#ไฟไหม้ผับชลบุรี เมาน์เทน บี เสียชีวิต 21 ราย บาดเจ็บหลายสิบ อัพเดต !

#ไฟไหม้ผับชลบุรี เสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บหลายสิบ อัพเดต !
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 27 สิงหาคม 2565

อัพเดตสถานการณ์ที่นี่ ! #ไฟไหม้ผับดังชลบุรี เสียชีวิตแล้ว 21 ราย บาดเจ็บหลายสิบราย 

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วง 01.00 น. ตำรวจ สภ.พลูตาหลวง พร้อมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน และกู้ภัย เข้าตรวจสอบและระงับเหตุเพลิงไหม้ผับ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดที่เมาน์เทน บี ผับ (MOUNTAIN B) ริมถนนสายสุขุมวิทบางนา-ตราด ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว เนื้อที่กว่า 3 ไร่ พบเพลิงกำลังลุกไหม้ภายในตัวอาคารอย่างรุนแรง นักท่องเที่ยววิ่งหนีตายออกนอกตัวอาคารหลาย 10 คน บางรายอยู่ในสภาพถูกไฟคลอกทั้งตัว นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่ต้องรีบช่วยปฐมพยาบาล แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาล

การควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากภายในอาคารมีวัตถุติดไฟได้ง่าย โดยเฉพาะน้ำยาโฟมซับเสียง เพลิงจึงลามไปทั่วตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ พร้อมกันคนออกนอกพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดการทรุดตัวของอาคาร

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้ พยานให้การเบื้องต้นว่าก่อนเกิดเปลวเพลิง มีเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง ข้างเวทีบูท ดีเจ. ก่อนจะเกิดประกายไฟไปติดกับชนวนโฟมซับเสียง จนเกิดลุกลามไปทั่วตัวอาคารอย่างรวดเร็ว

สรุปบาดเจ็บ-เสียชีวิต

ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 21 ราย จำแนกเป็น เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 13 ราย เสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 8 ราย บาดเจ็บ 42 ราย รวมเป็น 55 ราย

  1. นายวรากุล จำรัส อายุ 32 ปี
  2. นายสมรัฐ หินเธาร์ อายุ 31 ปี
  3. นายกรวิทย์ เม็งคำมี อายุ 17 ปี
  4. นายสุรกานต์ เรืองฤทธิ์ อายุ 35 ปี
  5. นางสาวณัฐธิดา ม่วงธิมา อายุ 28 ปี
  6. นายเจษฏาพร ปิ่นอนงค์ อายุ 20 ปี
  7. นายวิริยะ แต่งสง่า อายุ 31 ปี
  8. นางสาวพรหมพร พูลสวัสดิ์ อายุ 18 ปี
  9. นางสาววาทินี หุยทุมาล อายุ 19 ปี
  10. นายรังสิมันต์ วนิชโรจนาการ อายุ 30 ปี
  11. นายฉัตรชัย ชื่นค้า อายุ 30 ปี (นักร้องนำ)
  12. นายณัฐกร มีชำนาญ อายุ 49 ปี
  13. นางสาวสวิตตา จันทา อายุ 39 ปี
  14. นายสุเทพ มงคลแก้ว อายุ 33 ปี
  15. นายธนกฤต นีน้อย อายุ 36 ปี
  16. นายสิทธิชัย อุ้ยเลิศ อายุ 23 ปี
  17. น.ท.ผลิตเดช ชุ่มเงิน อายุ 40 ปี
  18. น.ส.ศิริวรรณ วงศ์สุข อายุ 17 ปี
  19. น.ส.อาทิตยา อินศิริ อายุ 23 ปี
  20. นายปพน หรือแอ๊ต บวรสุวรรณ อายุ 50 ปี
  21. นายณภัทร ฟุ้งธรรมสาร อายุ 28 ปี

ทางสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี สรุปตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 19 ราย (ใส่ท่อช่วยหายใจ 7 ราย) ดังนี้

  1. รพ. ชลบุรี 1 ราย (ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย)
  2. รพ.สมเด็จฯ ณ ศรีราชา 2 ราย
  3. รพ. แหลมฉบัง 1 ราย
  4. รพ. ม. บูรพา 1 ราย
  5. รพ. ระยอง 1 ราย( ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย)
  6. รพ. รามา 1 ราย (ใส่ท่อช่วยหายใจ1 ราย)
  7. รพ. พระมงกุฏ 1 ราย (ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย)
  8. รพ. พระปิ่นเกล้า 2 ราย (ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย)
  9. รพ. นพรัตน์ 3 ราย (ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย)
  10. รพ. เลิดสิน 1 ราย
  11. รพ. เจริญกรุง 1 ราย
  12. รพ. สมิติเวช ศรีนครินทร์ 1 ราย
  13. รพ. จุฬา 1 ราย (ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย)
  14. รพ. ภูมิพล 1 ราย
  15. รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย

เงินช่วยเหลือ

ด้านนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี (ปภ.) ตั้งศูนย์บัญชาการที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงถือว่าเป็นอุบัติภัย

ทั้งนี้ ตามกฎของกระทรวงจะมีงบฯช่วยเหลือเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บรายละ 4,000 บาท บาดเจ็บจนพิการรายละ 13,300 บาท และผู้เสียชีวิตรายละ 29,700 บาท หากผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำครอบครัว จะได้คูณ 2 จากตัวเลข 29,700 บาท นอกจากนี้ ยังมีงบฯของอำเภอ และเทศบาลในพื้นที่ในการเยียวยาในครั้งนี้ด้วย

นักร้องนำมาแทนเพื่อน

นางเปรมใจ แซ่อึ้ง มารดาของนายฉัตรชัย ชื่นค้า อายุ 30 ปี นักร้องนำที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เผยว่า เป็นคราวเคราะห์ของลูกชายที่ต้องมาตายแทนเพื่อน ปกติลูกชายจะรับงานร้องเพลงกับเพื่อนตามร้านอาหารที่เป็นสถานที่เปิด ไม่ค่อยร้องในผับ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รับงานแทนเพื่อน แล้วมาร้องในผับเป็นสถานที่ปิด โดยขับรถมาจาก อ.เนินพระ จ.ระยอง

Advertisement

ผับใหม่เพิ่งเปิด

ส่วนผับที่เกิดเหตุเป็นผับเปิดใหม่ เพิ่งเปิดได้เพียงเดือนเศษ ๆ และเป็นแหล่งสถานบันเทิงที่กลุ่มวัยรุ่นสัตหีบกำลังให้ความนิยมเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่นักเที่ยวกำลังสนุกกับเสียงเพลง จนไม่มีใครได้ทันตั้งตัว พอเห็นแสงไฟต่างพากันหนีตายเหยียบกันแบบทุลักทุเล จนมีคนตายจำนวนมาก และถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงครั้งแรกของเมืองสัตหีบอีกด้วย

นักดนตรีเผยทางเข้าออกแคบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nui Voice Raphon ซึ่งเป็นนักดนตรีที่เล่นประจำในร้านดังกล่าว เผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ผมเป็น 1 วงที่เล่นประจำอยู่ร้านเมาน์เทนวันจันทร์ สิ่งที่น่ากลัวและคิดอยู่เสมอคือทางเข้าออกมันแคบมาก เพราะมีบูทของซาวนด์กั้นตรงกลางทางออก และทางเข้าออกของลูกค้ามีทางเดียว และ 2 ชั้น

