คาร์ซีต
คาร์ซีตจับตาดีมานด์ 5 ก.ย. หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้ หลังกระแสบูมช่วงกลางปีดึงผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งไทย-จีนร่วมวงเพียบ หวั่นสินค้าล้นทำแข่งราคาเดือด ด้านแบรนด์ไทย “โกลวี่ สตาร์” ชูบริการหลังการขาย-ประกัน 3 ปีรับมือ สำรองสินค้า 3 เดือน พร้อมเดินหน้าส่งคาร์ซีตมาตรฐานใหม่ R 129 ลงตลาด ส่วนร้าน เบบี้ แอนด์ คิดส์ เผยมาตรฐานสินค้ายังน่ากังวล เหตุกระแสบูมดึงสินค้าจีนทะลักตลาด
นายกิตติพจน์ บูรณะบุญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลวี่ สตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก แบรนด์ “โกลวี่ สตาร์” (Glowy Star) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าขณะนี้แม้จะเข้าสู่ช่วงโค้งท้าย ก่อนที่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ซึ่งกำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย (car seat) หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565
แต่ดีมานด์สินค้าที่เคยพุ่งสูงระดับเท่าตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน กลับลดลงมาอยู่ในระดับสูงกว่าปกติประมาณ 10% เท่านั้น เชื่อว่าเป็นเพราะตลาดคาร์ซีตมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยคำนวณจากจำนวนเด็กเกิดใหม่ 5 แสนราย คูณกับราคาสินค้าเฉลี่ย 4,000 บาท โดยผู้ที่จำเป็นต้องใช้คาร์ซีตได้ซื้อสินค้าไปตั้งแต่ช่วงกลางปีแล้ว ขณะที่อีกส่วนยังรอดูความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายหลังวันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ
จากความตื่นตัวของตลาดเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้ตลาดมีผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมาก ทั้งแบรนด์ไทยที่สั่งผลิตและนำเข้าจากจีน ไปจนถึงโรงงานในจีนที่ประกาศขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งช้อปปี้ ลาซาด้า ด้วยตัวเอง ด้วยจำนวนผู้เล่นที่มากขึ้นนี้จึงเสี่ยงที่จะเกิดการแข่งขันด้านราคา และจากเงินบาทที่อ่อนค่า และราคาวัตถุดิบที่พุ่งสูง ก็ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นมาประมาณ 10%
อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับดีมานด์ดังกล่าว บริษัทจะเน้นเรื่องบริการหลังการขาย เช่น การรับประกันโครงสร้าง-ระบบติดตั้ง 3 ปี รวมถึงรับประกันอุบัติเหตุ 3 ปี โดยจะเปลี่ยนคาร์ซีตตัวใหม่ให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ บริการติดตั้ง สอนการติดตั้ง-ถอด บริการทำความสะอาด ฯลฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
อีกทั้งยังเป็นจุดสร้างความแตกต่างจากสินค้าของผู้เล่นหน้าใหม่หรือจากโรงงานจีน รวมถึงจัดโปรผ่อน 0% นาน 10 เดือนร่วมกับมาร์เก็ตเพลซทั้งลาซาด้าและช้อปปี้ สินค้าอย่าง บูสเตอร์ซีตที่ราคาเพียง 1,990 บาทก็สามารถผ่อนได้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายที่สุด พร้อมสำรองสินค้าไว้เพียงพอสำหรับการขายเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อไม่ให้สินค้าขาดหากดีมานด์พุ่งสูงขึ้นอีก
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ R 129 ที่สูงกว่ามาตรฐาน R 44 เดิม อาทิ รองรับการถูกชนทางด้านข้าง มีเมโมรี่โฟมรองรับส่วนศีรษะ เป็นต้น หลังได้รับฟีดแบ็กจากพนักงานขายในร้านค้า ในห้าง และงานแฟร์ ว่ามีผู้ปกครองสอบถามและต้องการซื้อสินค้าที่ผ่านมาตรฐานนี้มากขึ้น จึงตัดสินใจนำมาเปิดตัวในปีนี้ จากเดิมที่วางแผนเปิดตัวในปี 2566
โดยปลายปีจะเปิดตัวคาร์ซีตมาตรฐาน R 129 สำหรับเด็กเล็กเพิ่มอีก 1 รุ่น จากก่อนหน้านี้เปิดตัวรุ่นเด็กเล็กและเด็กโตไปแล้ว ทั้งนี้ มั่นใจว่าด้วยดีมานด์ในปัจจุบันตลาดคาร์ซีตจะสามารถเติบโตที่ระดับ 20-30% ตามที่คาดการณ์ไว้เมื่อช่วงกลางปี
ดีมานด์กลับสู่ภาวะปกติ ต่างจากต้นเดือน พ.ค.
