เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
Politics เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
Economic ‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
รถอีวี Ferrari Luce ลูกค้าจีน ซื้อหมดเกลี้ยง
Automotive รถอีวี Ferrari Luce ลูกค้าจีน ซื้อหมดเกลี้ยง
ผู้ชนะ ฟุตบอลโลกนอกสนาม
สามัญสำนึก ผู้ชนะ ฟุตบอลโลกนอกสนาม
พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนตก 60 – 80%
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนตก 60 – 80%
“ยางพารา” ลุ้นแตะ 100 บาท พิษสงคราม-EV ดันราคาพุ่ง
เศรษฐกิจภูมิภาค “ยางพารา” ลุ้นแตะ 100 บาท พิษสงคราม-EV ดันราคาพุ่ง
ส่องหุ้นรับประโยชน์ กนง.ตรึงดอกเบี้ยยุติวัฏจักรขาลง
Finance ส่องหุ้นรับประโยชน์ กนง.ตรึงดอกเบี้ยยุติวัฏจักรขาลง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

ชัชชาติ วอนประชาชนฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ใส่หน้ากากอนามัย รับโควิดระลอกใหม่

08 ก.ค. 2565 | 21:23น.

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชวนทุกคนใส่หน้ากากอนามัย ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อคนที่เรารัก มอบหมายทุกเขตเตรียมพร้อมเปิดศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิดในชุมชน (Community Isolation)

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการการเตรียมพร้อมของกรุงเทพมหานคร

ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช กล่าวว่า ในขณะนี้ยอดผู้ป่วยโควิดติดเชื้อใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีประมาณวันละ 2,000 คน จำนวนเตียงและยาสามารถรองรับสถานการณ์ได้ สำหรับจำนวนนักเรียนที่ติดเชื้อโควิด ยังอยู่ในภาวะที่โรงเรียนสามารถทำการเรียนการสอนแบบปกติได้อยู่

โดยผู้ป่วยในระดับเด็กเล็กและระดับปฐมศึกษายังมีจำนวนน้อย แต่ได้ให้โรงเรียนเตรียมพร้อมมาตรการไว้หมดแล้ว รวมถึงเตรียมพร้อมหากต้องมีการเรียนออนไลน์ ทั้งจัดทำชุดการบ้าน แบบฝึกหัดเพื่อจัดส่งให้นักเรียนถึงที่บ้าน หากพบคลัสเตอร์กลุ่มเล็กอาจจะงดการเรียนเฉพาะกลุ่มหรืออาจจะสลับวันเรียนได้ ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา

รวมถึงขณะนี้ให้สถานศึกษางดกิจกรรมกลุ่มใหญ่ทั้งหมด จะทำได้เฉพาะกิจกรรมกลุ่มเล็กและจัดในที่โล่งเท่านั้น ระบบการสื่อสารระหว่างครู ผู้ปกครอง บ้านและโรงเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และได้เตรียมไปถึงการจัดทำSchool Isolation กรณีที่มีนักเรียนติดเชื้อจำนวนมากและไม่มีอาการป่วย

กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมศักยภาพสถานพยาบาลในสังกัดเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจจะเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งใน 2-3 วันข้างหน้า โดยเตรียมพร้อมทั้งระบบรับ-ส่งผู้ป่วยผ่านสายด่วนศูนย์เอราวัณ 1669 การสำรองยา การเตรียมเตียง โดยในพื้นที่ส่วนกลางขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นทำให้โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลตากสินมีอัตราครองเตียงของผู้ป่วยหนาแน่น ดังนั้นผู้ป่วยที่อาศัยในพื้นที่ส่วนกลางของกรุงเทพมหานครจะถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาบในสังกัดกรุงเทพมหานครรอบนอก ซึ่งพร้อมในการดูแลต่อไป