ให้นึกถึงประตูผลักตามคอนโดฯอ่ะ 2 ชั้น (ด้านนอก 1 ผลัก ด้านใน 1 ผลัก) และสิ่งที่บุไว้ด้านบนเพื่อซับเสียง นั่นคือเชื้อเพลิงชั้นดี ที่ผมระแวงตลอด ปกติเวลาวงผมไปถึงจะมีสมาชิกวงเดินไปตามการ์ดที่หน้าร้านมาเปิดประตูด้านหลังร้านเพื่อเข้าไปถึงทางขึ้นเวทีเลย (ไม่ต้องเดินถือของเบียดลูกค้าเข้าไป) เมื่อเข้าไปการ์ดจะล็อกด้วยแม่กุญแจทันทีจะไม่มีใครสามารถเข้าออกได้

นอกจากจะตามคนดูแลมาไขแม่กุญแจเพื่อเปิดเท่านั้น ซึ่งเวทีกับประตูทางออกไกลกันพอสมควร (ถ้าจะออกคือต้องเบียดลูกค้าออกเท่านั้น) และแน่นอน เมื่อเกิดเพลิงไหม้ และมีหลังคาซับเสียงเป็นเชื้อเพลิงทำให้มันเกิดขึ้นเร็วมาก

บวกกับลูกค้าเต็มร้าน แถมเมา ใครวิ่งทันก็ทัน ใครไม่ทันก็กองอยู่หน้าประตู มันจึงกลายเป็นไปปิดทางออก (ให้นึกถึงซานติก้า) เพื่อน ๆ นักดนตรีที่อยู่ท้ายแถวเลยต้องเผชิญกับกองเพลิง สละเครื่องดนตรีทุกอย่างแล้ว แต่ก็ออกมาไม่ทัน

กูสงสารพวกมึงมากน้องเอ๊ย บางคนทรมาน อาการไม่ดีเลย หดหู่มาก ขอให้ปลอดภัยนะ กูเป็นห่วงจากใจจริง ขอให้พระคุ้มครอง ปาฏิหาริย์จงเกิดด้วยเถิด

ปมใบอนุญาต

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมการปกครอง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า

“การดำเนินการไม่น่าจะถูกต้อง เพราะไม่ได้รับอนุญาต ฉะนั้น จะต้องไปตรวจสอบอีกครั้งว่าใครรับผิดชอบอะไร อย่างไร เนื่องจากอยู่ในพื้นที่โซนนิ่งไม่ให้มีสถานบันเทิง รวมไปถึงสถานประกอบการดังกล่าวก็ไม่ได้มีการขออนุญาต และยังไม่นับว่า ในการขออนุญาตท้องถิ่นนั้นถูกต้องหรือไม่ อย่างไร

ทั้งในเรื่องรูปแบบของอาคาร เพราะอาคารที่ให้บริการประเภทนี้ วัสดุมีการกำหนด กระทั่งวัสดุการก่อสร้าง ว่าต้องเป็นวัสดุประเภทใด ระบบควบคุมอาคาร รวมไปถึงช่องทางการหนีไฟ และมีรายละเอียดอีกมาก โดยขอให้ไปดูว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ”

ด้านนายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเวร ตำรวจภูธรภาค 2 และเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร มทบ.14 ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอาคาร โดยพบว่าเพลิงสงบแล้ว เพียงแต่ตัวอาคารอาจมีการทรุดตัวลงได้จึงได้กันพื้นที่ไว้โดยรอบ

นายณรงค์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าอาคารดังกล่าวมีการขออนุญาตก่อสร้างอาคารถูกต้อง โดยมีใบในลักษณะเป็นร้านอาหารถูกต้อง อยู่ในพื้นที่ประมาณ 1 งานเศษ หลังเกิดเหตุ ตนจะออกคำสั่งปิดการใช้ พร้อมปิดกั้นบริเวณโดยรอบ เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย ส่วนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจะเยียวยาต่อไป

ย้ายด่วน ! นายอำเภอสัตหีบ

วันเดียวกัน นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในคำสั่งกรมการปกครอง ที่ 1441/2565 เรื่องให้ข้าราชการช่วยราชการ