ขณะที่ นางดรุณี อารีย์ดำริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพล ฟอร์ คิดส์ จำกัด เจ้าของร้าน เบบี้ แอนด์ คิดส์ ผู้แทนจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก และคาร์ซีตเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าช่วงนี้ภาพรวมดีมานด์ของตลาดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือคาร์ซีตเริ่มลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เมื่อเทียบกับช่วงแรก ๆ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาที่มีประกาศราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับใหม่ออกมา โดยในแง่ของยอดขายไม่ได้เติบโตมากเหมือนช่วงเดือนแรก ๆ ที่ถึงขนาดกับสินค้าขาดตลาดและมีไม่เพียงพอ เนื่องจากช่วงนั้นผู้ประกอบการไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อนในแง่ของการสต๊อกสินค้า
แต่หลังจากที่มีความต้องการเข้ามามาก ที่ผ่านมาผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ต่างก็เริ่มทยอยสั่งสินค้าและนำเข้ามาสต๊อกจำนวนมาก โดยเฉพาะคาร์ซีตจากประเทศจีนที่มีราคาค่อนข้างถูก และอาจจะกล่าวได้ว่าตอนนี้ตลาดคาร์ซีตมีเพียงพอกับความต้องการและไม่ขาดตลาดเหมือนช่วงแรก ๆ สำหรับคาร์ซีตที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายตอนนี้ในแง่ยอดขายเฉลี่ยมีประมาณเดือนละ 30-40 ชุด
นางดรุณีกล่าวด้วยว่า การนำเข้าคาร์ซีตที่มีจำนวนมาก ตอนนี้โดยส่วนตัวค่อนข้างมีความกังวลและเป็นห่วงเรื่องของมาตรฐาน เนื่องจากขณะนี้บ้านเรายังไม่มีการกำหนดมาตรฐานของของคาร์ซีตว่าควรเป็นอย่างไร บางแบรนด์ขายในราคาเพียงประมาณ 2,000 บาทเท่านั้น ขณะที่แบรนด์ที่มีคุณภาพจากยุโรปราคาขายอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท ขณะที่กลุ่มลูกค้าตลาดแมสก็ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ทั้งในแง่ของการเลือกซื้อและวิธีการใช้ และการเน้นเฉพาะเรื่องของราคาที่ถูกก็อาจจะทำให้ได้คาร์ซีตที่ไม่ได้มาตรฐานไปใช้
“ช่วงแรกที่มีประกาศราชกิจจานุเบกษาออกมา ลูกค้ามีความตื่นตัวมาก โดยเฉพาะช่วง 1-2 เดือนแรกที่มีความต้องการมาก แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการบางรายนำสินค้าที่ใกล้จะหมดอายุออกมาระบายในราคาถูก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าของปี 2018-2019 จริงอยู่สินค้าพวกนี้ในแง่ของโครงสร้างอาจจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่ตัวผ้าและบุข้างในเบาะอาจจะฉีกขาดได้ เนื่องจากหมดอายุ ดังนั้น ก่อนซื้อควรจะมีการเลือกดูและศึกษาให้ดี” นางดรุณีกล่าว