กรณีที่ประชาชนตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อ หรือสงสัยว่าจะติดเชื้อให้ไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่หรือคลินิกอบอุ่นใกล้บ้าน เพื่อรับยาตามอาการ และกลับไปดูแลตัวเองที่บ้าน แต่กรณีชุมชนแออัดเกรงว่าจะนำไปติดที่บ้านก็ต้องเตรียมพร้อม Community Isolation ซึ่งได้มอบหมายให้เขตต้องเตรียมพร้อมเปิดใช้งาน และเมื่ออาการหนัก ก็ให้โทรประสานสายด่วน 1669 เพื่อประเมินและนำส่งรพ.ให้ ปัจจุบันอัตราการรอสาย 1669 อยู่ที่ 10 วินาทีต่อการรอสาย อาจจะมากกว่านี้แต่ขอให้ประชาชนอดทนรอ จะมีเจ้าหน้าที่รับสายแน่นอน จะเพิ่มเจ้าหน้าที่รับสายให้มากขึ้น หากเกิดการโทรเข้าระบบมากขึ้น

“ทุกโรงพยาบาลมีปริมาณยาเพียงพอ แต่ต้องบริหารจัดการเตรียมพร้อมยาให้มากกว่าปกติตามปริมาณการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย จะเป็นการเอายามารอผู้ป่วย ไม่ใช่ผู้ป่วยต้องมารอยา กรุงเทพมหานครต้องบริหารจัดการฉากทัศน์เหล่านี้ให้เสร็จ เป็นเรื่องของการบริหารจัดการยาก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ามา ขณะนี้กรุงเทพมหานครพร้อมแล้วสำหรับจำนวนผู้ป่วยล่วงหน้า 3-5 วันแน่นอน ที่สำคัญใครที่ฉีดเข็มสุดท้าย 4 เดือนไปแล้วให้มาฉีดเข็มกระตุ้นเพื่อลดความรุนแรงของโรค” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ในขณะนี้ น่าเป็นห่วง กลุ่ม608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ คนท้อง และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค ซึ่งเมื่อติดแล้วอาการจะมีมากกว่าคนปกติ รวมถึงสถานการณ์ขณะนี้หากเด็กหรือคนทำงานติดเชื้อมักจะเอาเชื้อไปให้ผู้สูงอายุที่บ้าน ทำให้อัตราการครองเตียงมากขึ้น จึงได้มอบนโยบายให้เร่งดำเนินการ ดังนี้

1.พิจารณาการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิดในชุมชน (Community Isolation) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนแออัด ซึ่งได้มอบรองผู้ว่าฯทวิดา เตรียมพร้อมในแต่ละเขตแล้ว โดยก่อนหน้านี้ใช้พื้นที่โรงเรียนแต่ขณะนี้โรงเรียนเปิดเทอมแล้วคงต้องหาพื้นที่ใหม่ต่อไป

2.การเตรียมพร้อมเรื่องยา ซึ่งได้ประสานกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)อย่างใกล้ชิด และประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ทั้งนี้ยาโมลนูพิราเวียร์สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิดยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย. ดังนั้นกรุงเทพมหานครยังไม่สามารถจัดซื้อได้ ต้องประสานผ่านทางกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น หากขึ้นทะเบียนแล้วกรุงเทพมหานครจะจัดซื้อเอง

3.อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งได้ประสานศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด หรือศบค.ใหญ่ อย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมศูนย์เอราวัณซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครได้บริหารจัดการ 100 % เนื่องจากส่วนกลางได้ถอนตัวออกแล้ว

4.เตือนประชาชนกลุ่ม 608 ฉีดเข็มกระตุ้นให้ได้มากที่สุด โดยประชาชนกลุ่ม 608 ในพื้นที่กทม.ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไปแล้วกว่า 50 % ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของประเทศ ถึงแม้วัคซีนไม่ช่วยเรื่องการติดเชื้อแต่จะสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ รวมถึงการใส่หน้ากากทั้งใน-นอกอาคาร ก็จะช่วยเรื่องการติดเชื้อได้เช่นกัน ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้มีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของกทม. ซึ่งกิจกรรมจะยังดำเนินอยู่แต่ขอความร่วมมือให้ประชาชนที่มาร่วมงานใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมถึงเมื่อโดยสารรถสาธารณะ และเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม

“ขอความร่วมมือทุกคน ไม่ได้เพื่อตนเอง แต่เพื่อคนที่เรารัก ทำทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน ทั้งใส่หน้ากากและฉีดวัคซีน ที่เหลือกทม.จะดูแลให้” นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์กล่าว