ความว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ให้ว่าที่พันตรีชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน ตำแหน่งนายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ช่วยราชการที่กรมการปกครอง โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยการปกครอง เป็นการประจำ ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. 65 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

 

เซ็นแล้วเด้ง “ผกก.ยันสารวัตร” 5 เสือพลูตาหลวง

วันเดียวกัน ข่าวสด รายงาน พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เซ็นหนังสือคำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีที่ 313/2565 ระบุ ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีที่ 312/2565 ลงวันที่ 5 ส.ค. 2565 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุว่า

เพื่อให้การปฏิบัติราชการของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง, พ.ต.ท.สมศักดิ์ รู้ยิ่ง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ต่อวงศ์ ศักดิ์กุลวงศ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.สมญา ชูสุขพลเยี่ยม สวป. และ พ.ต.ต.ยุทธนา สงกระสันต์ สว.สส.ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.จว.ชลบุรี โดยขาดจากตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ตัวแทนผับโผล่ แจงปมล็อกประตูด้านหลัง-การขอใบอนุญาตเปิดสถานบริการ

น.ส.สุวดี ตัวแทนเจ้าของร้านเมาน์เทน บี (Mountain B) เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เผยว่า ตั้งใจมาดูที่เกิดเหตุเพื่อที่จะพบกับญาติผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตามคำสั่งของคุณเฟิร์น เจ้าของร้าน ซึ่งไม่สามารถมาด้วยตัวเองได้ เนื่องจากคุณเฟิร์นและแฟนหนุ่มกำลังให้ปากคำตำรวจอยู่ที่ สภ.พลูตาหลวง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุจนถึงเวลานี้สภาพจิตใจย่ำแย่ และมีอาการเครียดมาก จึงมอบหมายให้ตนเป็นคนติดต่อประสานญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

น.ส.สุวดีกล่าวต่อว่า ประเด็นเรื่องประตู ยืนยันว่าทั้ง 3 ประตู สามารถเข้าออกได้ทุกประตู สำหรับกรณีที่หลายคนสงสัยว่าทำไมประตูด้านหลัง หรือประตูหนีไฟไม่สามารถเปิดได้ อยากชี้แจงว่าจุดที่เกิดประกายไฟคือด้านซ้ายของเวทีซึ่งตรงกับจุดที่เป็นประตูหนีไฟพอดี เชื่อว่าตอนเกิดเหตุไม่มีใครวิ่งเข้าหาไฟ เป็นเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงวิ่งกรูกันออกไปที่ประตูด้านหน้า ยืนยันว่าภายในร้านมีถังดับเพลิงทั้งหมด 6 ถัง สามารถใช้การได้ทุกถัง ช่วงเวลาเกิดเหตุได้สอบถามพนักงาน ทุกคนก็นำถังดับเพลิงทั้งหมดออกมาใช้ ประเด็นเรื่องการล็อกประตูด้านหลังผับ ยืนยันว่าก่อนหน้านี้เปิดอยู่ แต่ไม่ทราบว่ามีการล็อกได้อย่างไร

ส่วนเรื่องการขอใบอนุญาตเปิดสถานบริการจะถูกต้องหรือไม่ ไม่ทราบเพราะเป็นการขอโดยเจ้าของร้าน

เรียกเจ้าของผับสอบแล้ว พบตอนเกิดเหตุอยู่ในร้าน

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2565 ข่าวสด รายงานว่า พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสะอาด รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เผยว่า จากการสอบสวนพบว่าผับเมาน์เทน บี ที่ถูกไฟไหม้ ทางเจ้าของเป็นชายหญิงดำเนินการ ไม่ใช่ในรูปแบบบริษัทหรือหุ้นส่วนแต่อย่างใด โดยวันเกิดเหตุทางเจ้าของร้านก็อยู่ขณะเกิดไฟลุกด้วย และได้หนีออกมาได้ทัน

