมษายน 2568 รวม 8 วันมีประชาชนเดินทาง (เที่ยวไป – กลับ) จำนวน 993,712 คน
ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 55,973 เที่ยว
- เที่ยวไป จำนวน 537,712 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 28,284 เที่ยว
- เที่ยวกลับ จำนวน 456,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 27,689 เที่ยว
สำหรับสงกรานต์ 2568 เป็นช่วงรัฐบาลภายใต้การนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจเดินหน้าผลักดันให้การท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่าง ๆ และมุ่งยกระดับให้ปี 2568 เป็น “ปีทองแห่งการท่องเที่ยวไทย” ที่เดินทางได้ตลอดปี ไม่มีโลว์ซีซั่น เพื่อกระจายรายได้สู่เมืองหลักและเมืองรอง สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อคนให้มากขึ้น
มีการประเมินว่าประเทศไทยจะมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 26,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปี 2567 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 470,000 คน เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน มีทั้งเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย ไต้หวัน ยุโรป และเกาหลีใต้ เป็นต้น
ขณะเดียวกันกระแสบนโซเชียลมีเดีย มีการพูดถึงเทศกาลสงกรานต์กว่า 219,000 ข้อความ มี Engagement รวมกว่า 106 ล้านครั้ง
จากภาพรวมที่ดีขึ้นนี้ ทำให้ในสัปดาห์เทศกาลสงกรานต์ (6-12 เม.ย. 68) ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศรวมทั้งสิ้น 666,180 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 64,564 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 10.73 เฉลี่ยวันละประมาณ 95,169 คน
โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ มาเลเซีย 102,106 คน, จีน 82,274 คน, อินเดีย 55,158 คน, รัสเซีย 40,283 คน และสหราชอาณาจักร (UK) 32,119 คน
การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567
ข้อมูลการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 จาก บขส. ระหว่างวันที่ 9 – 17 เมษายน 2567 รวม 9 วัน มีประชาชนเดินทาง (เที่ยวไป-กลับ) จำนวน 1,057,513 คน
ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 64,991 เที่ยว
- เที่ยวไป จำนวน 513,596 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 32,296 เที่ยว
- เที่ยวกลับ จำนวน 543,917 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) จำนวน 32,695 เที่ยว
สำหรับเทศกาลสงกรานต์ 2567 เป็นอีกปีที่คึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น และภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมทุกปี ประกอบกับรัฐบาลโดยความร่วมมือกับทุกภาคส่วนจะจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2024 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567” อย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศยาวต่อเนื่องถึง 21 วัน (วันที่ 1-21 เม.ย. 67)
นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังได้รับการประกาศจากยูเนสโก (UNESCO) เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อย่างหนาแน่น
ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการและผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม ในการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์เล่นน้ำ ของฝาก และของที่ระลึกในสถานที่จัดงาน สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และริมเส้นทางถนนไปจังหวัดต่าง ๆ
โดยคาดว่าจะเกิดการจับจ่ายใช้สอยและสร้างรายได้จำนวนมหาศาล ส่งผลให้ทั้งในสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สนามบิน รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก
สงกรานต์ปี 2567 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบฯจัดงานถึง 104 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ Maha Songkran World Water Festival เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567 พร้อมกำหนดให้มีวันหยุดสงกรานต์ถึง 5 วัน (12-16 เมษายน 2567)
ด้วยหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะสร้างงานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Festival) เชิดชูเอกลักษณ์ความเป็นไทย และผลักดันให้ประเทศไทยติด Top 10 ประเทศสุดยอดเฟสติวัลของโลก (World Event)
ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2567 ททท.ได้ร่วมกับพันธมิตรสื่อมวลชนระดับโลกอย่าง CNN และ BBC ในการนำเสนอคอนเทนต์เทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยผ่านสื่อประชาสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบ
และเผยแพร่โฆษณาผ่าน IQYI ช่องทางสตรีมมิ่งยอดนิยมในตลาดจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และกลุ่มประเทศอาเซียน
รวมถึงเชิญ Celebrity และ Influencer ชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียงเดินทางสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ด้วย
โดยประเมินว่านช่วงวันหยุดยาว 12-16 เมษายน 2567 ที่รัฐบาลจัดกิจกรรมใหญ่ที่บริเวณถนนราชดำเนิน สนามหลวง และพื้นที่อื่น ๆ จะมีตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวไทยรวมไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน สร้างรายได้ราว 5,000 ล้านบาท
แต่หากรวมการจัดงานในหลายจังหวัดที่ทยอยจัดกันตั้งแต่วันที่ 1 จนถึง 21 เมษายน และมีบางจังหวัดที่จัดถึงวันที่ 30 เมษายน มองว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 8-10 ล้านคน ทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว และมีเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 50,000-80,000 ล้านบาท
สงกรานต์ 3 ปี ฝากความหวังไว้ที่ “ต่างชาติ”
ทั้ง 3 ปี จะเห็นได้ว่าแม้กำลังซื้อในประเทศจะส่งสัญญาณชะลอตัว แต่ภาคการท่องเที่ยวจากต่างชาติยังคงเป็น “เครื่องยนต์สำคัญ” ที่ช่วยพยุงสถานการณ์ โดย ททท. ระบุว่าปี 2569 ตลาดต่างชาติยังขยายตัวได้ 4% (ประมาณ 5 แสนคน) สร้างรายได้ 8.1 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ข้อมูล 3 ปียังชี้ชัดว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังปรับตัวเข้าสู่โหมด “ประหยัดจ่าย-ใช้ระบบราง” ซึ่งการลดลงของปริมาณรถบนทางหลวงหลักเกือบ 7% ในปีนี้ ไม่ได้แปลว่าคนเที่ยวลดลงเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันไม่ไหว โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลหลังจากนี้ คือการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและการกระจายรายได้ท่องเที่ยวให้ถึงมือผู้ประกอบการรายย่อย ในวันที่คนไทยเริ่ม “กระเป๋าแฟบ” จากปัจจัยภายนอกที่ยากจะควบคุม