เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดปี’72 เวิ้งนครเกษม มิกซ์ยูสหมื่นล้าน ใจกลางเยาวราช แลนด์มาร์กระดับโลก
Real Estate เปิดปี’72 เวิ้งนครเกษม มิกซ์ยูสหมื่นล้าน ใจกลางเยาวราช แลนด์มาร์กระดับโลก
สงครามปะทุ-SET เนื้อหอม ASPS ลุ้นปีนี้ฟันด์โฟลว์ทะลัก 1 แสนล้าน
Finance สงครามปะทุ-SET เนื้อหอม ASPS ลุ้นปีนี้ฟันด์โฟลว์ทะลัก 1 แสนล้าน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
เข้มสกัด ‘ทุนเทา’ ทุกมิติ คลังชูธงมุ่งสู่ ‘Financial Hub’
Finance เข้มสกัด ‘ทุนเทา’ ทุกมิติ คลังชูธงมุ่งสู่ ‘Financial Hub’
คลังเปิดช่องผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนผ่าน 5 แบงก์-ยื่นทบทวนสิทธิ 4 ช่องทาง
Finance คลังเปิดช่องผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนผ่าน 5 แบงก์-ยื่นทบทวนสิทธิ 4 ช่องทาง
SET วันนี้ (17 ก.ค.) คาดกรอบ 1,620-1,650 จุด โฟลว์ต่างชาติยังหนุน ชูกลยุทธ์เน้นหุ้น Value Play
Finance SET วันนี้ (17 ก.ค.) คาดกรอบ 1,620-1,650 จุด โฟลว์ต่างชาติยังหนุน ชูกลยุทธ์เน้นหุ้น Value Play
‘AIA Connect’ ออฟฟิศพรีเมี่ยม แลนด์มาร์กใหม่ ‘รัชดา-พระราม 9’
Real Estate ‘AIA Connect’ ออฟฟิศพรีเมี่ยม แลนด์มาร์กใหม่ ‘รัชดา-พระราม 9’
ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากแรงเทขายทำกำไร ท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยังระอุ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากแรงเทขายทำกำไร ท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยังระอุ
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 64,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณขายออก 64,300 บาท
‘คอร์รัปชั่น’ หลุมดำเศรษฐกิจไทย
Columns ‘คอร์รัปชั่น’ หลุมดำเศรษฐกิจไทย
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยอัพไซด์ระยะสั้นจำกัด 1,610-1,620 จุด จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

08 ส.ค. 2565 | 10:19น.
หุ้น-ดัชนีหุ้น

บล.ไทยพาณิชย์ วิเคราะห์แนวโน้มดัชนี SET มีอัพไซด์ระยะสั้นจำกัดบริเวณ 1,610-1,620 จุด ระวังการอ่อนตัวจากแรงเทขายทำกำไรก่อนสหรัฐประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ตลาดกังวลเฟดกลับมาขึ้นดอกเบี้ยแรงอีก ระบุต้องติดตามสถานการณ์ “จีน-ไต้หวัน” ใกล้ชิด ส่วนปัจจัยในประเทศจับตาประชุม กนง. คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

วันที่ 8 สิงหาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ (SCBS) วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ โดยคาดว่า ดัชนี SET ยังมี upside ระยะสั้นจำกัดบริเวณ 1,610-1,620 จุด และระวังการอ่อนตัว จากแรงขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยงก่อนรายงานเงินเฟ้อสหรัฐในวันพุธนี้

รวมถึงตัวเลขจ้างงานสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้นเกินคาด สร้างความกังวลต่อการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ด้านกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1,594 และ 1,586 จุด หากต่ำกว่า จะเริ่มเป็นสัญญาณลบ

โดยประเด็นสำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค.ของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาด ขณะที่ตลาดกลับมากังวลเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแรง 0.75% อีกครั้ง ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.นี้

ฟากจีนเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังส่งออกเดือน ก.ค. โตถึง 18% ต่อปี (YoY) คลายความกังวลอุปสงค์โลกชะลอตัว

อย่างไรก็ดี ต้องติดตามสถานการณ์จีน-ไต้หวันที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทาน หลังจีนปิดน่านฟ้า-น่านน้ำเพื่อซ้อมรบ 4-7 ส.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนในประเทศ กระทรวงแรงงานเตรียมพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 5-8% ภายใน ส.ค.นี้ คาดมีผลบังคับใช้ไม่เกินสิ้นปีนี้

ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค.อยู่ที่ 7.61%YOY ต่ำกว่าคาด ทำให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 10 ส.ค.นี้ มีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25%

สำหรับสัปดาห์นี้ (8-12 ส.ค.) ติดตามประเด็นต่างประเทศ ได้แก่ วันที่ 10 ส.ค. รายงานเงินเฟ้อเดือน ก.ค.ของสหรัฐ และจีน, วันที่ 11 ส.ค. รายงานดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ก.ค.ของสหรัฐ และวันที่ 12 ส.ค. ติดตามการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ปี 2565 ของสหราชอาณาจักร (UK)

โดยกลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ แม้ตลาดการเงินเริ่มผ่อนคลายขึ้น หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ เงินเฟ้อพื้นฐาน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มชะลอตัวลง ทำให้เป็นไปได้ว่าเฟดจะเปลี่ยนท่าทีต่อนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น แต่สัปดาห์นี้มองตลาดหุ้นไทยจะยังผันผวนขึ้นอยู่กับการเก็งกำไรงบไตรมาส 2 ปี 2565 รวมทั้งจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. (10 ส.ค.) เพื่อดูการส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย

กลยุทธ์ลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ จึงแนะนำ “Selective Buy” ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะและ/หรือ มีโมเมนตัมกำไรฟื้นตัวดี

ทั้งนี้ ภายใต้ภาวะตลาดยังอยู่ในช่วงประกาศผลประกอบการของกลุ่ม real sector จึงเน้นเลือกกลุ่มลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ และ/หรือ มีโมเมนตัมกำไรดี ดังนี้

1) หุ้นได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวฟื้นตัว ซึ่งคาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 เติบโตดี ทั้ง YoY (เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน) และ Q๐Q (เทียบไตรมาสก่อนหน้า) เลือก ERW, MINT, CRC และ AOT

2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น เลือก BBL, KBANK และ KTB

3) หุ้นพลังงานซึ่งคาดกำไรไตรมาส 2/2565 เติบโตดี และมองราคาน้ำมันปรับตัวลงมาในจุดที่น่าสนใจแล้ว เลือก PTT และ BCP

อย่างไรก็ดี ในช่วงสั้นแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือเพิ่มความระมัดระวังการลงทุน สำหรับกลุ่มที่มีปัจจัยลบกดดันผลประกอบการ และ/หรือ ราคาหุ้น ดังนี้

1) หุ้นที่ได้ผลลบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขาลง หลังปัญหาขาดแคลนอุปทานคลี่คลาย อาทิ กลุ่มปาล์ม (UVAN, UPOIC, VPO, CPI, LST) กลุ่มแป้ง (TMILL, TWPC)

2) หุ้นที่คาดมีโอกาสปรับลดประมาณการหลังประกาศงบไตรมาส 2/2565 อาทิ NRF, TU, TRUE

3) หุ้นกลุ่มเดินเรือเทกอง อาทิ PSL และ TTA ซึ่งคาดได้ Sentiment ลบจากการปรับตัวลงต่อเนื่องของดัชนี BDI โดยล่าสุด BDI Index ปรับลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 ราว 2.7%D๐D สู่ระดับ 1,560 จุด ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น