ทั้งนี้ ตำรวจได้เรียกตัวเจ้าของมาสอบปากคำแล้ว เบื้องต้นเจ้าตัวอยู่ในอาการสะเทือนใจ และให้การตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในรูปคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะรอผลตรวจจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน โดยจะต้องตรวจซ้ำอีกรอบ โดยจากนี้ทางผู้เสียหาย และครอบครัวผู้เสียชีวิต ก็จะเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อเจ้าของสถานบริการด้วย

เบื้องต้นตำรวจจะแจ้งข้อหาแก่เจ้าของในความผิดก่อสร้างผิดแบบ ส่วนข้อหาอื่น ๆ นั้น จะต้องรอผลพยานหลักฐานมาประกอบสำนวนคดี ซึ่งก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป

คุมตัวเสี่ยบีส่งศาลพัทยา

วันที่ 8 สิงหาคม 2565 มติชน รายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ตำรวจ สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้คุมตัวนายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือเสี่ยบี อายุ 27 ปี เจ้าของผับเมาน์เทน บี ไปฝากขังศาลพัทยา ตามหมายเลขคดีที่ 355/2565 โดยกล่าวหาว่า 1.ประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ 2.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยสั่งค้านประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีอาญา

ขณะนั่งอยู่บนรถขนผู้ต้องหา เสี่ยบีได้กล่าวขอโทษกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรับปากจะเยียวยาทุกคนอย่างเต็มที่

มีรายงานว่า นายอนุชา วงศ์ศรีรัตน์ ทนายความส่วนตัว ได้มีการเตรียมเงินสดและหลักทรัพย์จำนวนหนึ่ง เพื่อจะยื่นขอประกันตัวนายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือเสี่ยบี ตามกระบวนการขั้นตอนความยุติธรรมต่อไป

ภาพจาก มติชน

เสี่ยบีได้ประกันตัว

ข่าวสด รายงานว่า ศาลจังหวัดพัทยาอนุญาตให้ประกันตัวเสี่ยบี เจ้าของผับเมาน์เทน บี โดยตีราคาประกัน 3 แสนบาท พร้อมทั้งติดกำไลอีเอ็มไว้ด้วย

ตำรวจ สภ.พลูตาหลวง ได้นำตัวนายพงศ์ศิริไปยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 หลังถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา 12 วันตั้งแต่วันที่ 8-19 ส.ค.นี้

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ผู้ต้องหายื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว โดยกำหนดเงื่อนไข 1.ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายประการอื่น 2.ให้ผู้ต้องหามารายงานตัวเมื่อครบฝากขังครั้งที่ 2 ครั้งที่ 4 และครั้งที่ 7

เสี่ยบีเปิดใจครั้งแรก

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 เสี่ยบี อายุ 27 ปี พร้อมด้วยนางอนงค์นารถ ปั้นประสงค์ อายุ 31 ปี เจ้าของผับ และนายอนุชา วงษ์ศรีรัตน์ ทนายความส่วนตัว เปิดใจครั้งแรกระบุว่า ขอโทษญาติของผู้เสียชีวิตและผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวมถึงครอบครัวของผู้บาดเจ็บทุกราย ตอนนี้ยังรู้สึกเสียใจ หลังได้รับการประกันตัว ได้เดินทางไปจ่ายเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย

ด้านนางอนงค์นารถกล่าวว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนกว่า ตนนั่งเช็กสต๊อกของอยู่ห้องพักด้านหน้าผับ ระหว่างนั้นประมาณตี 1 ได้ยินเสียงระเบิด จึงรีบออกจากห้องพัก หันไปมองที่พักเห็นเพลิงลุกไหม้ตรงหลังคา จึงตะโกนเรียกพนักงานให้เรียกลูกค้าออกจากผับ

