ศบค.พบคลัสเตอร์ใหม่ 2 รพ.ใหญ่ เตือนอย่าชะล่าใจ 2 เคสตายจากโอมิครอน

แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์
แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์

ศบค.พบคลัสเตอร์ใหม่ Health Care Worker กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 2 โรงพยาบาลใหญ่ โรงพยาบาลภูมิพล และโรงพยาบาลธนบุรี เตือนผู้ที่รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รีบไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น หลังยอดฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยังต่ำ บอกอย่าชะล่าใจโอมิครอนไม่รุนแรง หลังพบเสียชีวิตแล้ว 2 คน 

วันที่ 17 มกราคม 2565 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า วันนี้สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ผู้ป่วยรายใหม่ 6,929 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 107,979 ราย หายป่วยแล้ว 58,772 ราย และเสียชีวิตสะสม 240 ราย โดยวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 13 ราย

 

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,331,414 ราย หายป่วยแล้ว 2,227,266 ราย เสียชีวิตสะสม 21,938 ราย

ขณะที่มีผู้มารับวัคซีน วันที่ 16 มกราคม 2565 มีผู้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 14,305 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 28,791 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 129,341 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 16 มกราคม 2565 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 109,542,145 โดส

  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 51,809,191 ราย
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 47,579,865 ราย
  • จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 10,153,089 ราย

10 จังหวัดติดเชื้อดควิดสูงสุด

10 จังหวัดที่ติดเชื้อโควิดสูงสุดวันนี้ อันดับ 1 ยังเป็นกรุงเทพมหานคร 722 ราย ซึ่งลดลงจากวานนี้ รองลงมาเป็น สมุทรปราการ 656 ราย ชลบุรี 454 ราย สัปดาห์นี้ก็มีแนวโน้มลดลง ภูเก็ต 389 ราย นนทบุรี 386 ราย ขอนแก่น 290 ราย อุบลราชธานี 210 ราย ปทุมธานี 199 ราย เชียงใหม่ 193 ราย และนครศรีธรรมราช 182 ราย

“2 จังหวัดหลังนี้ยังเป็นตัวเลขสีแดงที่ยังเพิ่มสูงขึ้น” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว

ส่วนรายงานเรื่องคลัสเตอร์ แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวว่า หลัก ๆ ยังเป็นร้านอาหาร และร้านที่เปิดจำหน่ายเป็นร้านอาหารแต มีลักษณะเป็นกึ่งผับกึ่งสถานบันเทิง ซึ่งมีรายงานจากหลายจังหวัด นอกจากนี้ยังมีคลัสเตอร์จากโรงงาน สถานประกอบการ และตลาดวันนี้มีรายงานของอุดรธานี

ส่วนงานเลี้ยงสังสรรค์ที่พบในวันนี้เป็นงานขึ้นบ้านใหม่ที่อำนาจเจริญ ซึ่งมี 2 งานโดยอีกงานเป็นงานเลี้ยงวันเกิด ส่วนพิธีกรรมทางศาสนาเป็นที่ จ.อุบลราชธานี เป็นงานบุญ ที่ ต.ท่าโพธิ์ศรี และที่ ต.นาเจริญ งานศพมีที่อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และที่ จ.สมุทรปราการ 5 ราย แต่ของคลัสเตอร์สมุทรปราการมีประวัติเดินทางไปร่วมงานศพที่ จ.นราธิวาสด้วย

“จะเห็นลักษณะที่ย้ำเตือนเสมอมาว่าเป็นการติดเชื้อจากการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก และกลับมาสัมผัสคนใกล้ชิด บุคคลในครอบครัวและทำให้เกิดการระบาดเป็นคลัสเตอร์ขึ้น “แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว และว่า

เจอคลัสเตอร์ใหม่ 2 รพ.ใหญ่

สิ่งที่ศบค.เป็นห่วงในวันนี้คือกลุ่ม Health Care Worker หรือกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์วันนี้มีรายงาน 2 คลัสเตอร์ คือที่โรงพยาบาลภูมิพล และโรงพยาบาลธนบุรี

ส่วนผู้เสียชีวิต 13 รายในวันนี้ อยู่ในกรุงเทพมหานคร 1 ราย สมุทรปราการ 1 ราย ภาคอีสานรวม 6 ราย มีที่บุรีรัมย์ 2 ราย ขอนแก่น 1 ราย นครราชสีมา 1 ราย ศรีสะเกษ 1 ราย อุดรธานี 1 ราย ภาคเหนือมีที่เชียงใหม่ 2 ราย เชียงราย 1 ราย ภาคใต้ที่ยะลา 1 ราย และที่ประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย

“อย่างที่เน้นย้ำอยู่เสมอ ผู้เสียชีวิต 13 รายในวันนี้ 100% เป็นผู้มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ตัวเลขอายุอยู่ที่ 69-92 ปี ทุกคนมีวันนอนในโรงพยาบาลเฉลี่ยเกิน 7 วัน และมีผู้เสียชีวิตหลังนอนโรงพยาบาลสูงสุดถึง 35 วัน และทั้งหมดที่เสียชีวิตเป็นการสัมผัสจากคนในครอบครับ คนใกล้ชิด และคนรู้จัก” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว

สำหรับวันนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 คนแรกจากการติดเชื้อของสายพันธุ์โอมิครอนของประเทศไทย โดยคนแรกเป็นหญิงอายุ 86 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นผู้ป่วยติดเตียงและเป็นอัลไซเมอร์ ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม โดยมีประวัติเสี่ยงติดจากหลานชายที่เดินทางกลับมาจากภูเก็ต เป็นผู้ป่วยยืนยัน COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron)

ส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.กุดจับ จังหวัดอุดรธานี เพศหญิงอายุ 84 ปี เป็นผู้ป่วยมะเร็งที่ปอดระยะสุดท้าย รักษาแบบประคับประคอง ไม่มีประวัติการได้รับวัคซีน มีประวัติการติดเชื้อจากลูกชายที่ผลตรวจเป็นผลบวก

“ทั้ง 2 ท่านที่เสียชีวิตจากโอมิครอนมีปัจจัยร่วมที่ชัดเจน คือเป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ส่วนการฉีดวัคซีนรายแรกมีการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม แต่เข็มที่ 2 ฉีดระยะเวลาเกิน 4 เดือน ส่วนอีกรายไม่มีประวัติการได้รับวัคซีน และสิ่งสำคัญมีการสัมผัสกับคนใกล้ชิดในครอบครัวที่เป็นผู้เสี่ยง ซึ่งทั้ง 2 คนไม่ได้มีประวัติเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว



แพทย์หญิงอภิสมัยยังกล่าวอีกว่า ช่วงนี้กระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำเรื่องการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ซึ่งตัวเลขล่าสุดการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยังอยู่แค่ 14.1% ของจำนวนประชากรเท่านั้น ถือว่ายังน้อยมาก และโดยเฉพาะ ในกลุ่มผู้สูงอายุการฉีดเข็ม 3 ฉีดไปได้เพียง 13% เท่านั้น ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรังอยู่ที่ 16.1% ดังนั้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในเดือนมกราคม 2565 นี้ ขอให้ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว ให้รีบไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม 3 โดยด่วน

“อย่างที่เห็น หลายคนชะล่าใจว่าโอมิครอนไม่รุนแรง แต่ถ้าไปติดในผู้ป่วยเปราะบางก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยสูตรการฉีดสามารถศึกษาได้จากสูตรของกระทรวงสาธารณสุขที่ประกาศออกมา ซึ่งถือว่ามีงานวิจัยรองรับ มีความปลอดภัย และสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ 90-100% ในการป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวย้ำ

 

ทั้งนี้สำหรับประชาชนที่อยุ่ในกรุงเทพมหานครสามารถลงทะเบียนผ่านแอป QUEQ ได้ ซึ่งจะมีรายละเอียดของสถานที่ที่ให้บริการ หรือติดต่อที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งในแต่ละวันมีการฉีดวัคซีนกว่า 50,000-60,000 โดส รวมถึงขอความร่วมมือเข้าไปการโหลดข้อมูลในแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมด้วย ซึ่งปัจจุบันชายไทยและชาวต่างชาติรวมถึงแรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมที่เป็น Digital Health Pas ได้แล้ว ซึ่งจะมีการบันทึกข้อมูลว่าท่านได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม1-3 เรียบร้อย และนอกจากการฉีดวัคซีนแล้วก็ยังคงต้องเน้นในเรื่องของมาตรการส่วนบุคคล การเว้นระยะห่าง ล้างมือ รวมถึงการตรวจด้วย ATK

“ขอให้คิดเสมอว่าคนรอบข้างมีความเสี่ยงที่อาจจะเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ทำอาชีพเสี่ยง หรือไปสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อ ต่อให้คนคนนั้นเป็นคนที่ท่านรู้จัก เป็นคนในครอบครัว เป็นเพื่อนร่วมงานที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน รวมถึงไม่รับประทานอาหารร่วมกันในที่ทำงาน เป็นต้น ให้คิดเป็นลักษณะเดียวกันคือ Universal Prevention เป็นการเฝ้าระวังตัวอย่างครอบจักรวาล ให้ปลอดภัยไว้ก่อน”

และเมื่อตรวจพบการติดเชื้อก็ไม่ต้องตกใจ ขอให้มีสติ สามารถเข้ารับบริการการักษาได้ โดยตอนนี้ กทม. เปิดสายด่วน โควิดรับผู้ป่วยเข้ารักษาทั้ง 50 เขต ซึ่งตอนนี้มีความพร้อม เชื่อว่าเราจะสามารถควบคุมตัวเลขได้ แม้ว่าใกล้ ๆ นี้จะมีเทศกาลตรุษจีนก็ตาม เชื่อว่าเราจะผ่านไปได้ด้วยกันด้วยมาตรการที่เข้มงวดเหล่านี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