ชัชชาติ วอนประชาชนฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ใส่หน้ากากอนามัย รับโควิดระลอกใหม่

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชวนทุกคนใส่หน้ากากอนามัย ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อคนที่เรารัก มอบหมายทุกเขตเตรียมพร้อมเปิดศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิดในชุมชน (Community Isolation)

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการการเตรียมพร้อมของกรุงเทพมหานคร

ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช กล่าวว่า ในขณะนี้ยอดผู้ป่วยโควิดติดเชื้อใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีประมาณวันละ 2,000 คน จำนวนเตียงและยาสามารถรองรับสถานการณ์ได้ สำหรับจำนวนนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด ยังอยู่ในภาวะที่โรงเรียนสามารถทำการเรียนการสอนแบบปกติได้อยู่

โดยผู้ป่วยในระดับเด็กเล็กและระดับปฐมศึกษายังมีจำนวนน้อย แต่ได้ให้โรงเรียนเตรียมพร้อมมาตรการไว้หมดแล้ว รวมถึงเตรียมพร้อมหากต้องมีการเรียนออนไลน์ ทั้งจัดทำชุดการบ้าน แบบฝึกหัดเพื่อจัดส่งให้นักเรียนถึงที่บ้าน หากพบคลัสเตอร์กลุ่มเล็กอาจจะงดการเรียนเฉพาะกลุ่มหรืออาจจะสลับวันเรียนได้ ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา

รวมถึงขณะนี้ให้สถานศึกษางดกิจกรรมกลุ่มใหญ่ทั้งหมด จะทำได้เฉพาะกิจกรรมกลุ่มเล็กและจัดในที่โล่งเท่านั้น ระบบการสื่อสารระหว่างครู ผู้ปกครอง บ้านและโรงเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และได้เตรียมไปถึงการจัดทำSchool Isolation กรณีที่มีนักเรียนติดเชื้อจำนวนมากและไม่มีอาการป่วย

กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมศักยภาพสถานพยาบาลในสังกัดเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจจะเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งใน 2-3 วันข้างหน้า โดยเตรียมพร้อมทั้งระบบรับ-ส่งผู้ป่วยผ่านสายด่วนศูนย์เอราวัณ 1669 การสำรองยา การเตรียมเตียง โดยในพื้นที่ส่วนกลางขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นทำให้โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลตากสินมีอัตราครองเตียงของผู้ป่วยหนาแน่น ดังนั้นผู้ป่วยที่อาศัยในพื้นที่ส่วนกลางของกรุงเทพมหานครจะถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาบในสังกัดกรุงเทพมหานครรอบนอก ซึ่งพร้อมในการดูแลต่อไป

กรณีที่ประชาชนตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อ หรือสงสัยว่าจะติดเชื้อให้ไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่หรือคลินิกอบอุ่นใกล้บ้าน เพื่อรับยาตามอาการ และกลับไปดูแลตัวเองที่บ้าน แต่กรณีชุมชนแออัดเกรงว่าจะนำไปติดที่บ้านก็ต้องเตรียมพร้อม Community Isolation ซึ่งได้มอบหมายให้เขตต้องเตรียมพร้อมเปิดใช้งาน และเมื่ออาการหนัก ก็ให้โทรประสานสายด่วน 1669 เพื่อประเมินและนำส่งรพ.ให้ ปัจจุบันอัตราการรอสาย 1669 อยู่ที่ 10 วินาทีต่อการรอสาย อาจจะมากกว่านี้แต่ขอให้ประชาชนอดทนรอ จะมีเจ้าหน้าที่รับสายแน่นอน จะเพิ่มเจ้าหน้าที่รับสายให้มากขึ้น หากเกิดการโทรเข้าระบบมากขึ้น

“ทุกโรงพยาบาลมีปริมาณยาเพียงพอ แต่ต้องบริหารจัดการเตรียมพร้อมยาให้มากกว่าปกติตามปริมาณการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย จะเป็นการเอายามารอผู้ป่วย ไม่ใช่ผู้ป่วยต้องมารอยา กรุงเทพมหานครต้องบริหารจัดการฉากทัศน์เหล่านี้ให้เสร็จ เป็นเรื่องของการบริหารจัดการยาก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ามา ขณะนี้กรุงเทพมหานครพร้อมแล้วสำหรับจำนวนผู้ป่วยล่วงหน้า 3-5 วันแน่นอน ที่สำคัญใครที่ฉีดเข็มสุดท้าย 4 เดือนไปแล้วให้มาฉีดเข็มกระตุ้นเพื่อลดความรุนแรงของโรค” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว

Advertisement

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ในขณะนี้ น่าเป็นห่วง กลุ่ม608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ คนท้อง และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค ซึ่งเมื่อติดแล้วอาการจะมีมากกว่าคนปกติ รวมถึงสถานการณ์ขณะนี้หากเด็กหรือคนทำงานติดเชื้อมักจะเอาเชื้อไปให้ผู้สูงอายุที่บ้าน ทำให้อัตราการครองเตียงมากขึ้น จึงได้มอบนโยบายให้เร่งดำเนินการ ดังนี้

1.พิจารณาการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิดในชุมชน (Community Isolation) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนแออัด ซึ่งได้มอบรองผู้ว่าฯทวิดา เตรียมพร้อมในแต่ละเขตแล้ว โดยก่อนหน้านี้ใช้พื้นที่โรงเรียนแต่ขณะนี้โรงเรียนเปิดเทอมแล้วคงต้องหาพื้นที่ใหม่ต่อไป

2.การเตรียมพร้อมเรื่องยา ซึ่งได้ประสานกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)อย่างใกล้ชิด และประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ทั้งนี้ยาโมลนูพิราเวียร์สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิดยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย. ดังนั้นกรุงเทพมหานครยังไม่สามารถจัดซื้อได้ ต้องประสานผ่านทางกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น หากขึ้นทะเบียนแล้วกรุงเทพมหานครจะจัดซื้อเอง

3.อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งได้ประสานศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด หรือศบค.ใหญ่ อย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมศูนย์เอราวัณซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครได้บริหารจัดการ 100 % เนื่องจากส่วนกลางได้ถอนตัวออกแล้ว

4.เตือนประชาชนกลุ่ม 608 ฉีดเข็มกระตุ้นให้ได้มากที่สุด โดยประชาชนกลุ่ม 608 ในพื้นที่กทม.ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไปแล้วกว่า 50 % ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของประเทศ ถึงแม้วัคซีนไม่ช่วยเรื่องการติดเชื้อแต่จะสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ รวมถึงการใส่หน้ากากทั้งใน-นอกอาคาร ก็จะช่วยเรื่องการติดเชื้อได้เช่นกัน ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของกทม. ซึ่งกิจกรรมจะยังดำเนินอยู่แต่ขอความร่วมมือให้ประชาชนที่มาร่วมงานใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงเมื่อโดยสารรถสาธารณะ และเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม

“ขอความร่วมมือทุกคน ไม่ได้เพื่อตนเอง แต่เพื่อคนที่เรารัก ทำทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน ทั้งใส่หน้ากากและฉีดวัคซีน ที่เหลือกทม.จะดูแลให้” นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์กล่าว