“นาทีนั้นเห็นลูกค้าวิ่งกรูออกมาเป็นจำนวนมาก โดยการ์ดออกมาบอก อย่าเข้าไปใกล้กลัวระเบิด ขณะเดียวกันได้เข้าไปช่วยลูกค้าที่ถูกไฟไหม้ลำตัว โดยนำผ้าห่มไปช่วยซับเลือด จากนั้นโทร.แจ้งรถดับเพลิงทุกคน และเรียกให้ทุกคนเข้ามาช่วย สภาพที่เห็นลูกค้าตอนนั้นเลือดท่วมตัว บางคนมีแผลพุพอง” นางอนงค์นารถกล่าว

นางอนงค์นารถกล่าวว่า หลังจากควบคุมเหตุการณ์ได้ มาทราบว่ามีพนักงานของร้านเสียชีวิต 3 คน ส่วนที่ไม่ได้ออกมาเปิดเผยตัวตนตั้งแต่แรก เป็นเพราะถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบที่ สภ.พลูตาหลวง ไม่คิดหนี

นางอนงค์นารถกล่าวต่อว่า ผับดังกล่าวตนและสามีนำเงินจากการค้าขาย รวบรวมเงินจากการค้าขายทั้งเขียงหมู ร้านก๋วยเตี๋ยว จนมีเงินทุนก้อนใหญ่มาลงทุนเปิดร้านหมูกระทะและร้านอาหาร หลังจากธุรกิจเริ่มไปได้สวยก็คิดจะขยายธุรกิจ แต่ตอนนั้นร้านอาหารถูกร้องเรียนเรื่องการใช้เสียง จึงคิดจะเปิดร้านอาหารที่เก็บเสียง ลูกค้ามีที่จอดรถ จึงขอเช่าที่ต่อจากเจ้าของโซนหลังร้านอาหาร

ส่วนประเด็นที่บอกว่าประตูหนีไฟหลังร้านถูกล็อก ตนในฐานะเจ้าของก็ไม่ทราบ เพราะความเรียบร้อยภายนอกมีการ์ดเป็นคนดูแล แต่การล็อกประตูจะล็อก เพื่อป้องกันคนขโมยของเวลาร้านปิด เรื่องล็อกประตูทางหนีไฟจนเป็นเหตุทำให้ลูกค้าหนีออกมาไม่ได้ ตนไม่ทราบ ส่วนประตูด้านข้างเข้าออกได้ปกติ พนักงานใช้เข้าออกและใช้ลงของ คืนเกิดเหตุยืนยันประตูด้านข้างไม่ได้ล็อก

ด้านเสี่ยบีกล่าวเสริมว่า ประตูร้านทั้ง 3 ทางสามารถเข้าออกได้ ด้านภรรยาของเสี่ยบีระบุว่า ในฐานะเจ้าของร้านไม่มีนโยบายให้ล็อกประตูกุญแจหนีไฟ ทั้งนี้ทางหนีไฟในร้านมีป้ายบอกชัดเจนทุกทาง

ภรรยาของเสี่ยบีกล่าวต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ ทุกคืนเรา 2 คนนอนไม่หลับ ภาพคนเจ็บคนตายยังติดตา ที่เสี่ยบีพูดน้อยนิสัยเป็นคนไม่ชอบพูด การสื่อสารส่วนใหญ่ตนเองจะเป็นคนพูด

ภรรยาเสี่ยบีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นและน้ำตาคลอว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ใหญ่ที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รับสภาพนี้ไม่ได้ เครียดจนถึงขั้นชวนกันฆ่าตัวตาย พูดตรง ๆ ว่าท้อไม่อยากอยู่ ถ้าตายได้แล้วจบวันนั้นน่าจะดีกว่านี้ สามีมาพูดว่า “เฟิร์นเรารับไม่ได้ เราไปกันเถอะ” ซึ่งคำว่าไป ไม่ได้หมายถึงหนี แต่ชวนฆ่าตัวตาย เพราะหนักสำหรับคนอายุ 27 และ 30 ปี

ภรรยาเสี่ยบีกล่าวว่า ยืนยันการบริหารจัดการทุกอย่าง ความปลอดภัย เรื่องการ์ด เราเซฟมากอยู่แล้ว ทั้งเรื่องช่างให้ตรวจเช็กตลอดที่ร้านทุกวัน และตนเองก็อยู่ที่ร้าน ไม่อยากให้ร้านมีปัญหา

ส่วนประเด็นเรื่องไฟมูฟวิ่งเฮด ที่มีปัญหาร่วงหล่นใส่ลูกค้า คืนวันที่ 3 ส.ค. ตนแจ้งให้ลูกน้องไปดูแลเรื่องรักษาค่าพยาบาลให้กับลูกค้า จากนั้นวันที่ 4 ส.ค.ให้ช่างมาแก้ไข ระหว่างนั้นได้โทร.หาช่างที่ดูแลระบบเจ้าแรก จนช่างมาดูจนสามารถใช้งานได้

เมื่อถามว่าการทำธุรกิจสถานประกอบการนี้มีใครเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ภรรยาของเสี่ยบียืนยันไม่มีใครเป็นที่ปรึกษา สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกัน

ส่วนเรื่องทำบุญก่อนหน้านี้มีคนทักว่าเจ้าที่แรง ตั้งใจจะทำบุญอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้เสียก่อน พร้อมยอมรับว่าตนเองไม่รู้ข้อกฎหมาย ไม่รู้ว่าบริเวณดังกล่าวเปิดสถานบันเทิงไม่ได้

ส่วนเรื่องใบประกอบธุรกิจขอเปิดเป็นร้านอาหาร มีดนตรีและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตนไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายให้ละเอียดก่อนที่จะเปิด ส่วนที่บอกว่าเปิดเกินเวลา ยืนยันปิดตี 1 โดยเปิดร้านประมาณ 2 เดือน ไม่เคยถูกร้องเรียนเรื่องเสียงดัง แต่ถูกร้องเรียนเรื่องเสียงดัง เฉพาะร้านอาหารด้านหน้า

ภรรยาของเสี่ยบีกล่าวต่อว่า สำหรับร้านเมาน์เทน บี ที่เกิดไฟไหม้ ก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าตำรวจมาตรวจหรือไม่ ตั้งแต่เปิดร้านนี้มา 2 เดือนยังไม่ได้กำไร เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ

เมื่อถามว่าปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปในสถานบันเทิงได้อย่างไร ภรรยาของเสี่ยบียืนยันว่า การตรวจคัดกรองคนเข้าไปด้านในอย่างเข้มงวด ส่วนกรณีผู้ตายอายุ 17 กับ 18 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเข้าไปได้อย่างไร

“ขอความเห็นใจประชาชนชาวสัตหีบ และคนทั่วไปให้โอกาส หนูกับสามีได้ประกอบอาชีพ เปิดร้านอาหารต่อไป เพื่อหาเงินมาดูแลพนักงานในร้านอีกหลาย 10 ชีวิต รวมถึงการเยียวยาครั้งนี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งจะต้องหาเงินมาใช้จ่าย”

ขณะเดียวกัน เสี่ยบีระบุว่า หลังจากจบเรื่องและเคลียร์ทุกอย่างจบ ตั้งใจจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเสี่ยบีนั่งให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว มีสีหน้าเคร่งเครียด นั่งบีบมือตัวเองตลอดการตอบคำถามของนักข่าว และยกมือไหว้ขอโทษอีกครั้ง

หลังชี้แจงกับสื่อมวลชนเสร็จ ทั้ง 2 คนบอกว่าจะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.พลูตาหลวงต่อ และจะไปร่วมงานศพและเยี่ยมคนเจ็บให้ครบทุกราย เพื่อแสดงความจริงใจว่า ตนเองยินดีรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น